
บาโลเตลลี...เวิลด์คลาสหมดอายุ?
ย้อนไปสัก 34 ปี มาริโอ บาโลเตลลี กองหน้าทีมชาติอิตาลี ถูกยกย่องให้เป็นนักเตะเวิลด์คลาส
โดย...มิวโกโตะ
ย้อนไปสัก 34 ปี มาริโอ บาโลเตลลี กองหน้าทีมชาติอิตาลี ถูกยกย่องให้เป็นนักเตะเวิลด์คลาส แต่เหตุไฉนการคัมแบ็กมาเกาะอังกฤษในสีเสื้อลิเวอร์พูลครั้งนี้ เจ้าตัวกลับถูกตั้งคำถามว่า ระดับโลกจริงหรือ???
เกรียนโอ้ ชื่อนี้มีที่มา
นั่งไทม์แมชีนกลับไป บาโลเตลลี เริ่มโด่งดังกับอินเตอร์ มิลาน ในฐานะดาวรุ่งว่าที่แข้งซุป’ตาร์โลก กับลีลาอันโดดเด่นเกินกว่าเด็กวัย 18 ปีจะทำได้ ความเร็ว ความแข็งแกร่ง และทักษะจบสกอร์อันน่าทึ่ง สามารถพาทีม “งูใหญ่” คว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ รวมถึงการไปถึงจุดสูงสุดของยุโรปกับโทรฟี่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปี 2010
จากนั้นสื่อก็เริ่มเกาะติดพฤติกรรมซูเปอร์มาริโอ้จนกระทั่งได้รับฉายาเกรียนโอ้ อันมาจากวีรกรรมห่ามๆ อาทิ ขับรถอ้อนใบสั่งตำรวจ เล่นพลุในห้องน้ำจนเกือบเผาบ้านตัวเอง หรือเริงร่ากับสาวอื่นในค่ำคืนที่แฟนสาวคลอดลูกงี้ แต่ในทางกลับกันสื่อสำนักต่างๆ กลับไม่สามารถวิจารณ์ผลงานในสนามของบาโลได้เลย กระทั่งไม่นานมานี้
หลังจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือลิเวอร์พูล ยอมเบิกเงินกว่า 16 ล้านปอนด์ (ราว 880 ล้านบาท) รับเซ้งบาโลเตลลีมาจากเอซี มิลาน เหล่ากูรูลูกหนังต่างแสดงความเป็นห่วงพฤติกรรมนอกสนามที่มักยังไม่โต ส่วนเรื่องในสนามไม่มีใครห่วงแม้แต่น้อย
ทว่า ถึงเวลานี้พัฒนาการกลับสวนทาง เพราะปัจจุบันดาวเตะวัย 24 ปี ยังไม่สามารถปลดล็อกประตูในเกมลีกได้เลย ขณะที่วีรกรรมนอกสนามกลับดูติ๋มๆ เหมือนนักเตะธรรมดาทั่วไป ว่าแต่ความเวิลด์คลาสมันหายไปไหน ของแบบนี้หมดอายุได้จริงหรือ?
กำแพงวันเดอร์คิดสู่เวิลด์คลาส
คำจำกัดความ “วันเดอร์คิด” ในเกมคุมทีมฟุตบอลแมนเนเจอร์ (FM) ถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยครั้ง เพราะทีมแมวมองของเกมนี้ใจแข็งมากกว่าจะเรียกใครว่าเด็กมหัศจรรย์ แต่อีกนัยหนึ่งมันสามารถพยากรณ์เห็นซูเปอร์สตาร์ในอนาคตได้อย่างแม่นยำ เช่น คริสเตียโน โรนัลโด ลิโอเนลเมสซี เซร์จิโอ อกูเอโร หรือล่าสุด พอล ป็อกบา ห้องเครื่องทีมชาติฝรั่งเศส
สาเหตุที่เจ้าตัวข้ามกำแพงวันเดอร์คิดสู่เวิลด์คลาสไม่ได้ อาจมาจากพรสวรรค์ที่มากเกินไป ถือเป็นดาบสองคมหากผู้เล่นไม่ค่อยตั้งใจฝึกซ้อม เพราะรู้สึกนำหน้าเพื่อนร่วมรุ่นอยู่ก้าวหนึ่ง ไม่ต้องมองอื่นไกล เวย์น รูนีย์ กองหน้าทีมชาติอังกฤษที่มีพรสวรรค์ตั้งแต่เด็ก แจ้งเกิดกับเอฟเวอร์ตันในวัยเพียง 16 ปี แต่ที่สุดไม่อาจก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งได้ ซึ่งโชคดีเป็นคนอังกฤษจึงได้รับการประโคมข่าวบ่อยครั้ง ชื่อเสียงจึงขายได้
ผิดกับโรนัลโด กับเมสซี ที่ขยันฝึกซ้อมหนักควบคู่กับพรสวรรค์ที่มีมา การเรียนรู้และหมั่นฝึกฝนช่วงดาวรุ่ง ทำให้ทั้งคู่ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในเวลานี้ หรือยกตัวอย่างเด็กไทย ตอนเยาวชนทั่วโลกต่างเกรงขามและทึ่งในฝีเท้า ทั้งลีลาทักษะไม่แพ้ชาติใด แต่พอกำลังจะเข้าสู่ช่วงอายุ 1822 ปี ทุกอย่างหายวับ ที่ยังเล่นอยู่ทุกวันนี้คือความสามารถที่ติดตัวมาแต่วัยเด็กล้วนๆ แทบไม่มีการพัฒนาให้เก่งต่อยอด
สถิติฟ้องสุดห่วย
ล่าสุด เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังผู้ดี ได้วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้ “เกรียนโอ้” เป็นกองหน้าที่ห่วยที่สุดในพรีเมียร์ลีก ณ เวลานี้
ประตู : บาโลเตลลียังยิงประตูในลีกไม่ได้เลย ซึ่งมี 43 กองหน้าในพรีเมียร์ลีกที่ทำประตูได้ในฤดูกาลนี้
การทำฟาวล์ : จนถึงเวลานี้ทุกทีมในพรีเมียร์ลีกใช้กองหน้าถึง 84 คน แต่มีเพียง 4 คนที่ทำฟาวล์มากกว่าบาโล คือ วิกแฮม (ซันเดอร์แลนด์) เปลเล่ (เซาแธมป์ตัน) อูลัว (เลสเตอร์) และชามัก (พาเลซ)
โอกาสเป็นประตู : สถิติของออปต้า ระบุว่า มาริโอพลาดโอกาสทองมากที่สุดในบรรดากองหน้าทุกคนในลีก โดยเขาพลาดวืดถึง 4 ครั้ง ซึ่งสถิติเทียบเท่ากับ ชาลี ออสติน จากควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส
ส่วนร่วมกับเกม : บาโลไม่สามารถอุดรอยโหว่ในการสร้างสรรค์เกมที่ซัวเรซเคยทำไว้ เพราะเขาช่วยสร้างโอกาสให้เพื่อนไม่ถึง 10 ครั้ง ตั้งแต่ลงสนามมาเกือบ 10 นัด
เปรียบ ‘โอ้’ ดั่งศิลปิน
สตีฟ บรูซ กุนซือฮัลล์ ผู้เคยพาทีมบุกเก็บแต้มได้ถึงถิ่นแอนฟิลด์ วิเคราะห์ว่า บาโลเตลลีไม่ได้ฟอร์มตกแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องจำแนกเขาให้เป็นนักเตะศิลปิน ซึ่งผู้เล่นกลุ่มนี้ควรให้อิสระและสนับสนุนในสิ่งที่เป็น
“เมื่อคุณเซ็นสัญญากับนักเตะอย่างมาริโอ เหมือนที่ผมคว้า ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา พวกเขาย่อมสร้างเรื่องปวดหัวอยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่คุณต้องอย่าไปทำก็คือพยายามเปลี่ยนแปลงพวกเขา คุณต้องหาวิธีที่จะดึงฟอร์มที่ดีที่สุดของพวกเขาออกมา โดยต้องไม่ไปเปลี่ยนแปลงพวกเขา” บรูซ เตือนสติ ร็อดเจอร์ส
นอกจากนี้ อดีตนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยุครุ่งเรือง ยังยกตัวอย่างถึงเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอดกุนซือชาวสกอต ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยบสุดๆ แต่ครั้งหนึ่งเฟอร์กีเคยโอนอ่อนให้ เอริก คันโตนา เพราะหวังรีดพรสวรรค์ตำนานดาวเตะชาวฝรั่งเศสออกมา จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ
“เอริกเป็นนักเตะมีชื่อเสียง และผมบอกอะไรคุณให้ เขาเป็นพวกนักเตะหัวดื้อมาก แต่ในห้องแต่งตัวเขาได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมทีมทันที เขาเคยสวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์และรองเท้าแตะมาที่ห้องรับรองสโมสร และเขาก็กลายเป็นคนเดียวที่รอดตัวไม่ถูกลงโทษ!! ตอนผมเป็นกัปตันทีม ผมจำได้เลยว่าผมคาใจกับเฟอร์กีเรื่องนี้มาก แต่โค้ชตอบผมว่าไปบอกพวกนักเตะที่เหลือด้วยนะว่า ถ้าเล่นได้แบบเขา (คันโตนา) ก็ใส่ยีนส์กับรองเท้าแตะได้เหมือนกัน” บรูซ กล่าวเสริม
คำพูดของบรูซ ย่อมสะกิดความคิดของนายใหญ่ถิ่นแอนฟิลด์อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะบีร็อดเคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อเมื่อครั้งเซ็นสัญญาว่า จะใช้ระเบียบวินัยเคี่ยวเข็ญให้มาริโอเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
แท็กติกไม่เอื้ออำนวย?
ครั้งหนึ่ง บาโลเตลลีเคยอธิบายถึงสาเหตุของฟอร์มอันย่ำแย่ของตัวเองในช่วงที่ผ่านมา ว่าเกิดมาจากที่ ร็อดเจอร์ส ได้จับเขาไปเล่นในบทบาทที่ไม่ค่อยถนัดนั่นเอง นั่นคือตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า พร้อมเผยจริงๆ แล้วชอบที่จะมีอิสระไปทั่วสนามมากกว่า
“ผมไม่ใช่คนที่จะยืนค้ำในเขตโทษ ผมชอบเดินไปทั่วสนามมากกว่า ถ้าผมเลือกได้ผมอยากจะเล่นหน้าคู่ แต่โค้ชบอกให้ผมเล่นหน้าคนเดียว ผมต้องเข้าไปอยู่ในกรอบให้มากกว่านี้ ที่ผ่านมาผมยังทำได้ไม่ดีพอ ผมเข้าใจว่าเพื่อนๆ จะผ่านบอลยาวมาให้ในกรอบเขตโทษ ถ้าผมไม่ไปก็จะไม่มีใครอยู่ในนั้น ผมรู้ว่าต้องพัฒนาตัวเองในหลายด้าน” บาโลเตลลี กล่าว
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังตัดพ้อสื่อว่าอยากวิจารณ์อะไรก็เชิญ และมั่นใจหากฟอร์มกลับมาเข้าฝักคำตอบจะอยู่ในสนามโดยบาโลประเมินผลงานตัวเองในเวลานี้ 7/10 คะแนน
“ผมให้ตัวเอง 7 คะแนน เพราะผมวิ่งเยอะกว่าเมื่อก่อน ผมไม่เคยวิ่งเยอะเท่านี้มาก่อน ส่วนประตูคงยิงได้เร็วๆ นี้ ผมไม่ต้องการให้ใครๆ เชื่อมั่นในตัวผม ตราบใดที่ผมยังเชื่อมั่นในตัวเอง คนสำคัญสำหรับผมคือครอบครัวและเพื่อนสนิท พวกเขายังเชื่อมั่นในตัวผมเสมอ” บาโล เผย
แม้จะออกโรงแก้ตัวว่าถนัดหน้าต่ำ แต่ในสถิติกลับสวนทาง เนื่องจากสมัยล่าตาข่ายให้มิลาน บาโลเตลลีลงเล่นไปเป็นหน้าเป้าถึง 41 นัด และสามารถยิงไปรวมทุกรายการ 18 ประตู ขณะที่ 4 ศูนย์หน้าคนอื่นอย่าง โรบินโญ (31 นัด 5 ลูก) จามเปาโล ปาซซินี (21 นัด 3 ลูก) สเตฟาน เอล ชาราวี (9 นัด 1 ลูก) และอเลสซานโดร มาตรี (18 นัด 1 ลูก) ซัลโวรวมกันไม่ถึงครึ่งของกองหน้าลิเวอร์พูลด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ร็อดเจอร์ส ดูไม่อยากเสี่ยงสูญเสียทีมเวิร์กระบบ 433 ที่เซตไว้ลงตัวเมื่อฤดูกาลก่อน จึงยืนยันจะเล่นแบบเดิมไปก่อน แม้ที่ผ่านมาหลายเกมที่ปรับมาใช้หน้าคู่เกมรุกจะดูอันตรายขึ้นก็ตาม
คำถามสุดท้ายสรุป บาโลไม่เก่งหรือแค่ไม่เข้าระบบ เพราะจุดเด่นของ “หงส์แดง” ปีก่อน คือกองหน้าที่วิ่งสลับไขว้กันไปมาอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ และซัวเรซ แต่พอมาเจอสไตล์บังบอลเก็บบอล คิลเลอร์พาสของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และฟิลิเป คูตินโญ เลยกลับกลายเป็นการจ่ายเสียไปซะส่วนใหญ่ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับผู้จัดการทีมว่าจะจัดการและหาทางออกอย่างไร







