
เมื่อความรักล้นครัว ปาริชาติ-มาริอาน บาราเน็ค
ระยะทางที่ห่างไกล ไม่ได้เป็นอุปสรรคแห่งความรักของสองคน ระหว่าง ปาริชาติ (จอย) และ มาริอาน (โย่) บาราเน็ค หนุ่มชาวสโลวาเกีย เพราะเพียงพบกันครั้งแรกก็กลายเป็นรักแรกพบ
โดย...โชคชัย สีนิลแท้ ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
ระยะทางที่ห่างไกล ไม่ได้เป็นอุปสรรคแห่งความรักของสองคน ระหว่าง ปาริชาติ (จอย) และ มาริอาน (โย่) บาราเน็ค หนุ่มชาวสโลวาเกีย เพราะเพียงพบกันครั้งแรกก็กลายเป็นรักแรกพบ ได้สานต่อและบ่มเพาะความรักจนเป็นคู่ชีวิตมานาน 6 ปี ที่ทั้งคู่ได้ร่วมสร้างธุรกิจร้านอาหาร “ล็อบสเตอร์ แอนด์ ออยสเตอร์” ร้านปิ้งย่างอาหารทะเล ตั้งอยู่ในโครงการนวมินทร์ เฟสติวัล วอล์ค ถนนประเสริฐมนูกิจ หรือเกษตรตัดใหม่ ที่พิถีพิถันในรสชาติ และเชื่อมความเป็นไทยกับสากลได้อย่างลงตัว
ปาริชาติ ย้อนวันวานให้ฟังว่า ก่อนที่จะได้พบกับมาริอาน เมื่อ 6 ปีก่อนนั้น เธอต้องเดินทางไปทำงานที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพราะมีบริษัทโฆษณาขนาดเล็กๆ เป็นของตนเอง เพื่อรับบริหารงานสร้างแบรนด์ให้กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในภาคพื้นทวีปยุโรป จากเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้เธอต้องเดินทางไปอังกฤษปีละไม่ต่ำกว่า 2-3 ครั้ง แต่ด้วยความบังเอิญหรือพรหมลิขิตได้ทำให้ทั้งคู่ได้มาพบกันในร้านอาหารกลางคืนหรือผับแห่งหนึ่งที่อังกฤษ และเมื่อได้ทักทายกัน ก่อให้เกิดเป็นความรักมาถึงปัจจุบัน
‘โย่’ เป็นสุภาพบุรุษ
ให้เกียรติผู้หญิง
ฝ่ายชายนั้นทำงานเป็นหัวหน้าพ่อครัว หรือที่เรียกกันว่า เชฟ ที่ร้าน HIX Oyster & Chop House (Farringdon London) มานาน 3 ปี ซึ่งร้านอาหารนี้ถือเป็นร้านชื่อดังที่จับกลุ่มคนที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคมหรือเซเลบ แม้กระทั่งคนดังแห่งวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดยังต้องเดินทางมาลิ้มลองรสชาติที่ร้านแห่งนี้
“เจอกันครั้งแรกก็รู้สึกประทับใจ ที่ชอบเขาเพราะความเป็นสุภาพบุรุษ แม้ฝ่ายชายจะมีอายุอ่อนกว่า แต่ก็ให้เกียรติผู้หญิง แม้เจอกันครั้งแรกชวนไปที่บ้านอังกฤษ ก็ยังตกใจว่าคิดไม่ดีหรือเปล่า แต่เมื่อได้ไปก็รู้ว่าที่บ้านเขาพักกันอยู่หลายคน และประกอบอาชีพเป็นเชฟทำอาหารสไตล์อังกฤษ ชอบจะทำอาหารให้รับประทาน ซึ่งจะเป็นอาหารที่ปรุงสดที่เกิดจากการเตรียมขึ้นมาใหม่ มีจุดเด่นก็คือ มันฝรั่งบดอร่อย”
หลังจากนั้นเมื่อเดินทางกลับมาเมืองไทยก็ยังมีการสานต่อความสัมพันธ์ โดยการคุยกันผ่านทางสไกป์ ซึ่งใช้ช่วงเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้นจึงได้แต่งงานกันเมื่อปี 2553 หรือเกือบ 5 ปี ซึ่งหลังจากแต่งงานแล้วได้ไปใช้ชีวิตคู่อยู่ที่อังกฤษนาน 1 ปี แต่ด้วยความเป็นห่วงที่บ้าน เพราะมีน้องสาวอีก 2 คน และคุณแม่ ก็เป็นห่วงว่าจะเหงา เพราะในช่วงกลางวันลูกๆ ต้องออกไปทำงานกันหมด เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตในเมืองไทย
เมื่อจะย้ายมาอยู่เมืองไทยก็เป็นห่วงคุณโย่อย่างมากเช่นกันเพราะถือว่าเป็นการพลิกชีวิตครั้งใหญ่ เพราะเขามีหน้าที่การงานที่อังกฤษ แต่ตัวเราเองไม่ได้มีปัญหาเรื่องงานการที่จะทำอยู่แล้ว เพราะเมืองไทยเป็นบ้านเรา แต่เขายังไม่เคยรู้จักหรือเดินทางมาประเทศไทยเลย
เมื่อทั้งคู่เดินทางกลับมาเมืองไทยช่วงปลายปี 2554 ก็สามารถหางานทำได้งานเป็นเชฟที่ร้าน Fabb Cafe & Bistro ย่านเอกมัย ต้องทำอาหารสไตล์อิตาเลียน แม้จะเป็นอาหารในสไตล์ที่ตนเองไม่ถนัด แต่ก็ทำได้นาน 1 ปี จึงเปลี่ยนมาทำร้านอาหาร แอนนา ย่านสาทร เป็นผู้จัดการร้าน แต่ทำได้สักพักก็เริ่มมาเปิดร้านอาหารของตนเองที่ทำร่วมกัน
จอย เล่าว่า จากเป็นคนที่ชอบทำธุรกิจของตนเอง ซึ่งตัวเธอเองเคยเป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจมาหลายแห่ง จึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องการทำธุรกิจเป็นของตนเอง ซึ่งจุดหนึ่งที่ต้องการทำเพราะความรัก และต้องการให้เขาทำในสิ่งที่รักด้วยเช่นกัน จึงเกิดร้านอาหารล็อบสเตอร์แอนด์ ออยสเตอร์ กริลล์ ซีฟู้ด บาร์ บายลอนดอนเชฟ ซึ่งได้เริ่มเปิดร้านนี้มานานเกือบ 4 เดือน โดยได้ทำในงานที่เขารักคือเป็นเชฟ ปิ้งย่าง แต่แทนที่จะเป็นการปิ้งย่างเนื้อ ก็มาเน้นที่อาหารทะเล
ที่แปลกก็คือ โย่เป็นคนที่ไม่รับประทานอาหารทะเลเลย ปิ้งย่าง อย่างเดียว แต่ก็สามารถทำแนวปิ้งย่างอาหารทะเลได้ เพราะเขาสามารถพัฒนาสูตรน้ำจิ้มได้อร่อย ประกอบกับพี่เป็นคนที่ชอบรับประทานอาหารทะเลอยู่แล้ว ซึ่งในรัศมีระยะทาง 1 กิโลเมตร ละแวกบ้านย่านวัชรพลนั้นไม่มีร้านอาหารปิ้งย่างสไตล์นี้ จึงทำให้ได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างมาก แม้ในช่วงการเปิดร้าน 2 สัปดาห์แรกไม่มีลูกค้าเข้ามาเลย แต่เพราะมีเพื่อนๆ ในวงการโฆษณาและประชาสัมพันธ์มารับประทานที่ร้านและช่วยกันแชร์ข้อมูลผ่านสังคมออนไลน์ จึงทำให้ร้านนื้ได้รับความนิยมขึ้นด้วยการบอกต่อ
จากจุดเริ่มต้นที่บริเวณร้านค่อนข้างคับแคบ เปิดร้านใกล้กับบริเวณบ้าน พอเริ่มมีหุ้นส่วนทางธุรกิจเข้ามา ก็ตัดสินใจย้ายร้านออกมาเปิดสาขาใหม่ที่โครงการนวมินทร์ เฟสติวัล วอล์ค บริเวณเกษตร-นวมินทร์ ที่ได้เปิดร้านแห่งนี้ได้ประมาณ 1 เดือนเศษ ซึ่งลูกค้ายังให้การตอบรับที่ดี มารับประทานกันเนืองแน่น
‘จอย’ หญิงในสเปก
ลงตัวทั้งชีวิตครอบครัว-งาน
โย่ บอกว่า เป็นโชคชะตาหรือเป็นพรหมลิขิตก็ได้ เพราะในวันเดียวกันที่เจอกันกับจอย เพื่อนคนหนึ่งยังชวนไปเที่ยวเมืองไทยกันไหม ซึ่งเวลานั้นผมก็ยังไม่รู้จักเมืองไทยเลยพอมากลางคืนก็มารู้จักจอย ก็รู้สึกได้ว่าเป็นพรหมลิขิตจริงๆ ที่ได้เจอกัน เมื่อได้มาเป็นแฟนและแต่งงานกันแต่ยังได้มาทำงานร่วมกัน ในช่วงแรกก็คิดเหมือนกันว่า ถ้าทำงานร่วมกันนั้นปัญหามันจะเยอะมาก แต่เมื่อเอาเข้าจริงเราก็แบ่งหน้าที่การทำงานกันอย่างชัดเจน คือ โย่เขาจะรับผิดชอบเรื่องครัว ดูแลเฉพาะเรื่องการทำอาหารภายในครัวอย่างเดียว สำหรับจอยนั้น จะดูแลทางด้านการตลาดและให้บริการกับลูกค้า
การเป็นสามีและภรรยา ทำงานร่วมกันมีข้อดี คือ ลูกค้าพูดอะไรออกมาก็ต้องกล้าบอกเล่า หรือแชร์ปัญหาให้ฟังร่วมกัน โดยเฉพาะอาหารรสชาติเป็นอย่างไร ถูกปากไหม หากไม่ได้คุยกันแล้วเก็บปัญหาสะสมไว้ เมื่อปัญหาพอกพูนมากขึ้น เรื่องเล็กก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่
โย่ ย้ำว่า การอยู่ด้วยกันและทำงานร่วมกันนั้น ต้องใส่ใจและต้องพัฒนาฝีมือขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างการทำอาหารที่อร่อย ผู้ทำอาหารจะต้องใส่ใจ พร้อมกับพัฒนาฝีมือในการปรุงอาหาร โดยที่ร้านแห่งนี้แม้จะมีลูกค้าเข้ามารับประทานค่อนข้างมาก แต่ก็เลือกที่จะปิดให้บริการทุกวันจันทร์ เป็นวันที่มีลูกค้ามาใช้บริการค่อนข้างเยอะ เพราะต้องการให้เป็นวันที่ใช้ฝึกอบรมหรือเทรนนิ่งให้กับพนักงาน ที่ต้องการพัฒนาฝีมือเพื่อก้าวเข้าไปสู่การเป็นเชฟมืออาชีพ
เพราะการปรุงอาหารนั้นจะต้องมีการเรียนรู้และอาศัยหลักการคิดในการทำงานที่ว่า การเป็นเชฟมืออาชีพให้ได้ดีนั้น ฝีมือของเชฟนั้นต้องเก่งกว่าคนที่สอนเราให้เป็นเชฟ ดูได้แม้กระทั่งพฤติกรรมของลูกค้าที่เขามารับประทานอาหาร ด้วยสายตาที่ทั้งคู่มองเห็นว่าเมื่อเขารับประทานอาหารเพียงคำแรก รู้สึกกับรสชาติอาหารอย่างไร จะอร่อยหรือไม่ สิ่งที่เห็นเบื้องต้นมาจากสายตาที่ ณ วันนี้เขาได้เห็นดวงตาแห่งความสุขของผู้บริโภคหลายราย เป็นสิ่งยืนยันว่า สิ่งที่เขาทำนั้นได้มาถูกทางแล้วที่สำคัญยิ่งกว่า คือ บนเส้นทางที่เดินมีเธออยู่เคียงข้างนั่นเอง







