posttoday
ฤทัย มาลา มีความสุข กับการดูแลตัวเอง

ฤทัย มาลา มีความสุข กับการดูแลตัวเอง

19 พฤศจิกายน 2557

สาวมั่นร่างเล็กตรงหน้า กำลังโพสท่าให้ช่างภาพได้เก็บภาพในหลากหลายอิริยาบถ ดูจากท่าทางการโพสที่คล่องแคล่ว

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา

สาวมั่นร่างเล็กตรงหน้า กำลังโพสท่าให้ช่างภาพได้เก็บภาพในหลากหลายอิริยาบถ ดูจากท่าทางการโพสที่คล่องแคล่ว หากไม่บอกนึกว่าเป็นมืออาชีพ แต่หลังจากได้นั่งพักคุยกัน ถึงได้รู้ว่า ความสามารถและอาชีพการงานของเธอไม่ได้มินิตามตัว ปัจจุบัน ณุท-ฤทัย มาลา นั่งเก้าอี้ซีเนียร์แมนเนเจอร์ของเครือไมเนอร์ มีหน้าที่ความรับผิดชอบดูแลใน 2 ส่วน คือ ด้านการตลาด และแผนกลูกค้าสัมพันธ์ (ซีอาร์เอ็ม)

“ในส่วนการตลาด ณุทจะติดต่อกับหน่วยงานต่างๆ เช่น ธนาคาร เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น มาทำโปรโมชั่นร่วมกัน ขณะที่ในส่วนของซีอาร์เอ็ม ณุทจะดูแลฐานข้อมูลของลูกค้า ศึกษาพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าแต่ละราย เพื่อนำมาวิเคราะห์และทำการตลาดให้ตรงกับความต้องการลูกค้า หนึ่งในเครื่องมือที่เป็นตัวช่วย คือ บัตรไมเนอร์พลัส ลูกค้าใช้สำหรับสะสมยอดซื้อสินค้าในเครือไมเนอร์ 7 แบรนด์ แล้วนำคะแนนที่ได้มาใช้แทนเงินสด ที่สำคัญบัตรนี้เราทำให้ฟรี แค่ลูกค้าซื้อสินค้าเรา 1 ชิ้น ราคาเท่าไหร่ก็ได้”

ณุท บอกว่า หลังจากเปิดตัวบัตรนี้มา 3 ปี เรามีฐานลูกค้า 4 แสนราย ซึ่งลูกค้าเองก็ได้ประโยชน์จากบัตรนี้ ส่วนทางเราก็สามารถนำข้อมูลการซื้อของลูกค้า มาประมวลแล้วจัดหาโปรโมชั่นที่เหมาะสมคืนให้ลูกค้า เพราะโปรโมชั่นบางตัวไม่จำเป็นต้องส่งให้ฐานสมาชิก 4 แสนราย เช่น มีแบรนด์ในเครือไมเนอร์ไปเปิดสาขาใหม่ที่ชานเมือง เราไม่จำเป็นต้องส่งโปรโมชั่นให้ลูกค้าทั้งหมด แต่เลือกเฉพาะคนในพื้นที่ที่มีแนวโน้มจะไปดีกว่า 

ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นก่อนจะเข้าสู่สายงานการตลาดอย่างเต็มตัว ณุทบอกว่า ไม่ได้เรียนจบด้านนี้มาโดยตรง แต่จบปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์ (จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์) ขณะที่ปริญญาโท ก็ยังจบด้านการบริหารภาครัฐและเอกชน (นิด้า)

ฤทัย มาลา มีความสุข กับการดูแลตัวเอง

 

“ตอนนั้นโจทย์เราคือ คุณพ่อรับราชการ เลยเรียนด้านรัฐศาสตร์ กะมาสายเดียวกับคุณพ่อแต่ปรากฏจบมา เราไปสมัครงานผ่านเอเยนซีพร้อมยื่นข้อเสนอว่า จะทำงานตำแหน่งอะไรก็ได้ แต่ต้องเป็นบริษัทข้ามชาติ เพราะเห็นว่าพี่สาวทำงานในบริษัทข้ามชาติแล้วเงินเดือนค่อนข้างดี ปรากฏว่า ก็ได้ทำสมใจ แต่เป็นบริษัทด้านอีคอมเมิร์ซ ซึ่งตอนนั้นในเมืองไทยยังไม่ได้บูมมาก ตอนที่ทำต้องดีลกับลูกค้าหลายราย หนึ่งในนั้น คือ แบรนด์เอสปรี ของเครือไมเนอร์”

ณุท เล่าอย่างออกรสถึงเส้นทางอาชีพต่อว่า ดีลกับเอสปรีจนสุดท้ายทางเอสปรีให้โอกาสชวนมาทำงานด้วย เลยย้ายมาทำงานด้านการตลาดอยู่ 5 ปี แล้วก็ลาออกมาอยู่ในเครือซีเอ็มจี ปรากฏทำอยู่อีก 5 ปี ไมเนอร์ก็ชวนกลับมาอยู่ด้วยอีกครั้ง คราวนี้กลับมาเลยควบให้ดูแล 2 ด้าน เพราะเห็นว่าเรามีประสบการณ์ทั้งในส่วนการตลาด และการจัดการฐานข้อมูลลูกค้า เลยให้ฟอร์มทีมซีอาร์เอ็มขึ้นมา

“ถึงไม่ได้จบสายตรงมา แต่ณุทมองว่า รัฐศาสตร์มีส่วนช่วยในงานด้านการตลาดค่อนข้างมาก ยิ่งหลักสูตรตอน ป.โท ที่เรียนการบริหารทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้เวลาเราทำอะไรก็ตามจะเปรียบเทียบ 2 ด้านเสมอ เพราะหลักการของภาครัฐ ทำอะไรก็ตาม ไม่คิดถึงผลกำไร เอาประโยชน์สูงสุดเป็นที่ตั้ง ขณะที่ภาคเอกชน เอากำไรเป็นที่ตั้ง ผลประโยชน์สูงสุดตามมา ดังนั้นเวลาทำแผนการตลาด จะเน้นการตลาดแบบมองการณ์ไกล ไม่ได้หวังแค่ทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้ามาซื้อของ เพื่อทำยอดแล้วจบ แต่เราเน้นสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า พยายามสวมบทเป็นทั้งผู้ขายและผู้บริโภคในเวลาเดียวกัน

จากประสบการณ์ทำงานมา 10 ปี ณุทบอกว่า สนุกกับงานที่ทำ และคิดต่างจากมนุษย์เงินเดือนหลายคนที่มีความฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ณุท บอกว่า เคยมีหลงทาง คิดจะออกไปทำธุรกิจเหมือนกัน แต่พอใคร่ครวญดูแล้ว เห็นว่า การทำธุรกิจมีความเสี่ยง ประกอบกับคิดเสมอว่า ตัวเองเป็นคนโชคดีเจอเจ้านายและเพื่อนร่วมงานที่น่ารักมาตลอดชีวิตการทำงาน ทำให้การเป็นพนักงานบริษัทไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ

ฤทัย มาลา มีความสุข กับการดูแลตัวเอง

 

“ณุทแบ่งเวลางานกับเวลาส่วนตัวชัดเจนมาก แต่ก่อนอาจจะทำได้ไม่ดีนัก แต่ 5 ปีหลังมานี้ ณุทตั้งใจกับตัวเองว่าจะไม่เอางานกลับมาทำที่บ้าน แต่ต้องมีการวางแผนที่ดี ทุกวันนี้ตื่นเช้ามาทำงานตอนอาบน้ำ เราจะมโนภาพงานที่ต้องทำในวันนี้ไว้เลย ว่ามีอะไรบ้างแล้วลำดับความสำคัญ แต่พอมาถึงที่ทำงานจริง หลายครั้งจะมีงานเข้ามามากกว่าที่เราคิดไว้ แต่สุดท้ายเราก็ต้องมาจัดลำดับความสำคัญของงาน แล้วทำตามลำดับ พร้อมงานที่ตั้งใจไว้ให้เรียบร้อย”

ถามถึงไลฟ์สไตล์ยามว่างๆ ของสาวเก่ง ณุท บอกว่า ทุกวันนี้เทเวลาว่างให้กับการออกกำลังกาย เปลี่ยนจากแต่ก่อนที่ว่าง ปาร์ตี้ แฮงเอาต์กับเพื่อนมาเหลือเพียงเดือนละ 2 ครั้ง ข้อดีอย่างแรกที่เห็นจากการเปลี่ยนแปลง คือ ประหยัดเงินขึ้น และสุขภาพและรูปร่างที่ดีตามมา

“เมื่อก่อนณุทไม่ได้ออกกำลังกายทุกวัน แต่พอมาถึงจุดที่เราสร้างระเบียบให้ตัวเองออกกำลังกายทุกวันได้ เป็นความรู้สึกที่ดี ใส่เสื้อผ้าออกมาก็ดูสวย ทุกวันนี้วันไหนไม่มีเหงื่อ จะหงุดหงิด และรู้เลยว่า เครื่องสำอางจะแต่งไม่ค่อยติด ณุทว่าการที่เราออกกำลังกายแล้วเหงื่อออก ก็เหมือนได้ขับของเสีย ช่วยฟื้นฟูระบบต่างๆ รวมทั้งใบหน้า ทุกวันนี้ณุทแต่งหน้ารอบเดียว อยู่ได้ทั้งวันไม่ต้องเติม ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ณุทจะเปลี่ยนจากออกกำลังกายในยิม ไปปั่นจักรยาน ไปหัวหิน เพราะมีคอนโดที่นั่นไปพักผ่อน ว่ายน้ำ เรียกว่าอยู่ไม่ติดบ้าน จนเพื่อนแซวว่า ณุทเป็นพวกอยู่กรุงเทพฯ แล้วหายใจไม่ออก (หัวเราะ)”

ฤทัย มาลา มีความสุข กับการดูแลตัวเอง

 

รูปร่างเป๊ะแบบนี้ ไม่ถามถึงสไตล์การแต่งตัวไม่ได้ ณุทบอกว่า ไม่ใช่สาวเกาะเทรนด์แฟชั่น แต่เลือกแต่งตัวในแบบที่มั่นใจ เป็นตัวเองแต่ดูดี สไตล์ที่เป็นซิกเนเจอร์ คงไม่พ้นเสื้อแขนกุด เพราะด้วยความที่เป็นสาวไซส์มินิ เลยขอโชว์รูปร่างช่วงบนที่ผอมเพรียว

“ด้วยความที่ตัวเล็ก ณุทไม่ค่อยใส่เสื้อผ้าที่ดูรุ่มร่าม เพราะจะดูแล้วตัวตันๆ เน้นเข้ารูปนิดนึง รองเท้าต้องส้นสูงไว้ก่อน ส่วนแอกเซสซอรี่จัดเต็ม ยิ่งช่วงนี้ณุทหันมาชอบหินสี เลยจัดเต็ม จริงๆ ณุทไม่ได้คิดว่าใส่แล้วจะได้ผลตามที่มีคนบอกว่า เส้นนี้ใส่แล้วดี อายุยืน สุขภาพดี แต่เราใส่เพราะชอบและเพื่อความอุ่นใจมากกว่า นอกจากกำไลข้อมือ ตุ้มหู แหวน และสร้อยคอ ก็เป็นเครื่องประดับที่ขาดไม่ได้ แต่ก็จะเลือกว่าวันไหนอยากเน้นตรงไหน ไม่ประโคมใส่ เพราะจะดูเยอะเกินไม่สวย”

สำหรับอนาคต ณุทกล่าวทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า ทุกวันนี้ยังสนุกกับงาน เธอมักวัดความสำเร็จในการทำงานของเธอเสมอ ด้วยคำถามที่สวนทางกับคนอื่นว่า บริษัทให้อะไรกับเรา เราให้อะไรกับบริษัท เราได้ทำกำไรหรือผลประโยชน์อะไรให้บริษัท ถ้าเรามีคำตอบให้ตัวเอง ก็ถือว่าเราประสบความสำเร็จในการรับผิดชอบหน้าที่ของเรา เพราะถ้าบริษัทอยู่ได้ พนักงานที่เปรียบเหมือนมดงานก็อยู่ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท