posttoday
วิธีปฏิบัติในผู้เป็นโรคซึมเศร้า

วิธีปฏิบัติในผู้เป็นโรคซึมเศร้า

18 พฤศจิกายน 2557

ปัญหาโรคซึมเศร้าถือเป็นปัญหาด้านสุขภาพจิตของคนไทยที่มีความน่าเป็นห่วง เพราะในสังคมแต่ละวันมักจะเห็นข่าวปัญหาการฆ่าตัวตาย หรือการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นบ่อยๆ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่าสลดใจ สังคมอาจตั้งข้อสงสัยว่าเป็นเพราะปัญหาชีวิต ครอบครัว เศรษฐกิจที่รุมเร้า แต่แท้จริงแล้วหลายกรณีมีสาเหตุเกิดจากการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งถูกมองข้ามไป

ปัญหาโรคซึมเศร้าถือเป็นปัญหาด้านสุขภาพจิตของคนไทยที่มีความน่าเป็นห่วง เพราะในสังคมแต่ละวันมักจะเห็นข่าวปัญหาการฆ่าตัวตาย หรือการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นบ่อยๆ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่าสลดใจ สังคมอาจตั้งข้อสงสัยว่าเป็นเพราะปัญหาชีวิต ครอบครัว เศรษฐกิจที่รุมเร้า แต่แท้จริงแล้วหลายกรณีมีสาเหตุเกิดจากการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งถูกมองข้ามไป

นพ.พิชัย อิฏฐสกุล จิตแพทย์ โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวว่า โรคซึมเศร้าถือเป็นโรคทางจิตเวชที่พบมากอันดับต้นๆ ของไทย เกิดจากสองสาเหตุหลักคือ ปัจจัยทางชีวภาพหรือพันธุกรรม เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของเคมีในสมอง เช่น ความผันผวนของระดับฮอร์โมนที่สำคัญ สืบทอดจากพ่อแม่สู่ลูก และเกิดจากปัจจัยด้านจิตใจหรือสิ่งแวดล้อม ที่เรียกว่าปัจจัยทางอารมณ์

“โรคนี้มีโอกาสเกิดได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย หากสังเกตเห็นคนใกล้ชิดมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปและเข้าข่ายของภาวะซึมเศร้าหรือเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว อย่ามองว่าเป็นความคิดแง่ลบที่สร้างขึ้นมาเอง หรือมองโลกในแง่ร้ายเอง แต่ควรเปิดใจรับฟังและพยายามหาทางช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ เพราะโรคนี้ส่งผลรุนแรง ดังนั้น จึงต้องรู้วิธีในการปฏิบัติตนหรือมองคนที่เป็นโรคนี้อย่างถูกต้องและเข้าใจ” 

ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า นพ.พิชัย แนะนำว่า อย่าตั้งเป้าหมายในการทำงานและปฏิบัติตัวที่ยากเกินไป หรือรับผิดชอบมากเกินไป พร้อมกันนั้นแยกแยะปัญหาใหญ่ๆ ให้เป็นส่วนย่อยๆ จัดเรียงความสำคัญก่อนหลังและลงมือทำเท่าที่ทำได้ อย่าพยายามบังคับตนเอง หรือตั้งเป้ากับตนเองให้สูงเกินไป เพราะอาจไปเพิ่มความรู้สึกล้มเหลวในภายหลัง หมั่นพยายามทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ซึ่งดีกว่าอยู่เพียงลำพัง

ขณะเดียวกันให้เลือกทำกิจกรรมที่สร้างความรู้สึกที่ดี หรือเพลิดเพลิน และไม่หนักเกินไป เช่น การออกกำลังเบาๆ สิ่งที่ควรระวังอย่าตัดสินใจในเรื่องสำคัญต่อชีวิตมากๆ เช่น ลาออกจากงาน แต่งงาน หรือการหย่าร้าง โดยไม่ได้ปรึกษาผู้ใกล้ชิดที่รู้จักผู้ป่วยดีและต้องเป็นผู้ที่สามารถพิจารณาเหตุการณ์นั้นอย่างเป็นกลาง ปราศจากอคติ ที่สำคัญไม่ควรตำหนิหรือลงโทษตนเองที่ไม่สามารถทำได้อย่างที่ต้องการ เพราะไม่ใช่ความผิดของผู้ป่วย ควรทำเท่าที่ตนเองทำได้ พร้อมกันนี้อย่ายอมรับว่าความคิดในแง่ร้ายที่เกิดขึ้นในภาวะซึมเศร้าเป็นส่วนหนึ่งที่แท้จริงของตนเอง เพราะโดยแท้จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของโรค หรือความเจ็บป่วยและสามารถหายไปได้เมื่อรักษา

“ประการสุดท้าย ขณะที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ากลายเป็นคนที่ต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่นนั้น แต่ก็อาจมีบุคคลรอบๆ ตัวที่ไม่เข้าใจในความเจ็บป่วยของผู้ป่วย และอาจสนองตอบในทางตรงกันข้าม และกลายเป็นการซ้ำเติมโดยไม่ได้ตั้งใจ อันนี้ต้องระวัง”

นพ.พิชัย กล่าวว่า ปัจจุบันโรคนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย หากสังเกตเห็นคนใกล้ชิดมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป และเข้าข่ายของภาวะซึมเศร้าหรือเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว อย่ามองว่าเป็นความคิดแง่ลบที่สร้างขึ้นมาเอง หรือมองโลกในแง่ร้ายเอง แต่ควรเปิดใจรับฟังและพยายามหาทางช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ เพราะโรคนี้ส่งผลรุนแรง แต่อาการอาจดูเหมือนคนมีอารมณ์วิตกกังวลแค่นั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท