
เอ็มมิตมิตรกับทุกคน ไซบีเรียนฮัสกี้ ของ จิรนุช เจตจรัสกุล
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในบริเวณบ้านของ “เตเต้-จิรนุช เจตจรัสกุล” ผู้บริหารสาวสวย
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในบริเวณบ้านของ “เตเต้-จิรนุช เจตจรัสกุล” ผู้บริหารสาวสวยในตำแหน่งผู้วิจัยและวิเคราะห์ด้านการตลาดแห่งบริษัท สไปเดอร์ ออโต้ อิมพอร์ท หนึ่งในบริษัทผู้นำเข้ารถยนต์อิสระจากต่างประเทศ (เกรย์มาร์เก็ต) ก็ได้รับการต้อนรับจากบรรดาน้องหมาที่เจ้าของบ้านเลี้ยงไว้ในกรงรวมพลส่งเสียงโฮ่งๆๆ เป็นระยะจวบเวลาเจ้าของลงมาพบเสียงนั้นก็ค่อยๆ เงียบอยู่ในความสงบ เสมือนรู้ตัวว่าคนแปลกหน้าที่ย่างกรายเข้ามาในบ้านคือแขกเจ้าของบ้าน...มารยาทสุดๆ (555)
จิรนุช นอกจากเป็นผู้หญิงแล้วยังเป็นคนที่ชอบสัตว์เลี้ยงด้วย ยกเว้นสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิด แต่ที่เลือกเลี้ยงหมาเพราะสามารถอยู่ร่วมกับคนในชีวิตประจำและสื่อสารกับคนได้ดีกว่าสัตว์เลี้ยงประเภทอื่น เหนืออื่นใดหมาเป็นสัตว์ที่มีความซื่อสัตย์ต่อเจ้าของ จึงไม่แปลกที่เธอจะหมาเลี้ยงไว้ในบ้านหลายตัวล้วนอิมปอร์ตมาจากต่างประเทศ
“ตอนนี้เต้เลี้ยงไว้ประมาณ 7-8 ตัว มีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ คือ ไซบีเรียนฮัสกี้ ลาบราดอร์ เชาเชา และชิบะอินุ อยู่กรงใครกรงมัน ทั้งหมดเป็นหมาค่อนตัวใหญ่ ไม่ได้เลี้ยงตัวเล็ก เพราะเวลาเล่นหยอกล้อกับเขาไม่ต้องกลัวว่าเขาจะเป็นอะไร
ไม่ต้องระวังเหมือนหมาตัวเล็กอย่างเวลาเดินก็ต้องคอยระวัง อาจเผลอไปเหยียบเอาได้ นอกจากนี้หมาตัวใหญ่เลี้ยงง่ายกว่าตัวเล็ก แต่ก็มีข้อจำกัดเวลาพาออกไปเที่ยวนอกบ้านไม่สะดวกเหมือนตัวเล็กพา ไปไหนมาไหนค่อนข้างสะดวก”
สำหรับพระเอกของบ้านที่เจ้าของอยากนำเสนอ คือ เอ็มมิต (Emmit) หมาสายพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ สีเทา ซึ่งถือว่าเป็นน้องหมาสายพันธุ์ฮอตอีกสายพันธุ์หนึ่งที่เหล่าคนรักสุนัขให้ความสนใจและนิยมเลี้ยง โดยมีความโดดเด่นที่หน้าตาที่คมสวย ดูเท่ ดวงตามีเสน่ห์ชวนหลงใหล ขนนุ่มเหมือนตุ๊กตาตัวฟูๆ
จิรนุช เล่าว่า เอ็มมิตเป็นหมาพ่อพันธุ์ อิมปอร์ตเข้ามาจากสหรัฐ ตอนที่บินมาเมืองไทยมีอายุ 6 เดือน แต่ขนาดตัวใกล้เคียงกับปัจจุบันที่อายุ 3 ขวบ แทบไม่ต่างกันเลย ใครเห็นก็ไม่คิดว่าอายุ 6 เดือน เพราะตัวใหญ่เกินวัย จนคนที่เข้าไปเอามาให้ ณ จุดที่กักสัตว์ที่สนามบินยังประหลาดใจหมาอะไรตัวใหญ่มาก
“ตอนที่เอ็มมิตบินถึงเมืองไทย เต้บอกชิปปิ้งให้ไปเอาเอ็มมิตมาให้หน่อย ณ จุดที่กักสัตว์ แต่เราบอกชิปปิ้งว่าให้ไปเอาลูกหมาอายุ 6 เดือน ชิปปิ้งเข้าไปเห็นหมาตัวใหญ่ซึ่งก็คือเอ็มมิตนั่นแหละ แต่กลับออกมาบอกเต้ว่าไม่เห็นลูกหมาเลย เราก็บอกว่าเห็นสิ อยู่ตรงนั้นไง ชี้ให้เขาดู เขาเข้าไปดูอีกกลับมาบอกว่าไม่เจออีก เต้เลยเดินเข้าไปชี้ให้ดูใกล้ๆ นี่ไงคะ เขาทำหน้างง เพราะคงไม่คิดว่าลูกหมาอะไร 6 เดือนตัวเบ้อเริ่ม”
จิรนุช เล่าว่า เอ็มมิตเป็นหมาที่หน้าหวาน หน้าตาเหมือนหมาป่า เพราะสายพันธุ์เดิมเป็นหมาป่า แต่ต่อมามีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่หน้าตาจึงค่อนข้างซอฟต์ ทว่าเรี่ยวแรงพละกำลังเยอะมาก ซึ่งจะเห็นสายพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้จะใช้ลากเลื่อน แต่แรกเริ่มเดิมทีตั้งใจว่าจะเอาเอ็มมิตเข้ามาเลี้ยงเพื่อประกวดที่เมืองไทย แต่ไปๆ มาๆ ขอเลือกเลี้ยงแบบธรรมชาติให้อยู่ในบ้านดีกว่า
“ถ้าเอามาเลี้ยงเพื่อไปประกวดตามที่ตั้งใจในตอนแรก เขากับเราก็จะต้องห่างกัน เพราะเราต้องนำเขาไปฝึกที่ศูนย์ฝึกสุนัข ซึ่งต้องอยู่ที่นั่นเลยหลายเดือน แล้วก็คงไม่เจอกันทุกวัน ถ้าทำอย่างนั้นจริงก็คงอดคิดถึงเขาไม่ได้ เลยตัดใจไม่คิดถึงการประกวด จึงเลี้ยงเขาให้อยู่แต่ในบ้าน ทุกวันกลับมาจากที่ทำงานก็มาเล่นกับเขา ชีวิตมีความสุขดี”
พูดถึงนิสัยของเอ็มมิต เจ้าของคนสวยแจกแจงว่า เป็นหมาที่มีนิสัยเป็นตัวของตัวเอง ขี้เล่น ซุกซน ชอบวิ่ง เป็นมิตรกับทุกคนในบ้าน ไม่ว่าเป็นเจ้าของ แม่บ้าน หรือแม้แต่แขกที่มาบ้าน ก็จะไม่ทำกิริยาอาการเกเรใส่ ซึ่งต่างจากหน้าตาของเขาที่ออกดุๆ โหดๆ สิ้นเชิง และที่สำคัญเป็นหมาที่มีความห่วงใยต่อเจ้านายเป็นที่หนึ่งในบรรดาหมาที่เลี้ยง
“เขาเป็นหมานิสัยขี้เล่น ซุกซน ชอบวิ่ง เป็นมิตรกับทุกคน ไม่ว่าคนในบ้าน ทั้งแขกที่มาบ้าน และเขามักจะแสดงอาการห่วงและหวงเจ้าของ ซึ่งจะเห็นว่าถ้าวันไหนเต้ปล่อยหมาออกมาพร้อมกัน 6 ตัว 7 ตัว หมาตัวอื่นๆ ก็จะพากันพุ่งมารุมที่เต้คนเดียว เอ็มมิตเห็นอย่างนั้นก็จะเห่ากันไว้และทำตัวเป็นจ่าฝูงไม่ให้เข้ามาใกล้ นิสัยอีกอย่างหนึ่งของเอ็มมิตคือ เขาจะรู้ว่าเรารักเขามาก”
ในการเลี้ยงเจ้าของบอกว่า แม้การเลี้ยงส่วนใหญ่จะให้อยู่ในกรงเป็นเสมือนคอนโดส่วนตัว แต่ก็ไม่ได้ให้อยู่ในกรงตลอด ทุกวันจะต้องปล่อยให้เอ็มมิตรวมถึงหมาตัวอื่นๆ ออกมาวิ่งเล่นที่สนามหญ้าในบริเวณบ้าน แต่ว่าเปิดให้เขามาเล่นเป็นเวลา
“ตอนเช้าแม่บ้านจะปล่อยให้ออกมาวิ่งเล่นกันไปมาในบริเวณสนามหญ้า ประมาณ 2-3 ชั่วโมง พอแดดออกก็ให้เข้าไปอยู่กรงเหมือนเดิม จะไม่ให้วิ่งเล่นกลางแดดร้อนๆ ยิ่งช่วงใกล้เที่ยงไม่ให้ออกมาเลย เพราะ
ถ้าเล่นกันมากๆ ช่วงแดดร้อนจัดอาจเป็นฮีตสโตรกได้ ซึ่งถ้าเป็นเขาจะหายใจไม่ออก เรื่องนี้ระวังมากเพราะเขาเป็นหมาที่อยู่ในเมืองหนาวคืออลาสกา
ส่วนตอนกลางวัน ถ้าวันไหนร้อนมาก
เอ็มมิตและหมาทั้งหมดก็จะเข้าไปหลบร้อนนอนพักในห้องแอร์เย็นฉ่ำซึ่งเป็นตู้คอนเทนเนอร์ที่เราทำไว้สำหรับเป็นที่นอนของพวกเขาในเวลากลางคืน แต่พอตกเย็นแดดอ่อนๆ ก็จะปล่อยให้เขาและตัวอื่นๆ ออกมาวิ่งเล่นกันอีกเป็นอย่างนี้ทุกวัน และพอเรากลับจากทำงานเราก็จะมาเล่นกับพวกเขา เป็นชีวิตที่มีความสุขและรู้สึกว่าได้ผ่อนคลายจากการทำงานมาตลอดทั้งวัน”







