
ภัทริยา เศรษฐบุตร ชีวิต(ชอบ)ทำด้วยตัวเอง
เรื่อง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ /ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช
ภัทริยา เศรษฐบุตร จบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กเลย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และจบปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สาขาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อดีตนักวิเคราะห์การลงทุนของบริษัทด้านการลงทุนระดับประเทศ เจ.พี. มอร์แกน และจาร์ดีน เฟรมมิง ซีเคียวริตีส์ รวมทั้งเป็นนักวิเคราะห์การลงทุนหญิงไทยรายแรกๆ ที่ได้รับเชิญให้สัมภาษณ์ใน Asian Wall Street Journal และสถานีโทรทัศน์ CNBC Asia ว้าว!
ชีวิตที่เมืองนอก
ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่ ทั้งคู่เป็นแพทย์และลงหลักปักฐานอยู่ที่พาซาดีนา, แคลิฟอร์เนีย เมื่อ 5 ปีก่อนย้ายกลับมาอยู่เมืองไทย ชีวิตเปลี่ยนไปไม่น้อย สาวสวยแห่งตระกูลเศรษฐบุตรปรับตัวพอเหนื่อย ถึงปัจจุบันก็ยังเหนื่อย สาวเก่งวัย 30 ต้น ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการอาวุโส บริษัท โกลเด้น แลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ ดูแลโครงการอสังหาริมทรัพย์หลายหมื่นล้านบาทในเครือโกลเด้นแลนด์ทั้งหมด ล่าสุดคือ โกลเด้น เฮอริเทจ ราชพฤกษ์
“
บางคนคิดว่าเราทำบ้านไฮเอนด์ แล้วจะต้องหรู จะต้องเวอร์ไม่ใช่เลย แพทเป็นคนเรียบๆ ทำอะไรง่ายๆ แล้วก็ชอบทำอะไรด้วยตัวเอง” ภัทริยา กล่าวกลับมาเมืองไทยตอนแรกวิ่งหาร้านขายอะไหล่รถยนต์ เนื่องจากต้องการจะซ่อมรถด้วยตัวเอง แปลกใจมากที่ไม่มีใครที่ทำอย่างนั้นเลย ไม่ว่าผู้หญิงผู้ชายถ้ารถเสียก็วิ่งโร่หาอู่สถานเดียว ภัทริยาเล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เด็กถูกฝึกให้ทำอะไรด้วยตัวเอง อยากซ่อมรถเป็นก็ไปลงเรียนคลาสสำหรับสอนซ่อมรถ ที่สหรัฐมีคลาสแบบนี้เยอะ คือใครสนใจอยากทำหรืออยากเรียนอะไร รับรองว่ามีคลาสสอนให้ทุกอย่าง คลาสซ่อมรถมีคนลงเรียนมาก เพราะที่โน่นค่าซ่อมรถแพง แต่สำคัญกว่านั้นคือความภูมิใจที่ได้ทำอะไรด้วยตัวเอง
“
ในบางที่และบางสถานการณ์ ความจำเป็นอาจบังคับให้เราต้องทำอะไรด้วยตัวเอง แต่ก็เพราะชอบทำด้วย ตอนอยู่เมืองนอกจำได้ว่าทำทุกอย่างเองหมด ซ่อมรถเอง ทำอาหารเอง ทำงานก็ชอบทำเอง กลับมาเมืองไทย ไม่ให้ลูกน้องทำ แย่งงานลูกน้องทำหมด” ภัทริยาตอบพร้อมหัวเราะคนไทยหัวใจเต็มร้อย
อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้เป็น
“ฝรั่งจ๋า” ภัทริยาและน้องชายเป็น “คนไทยหัวใจเต็มร้อย” ด้วยอิทธิพลที่มาจากคุณยาย คุณยายเป็นอดีตคุณครูที่ตามไป (ช่วย) เลี้ยงหลานภัทริยากับน้องถึงเมืองนอก คุณยายเลี้ยงดูแลหลานแบบไทยๆ เรียนภาษาไทย เรียนทำอาหารไทยกับคุณยาย ในบ้านต้องพูดภาษาไทย เคารพนบไหว้แบบไทย คุณยายพูดเสมอว่าเราเป็นคนไทย เพราะฉะนั้นไม่เคยคิดเลยว่าเป็นฝรั่ง ชีวิตเดินทางตั้งแต่เล็ก ไปๆ มาๆ ระหว่างสหรัฐกับกรุงเทพฯ และคิดเสมอว่าเมืองไทยคือบ้าน“
ฝรั่งกับไทยผสมกันกระมังคะ (ฮา) ผสมกันอยู่ในตัวเรา จะรู้ตัวเอง รู้จักตัวเอง รู้ว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร มีความคิดและความเป็นตัวของตัวเองสูง แต่ไม่ว่าจะยังไง สุดท้ายก็เป็นคนไทย ภาษาไทยก็ภาษาเรา วิธีพูดวิธีมองก็คนไทยนี่แหละ” ภัทริยาสรุปส่วนที่ไปเรียนด้านอสังหาริมทรัพย์ ก็เพราะที่บ้านทำธุรกิจด้านนี้อยู่แล้ว คุณตาของเธอทำโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่สงขลา พัฒนาโรงพยาบาล โรงแรม และอีกหลายๆ อย่าง รวมทั้งที่สหรัฐครอบครัวเศรษฐบุตรก็ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่นั่นด้วย โดยเป็นเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในเมืองที่ประสบความสำเร็จทีเดียว นอกจากนี้ยังเป็นที่ปรึกษาโครงการในอังกฤษและบราซิล ไม่แปลกที่ภัทริยาจะคุ้นเคย และสนใจที่จะเรียนรู้มันอย่างจริงจัง
“
เวลาเรียนเขาให้เรา Hand On โครงการเลย ทำทุกอย่างที่ผู้ลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกคนควรรู้และจะต้องรู้ โครงการอสังหาริมทรัพย์มีหลายประเภท ทั้งการลงทุนภาคเอกชน และการลงทุนภาครัฐ มีโครงการของประเทศต่างๆ ที่มาเสนอโครงการ เขาก็จัดเราเป็นทีมเลย เพื่อไปดูงาน ไปติดตามงาน ทำในลักษณะเป็นที่ปรึกษาหรือคอนซัลแตนต์ สนุกมาก” ภัทริยาเล่าเรื่องโรแมนซ์
พูดถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภัทริยาเล่าว่าไม่ใช่เรื่องยาก เงินจะตามมาถ้าโปรเจกต์น่าสนใจ สำคัญคือวิชันหรือวิสัยทัศน์โครงการ ถ้าโครงการมีวิชันที่ดี เงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ ต่อให้โครงการต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลขนาดไหน ก็มีคนอยากให้กู้เยอะแยะ สำคัญจึงต้องมองให้ทะลุเป้าหมาย เจาะตลาดเป้าหมายได้ก็ไม่ยากแล้ว สำหรับโกลเด้นแลนด์ฯ พัฒนาโครงการระดับสูง บางแปลงร้อยกว่าล้าน ซึ่งก็ขายได้เป็นพันล้านทุกปี
“
ปีที่แล้วเป็นปีที่ดีของโกลเด้นแลนด์ฯ ปีนี้ก็ยังดี แม้การเมืองส่งผลกระทบ และหลายคนยังรอดูสถานการณ์ แต่เราเชื่อว่าตลาดระดับบนของไทยมีโอกาสเสมอ” ภัทริยากล่าววันนี้รับผิดชอบ 9 สายงานหลักของโกลเด้นแลนด์ฯ เหนื่อยเอาเรื่อง เพราะฉะนั้นวันหยุดจึงต้องหยุดจริงๆ ภัทริยาบอกว่า ถึงวันพักขอใช้เวลากับครอบครัว คุณแม่และน้องชายส่วนใหญ่เดินทางไปหาทะเลสงบๆ ใกล้ๆ พักใจอยู่แถวชายทะเลหัวหิน ส่วนชายหนุ่มในชีวิตจริงยังไม่มีและยังหาอยู่ (ฮา) สาวสวยพูดติดตลกถึงสเปกว่า ชอบคนเอเชียด้วยกันนี่แหละ แต่อันที่จริงจะอินเตอร์หรือไม่อินเตอร์ก็ไม่สำคัญ ขอให้มีจิตใจดีและเป็นคนดีก็พอ ต้องคุยกันได้ สื่อ (ถึง) กันได้ อ้อ...และถ้าซ่อมรถยนต์เองได้ด้วย จะรับพิจารณาเป็นพิเศษ (ฮา)







