
เมืองใหม่
คนที่ใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในเมืองที่ถูกเรียกว่า กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน คงตั้งคำถามไม่ต่างกับผมว่า จะมีวิธีไหนหรือไม่ ที่จะจัดการ กทม.ที่สุดแสนจะเละเทะ ไร้ระเบียบ ให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
คนที่ใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในเมืองที่ถูกเรียกว่า กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน คงตั้งคำถามไม่ต่างกับผมว่า จะมีวิธีไหนหรือไม่ ที่จะจัดการ กทม.ที่สุดแสนจะเละเทะ ไร้ระเบียบ ให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
ครับ ตลอดอายุกว่า 200 ปีของมหานครแห่งนี้ แทบจะไม่เคยมีการออกแบบวางผังเมืองให้ใช้ได้จริง แม้จะเคยมีการกำหนดว่าพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม พื้นที่ไหนเป็นที่อยู่อาศัย หรือพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่อนุรักษ์ แต่ในทางปฏิบัติกลับขยิบตาข้างหนึ่ง ปล่อยให้อุตสาหกรรมมาอยู่ในที่อยู่อาศัย ที่อยู่อาศัยไปอยู่ในย่านพาณิชย์ สรุปง่ายๆ ก็คือผู้ดูแลเมืองนี้ปล่อยให้มหานครขยายออกไปเรื่อยๆ อย่างไร้ทิศทาง
วันก่อนผมมีโอกาสถามผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมสถาปนิกผังเมืองไทย ว่า วิธีการจัดการผังเมืองที่ “เน่า” ไปแล้ว จะแก้อย่างไรได้บ้าง ท่านบอกว่าในทฤษฎีสถาปัตยกรรมผังเมือง มีวิชาที่ว่าด้วยการพัฒนาและฟื้นฟูเมือง เพื่อแก้ปัญหาอยู่ ไม่จำเป็นต้องเผาเมืองทิ้ง แล้วเริ่มสร้างใหม่ (ฮา)
ก่อนอื่นต้องมองหาระบบโครงสร้างพื้นฐานว่าอะไรยังสามารถใช้ได้อยู่บ้าง ถนนหนทาง ตรอกซอกซอย รถไฟฟ้าหลากสี หรือระบบคลอง ที่เคยเป็นเวนิสแห่งตะวันออก ยังพอจะฟื้นฟูได้อยู่หรือไม่
ถ้าคำตอบของคุณผู้อ่านตรงกับคำตอบของผมว่า “ไม่” ก็ต้องว่ากันด้วยการ “สร้างเมืองใหม่” โดยรัฐลงทุนสร้างระบบขนส่งมวลชนเชื่อมโยงกับเมืองเดิม พร้อมกับลงทุนสร้างโรงเรียนดีๆ โรงพยาบาลชั้นเยี่ยม และจัดพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่พอจะดึงคนให้ออกนอกบางกอกได้ เพื่อไม่ให้ชาวกรุงต้องแย่งกันกิน แย่งกันใช้อย่างที่เป็นอยู่
ผมเคยได้ยินเรื่องการสร้างเมืองใหม่อยู่ 2-3 ครั้ง รอบแรก นายกฯ ทักษิณ หวังจะเอาพื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ มาพัฒนาเป็นเมืองใหม่ และไม่นานก่อนหน้านั้นก็คุณทักษิณอีกเช่นกัน ที่จะลงทุนทำ จ.นครนายก ให้เป็นอีกหนึ่งเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจ
โครงการแรกเป็นหมัน เพราะคิดไปคิดมาแล้วไม่คุ้มค่า บวกกับช่วงเวลาที่จะต้องแปลงนโยบายไปสู่ปฏิบัติ คุณทักษิณก็หมดอำนาจไปเสียก่อน กระทั่งวันนี้ พื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ กลายเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยบ้านจัดสรรไปเรียบร้อยโดยที่ไม่ต้องทำมหานครอะไร ส่วนโครงการที่สองเห็นว่าคุณทักษิณถอดใจเอง เพราะมูลค่าการลงทุนสูงเกินไป
โครงการเมืองใหม่เงียบไปหลายปี จนกระทั่งน้องสาวคุณทักษิณได้รับเลือกเข้ามาเป็นนายกฯก็มีแนวคิด “ถมทะเล” แก้น้ำท่วมและสร้างเมืองใหม่ น่าเสียดายที่ความฝันนี้ล้มอย่างรวดเร็ว เพราะฟังดูก็รู้ว่าเป็นแค่การวาดวิมานในอากาศของคนช่างฝัน
อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลเลือกตั้ง มารัฐบาลทหาร ก็ยังมีความเห็นตรงกันทั้งสองรัฐบาลว่า การพัฒนาเมืองใหม่ผ่านการกระจายของระบบราง จะสามารถกระจายความเจริญออกไปได้ เสียดายอย่างเดียวที่คุณพี่ๆ สีเขียวเขาไม่แฮปปี้กับระบบไฮสปีดเทรนเสียเท่าไร
ผมยังคงเชื่อว่า อย่างไรเสียวิธีแก้ปัญหาอันสลับซับซ้อนของเมืองหลวงแห่งนี้ ก็หนีไม่พ้นการสร้างเมืองใหม่ โดยอาจสร้างเมืองเศรษฐกิจคู่ขนาน หรืออาจย้ายศูนย์ราชการออกไป อย่างไรก็ดีกว่าปล่อยให้เมืองนี้โตแบบมั่วๆ
ไม่เป็นไรครับ ไม่ว่ารัฐบาลไหนจะลงทุนพัฒนาเมืองใหม่ ผมก็ยกมือเชียร์ให้ทั้งนั้น เพราะรู้ดีว่าโครงการที่ใช้เงินมหาศาลอย่างนี้ รอจนรุ่นหลานก็อาจไม่เกิด เพราะโครงการขนาดใหญ่ของเรา พอเปลี่ยนรัฐบาลทีก็ล้มทุกที (ที่สำคัญคือรัฐบาลเราเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบ่อยเหลือเกิน)
ขออย่างเดียวว่า องค์กรอิสระกับฝ่ายค้านที่เคยทำหน้าที่ตรวจสอบโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลที่แล้วกรุณาอย่าเลือกที่รัก มักที่ชัง หรือเงียบเป็นเป่าสาก หากมีการบิดพลิ้วงบประมาณ หรือตั้งตัวเลขให้ “ส่วนต่างเยอะ” เหมือนไมโครโฟนทองคำนั่นก็แล้วกัน







