
สงครามเกรียน ถึงจะเกรียน...ก็เกรียนรักดี
สังเกตไหมว่า ที่ผ่านๆ มา เปิดหน้าจอโทรทัศน์ช่องไหน ก็เจอแต่ซีรี่ส์หรือรายการที่เอาบรรดาเด็กวัยรุ่นหล่อสวยใส
สังเกตไหมว่า ที่ผ่านๆ มา เปิดหน้าจอโทรทัศน์ช่องไหน ก็เจอแต่ซีรี่ส์หรือรายการที่เอาบรรดาเด็กวัยรุ่นหล่อสวยใสมาออกหน้าจอเต็มไปหมด จบรายการนี้ก็ต่อรายการนั้น จบละครเรื่องนั้นก็ต่อซีรี่ส์เรื่องนี้ ยิ่งช่วงนี้เด็ดดวง เพราะมีของร้อนๆ คูลๆ เกรียนๆ ดีๆ มาถล่มหน้าจอโทรทัศน์ให้สาวแก่สาวแท้สาวเทียม กรี๊ดๆๆๆ กันจนหายใจหายคอไม่ทัน
ว่าแต่ จะร้อน จะคูล จะเกรียน จะเด็ด จะดี แค่ไหน
ตามไปดู!
Hot! แล้วเราจะเกรียนจนกลายเป็นสุภาพบุรุษ
หากใครเปิดช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล หมายเลข 25 หรือ 35 ทุกวันศุกร์ เวลา 22.00-23.00 น.รับรองว่าคุณจะต้องได้พบกับ 8 หนุ่มเกรียนน่ารักน่าชังที่ถูกคุณแม่เอกกี้-เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ นำมาคุมขังไว้ในบ้านให้เป็นทาสรับใช้เอ๊ย ไม่ใช่ นำมาขัดสีฉวีวรรณ แปลงโฉม และมอบภารกิจสำคัญอันมากมายเพื่อให้เด็กเกรียนทั้งหลายได้ปฏิบัติจนกลายเป็นสุภาพบุรุษขวัญใจสาวๆ ใน “เกรียน Possible”
วันนี้เรามีนัดกับเด็กเกรียนทั้งแปดที่ตึกแกรมมี่ พอได้เจอตัวจริงไม่ว่าจะเป็น ปังปอนด์-อัครวุฒิ มังคลสุต ทอย-ปฐมพงศ์ เรือนใจดีนนท์-กฤตธวัฒน์ เอกชัย กิต-ณัฐกิตติ์ นันทพานิช ปลาย-ปัณฑาพัฒนอำไพวงศ์เฟย-ภัทร เอกแสงกุล อ๊อฟ-ฐานพัฒน์ มงคลิก เจมี่-เจมส์ ฮะริ เอ็ดมันด์สัน ขอบอกว่า เด็กพวกนี้เกรียนจริง!!!
“สำหรับการได้เข้ามาเป็นแก๊งเด็กเกรียนของคุณแม่เอกกี้ พวกเราทั้งแปดคนดีใจกันมาก พวกเราอาจไม่ได้เป็นเพื่อนกันมาก่อน แต่พอได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ได้มาเรียนรู้พัฒนาตัวเองผ่านบททดสอบต่างๆ ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นการเรียนศิลปะป้องกันตัว ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญของลูกผู้ชายไทย นั่นคือ การรู้จักศิลปะป้องกันตัว พวกเราต้องบอกไว้ก่อนว่า นี่ไม่ใช่การเรียนเพื่อไปชกต่อยทำร้ายใครนะครับ แต่พวกเราเรียนไว้เพื่อเอาไว้คุ้มครองคนที่เรารักให้เขาปลอดภัยที่สุดต่างหาก (หัวเราะ)”
นอกจากนี้ เด็กเกรียนทั้งแปดยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับกีฬาทางน้ำ ขึ้นชื่อว่ากีฬาทางน้ำซึ่งขอบอกว่า กีฬาแบบนี้ไม่ใช่ใครก็เล่นกันได้ง่ายๆแต่ก็เชื่อว่า ถ้าใครมีความสามารถพิเศษในด้านนี้รับรองสาวกรี๊ดตรึม
“แต่กิจกรรมที่สนุกมาก และพวกเราก็คิดว่ามันสำคัญกับพวกเราด้วยเช่นเดียวกันนั่นคือการดูแลผิวหน้าและทำให้ตัวเองหล่อเหลาดูดี ซึ่งพวกเรามองว่ามันเป็นสิ่งสำคัญครับ นอกจากนี้ยังมีภารกิจต่างๆ อีกมากมายให้เราทำ โดยแต่ละภารกิจ จะมีพี่ๆ กูรูด้านต่างๆ จะมากดออดเยี่ยมเยียนที่บ้านของพวกเราอาทิตย์ละ 1 คน เพื่อมาฝึกสอนให้เรามีพัฒนาการที่ดีเพิ่มขึ้นไปอีกด้วยครับ”
ไม่ว่าหลังจากนี้ จะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กเกรียนทั้งแปด แต่สิ่งหนึ่งที่เราสัมผัสได้ระหว่างการพูดคุยนั่นคือการมีทัศนคติที่ดีต่อตัวเองและผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นเพศไหนหรือวัยใด รวมทั้งวิธีมองโลก มองผู้คน มองสังคม ที่ต่างออกไปจากเดิม นี่จึงทำให้เราเชื่อว่าเมื่อจบรายการนี้ไปแล้ว เราคงมีสุภาพบุรุษเพิ่มขึ้นมาอีก 8 คนเป็นสุภาพบุรุษที่แข็งแกร่งทั้งกายและใจ มีหัวใจที่อ่อนโยนต่อคนรอบข้างและมีความมุ่งมั่นในการจะทำให้ชีวิตของตัวเองดีขึ้นในท้ายที่สุด
Cool! เมื่อเด็กเกรียน...ต้องเรียนรู้ชีวิตผู้ใหญ่
ย้ายจากช่องจีเอ็มเอ็ม แชนแนล แล้วกดรีโมทไปที่ช่องโมเดิร์นไนน์ทีวี ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20.50-21.45 น.จะพบกับซีรี่ส์ภาคต่อของภาพยนตร์เรื่อง “เกรียน ฟิคชั่น”(เรื่องราวชีวิตของ ตี๋ โอ๊ต โมน และม่อน) ที่คราวนี้พวกเขาต้องมาเผชิญโลกแห่งความเป็นจริงที่หนักหน่วงกว่าเดิม
หลังจากได้พบกับ เฟียต-พัทธดนย์ จันทร์เงิน เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม แจ็ค-กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา และ ปลื้ม-ปุริม รัตนเรืองวัฒนา ณ เฮาส์ อาร์ซีเอ อันเป็นจุดนัดพบของเรา 4 เกรียน ก็ได้บอกเล่าให้เราฟังว่าหลังจากเอาใจช่วยแก๊งเกรียนอย่างพวกเขาทั้งสี่ไม่ให้เป็นแก๊งกากมาแล้วในภาพยนตร์ ครั้งนี้คนดูจะได้พบกับเรื่องราวที่เริ่มต้นด้วยการที่ โอ๊ต โมน และม่อน ที่เล่นโดย เจเจ แจ็คและปลื้ม ก็ได้ไปตามตัว ตี๋ ที่เล่นโดยเฟียต ที่หนีออกจากบ้าน ซึ่งก็ทำได้สำเร็จ
“แต่พวกเราก็ต้องพบกับข่าวร้ายจากทางโรงเรียน นั่นคือ พวกเราไม่มีสิทธิสอบทำให้พวกเราหมดโอกาสที่จะสอบแอดมิชชั่น ต้องรอแหง่วเป็นแมวเหงา เพื่อเรียนซ้ำอีกปีหนึ่ง”
เกรียนทั้งสี่ เผยว่า ระหว่างที่รอเรียนซ้ำอยู่นั้นอาจารย์ที่ปรึกษาของพวกเขาก็ได้ชวนให้พวกเขาไปรู้จักกับโปรดิวเซอร์ที่มาเปิดโปรดักชั่นเฮาส์อยู่ที่เชียงใหม่ซึ่งเขารับถ่ายวิดีโอและตัดต่องานทุกประเภท
“โปรดิวเซอร์คนนี้เลยจ้างพวกเราให้ไปทำงานด้วยเพราะเขาเห็นว่าฝีมือของเราก็ดีอยู่ไม่ใช่น้อยและที่สำคัญ สามารถจ้างพวกเราในราคาถูกด้วย (หัวเราะ) แต่ถึงจะจ้างพวกเราถูก พวกเราก็ยินดีรับงานนี้ครับ เพราะมันก็คงดีกว่านอนเหงาเป็นแมวหง่าวอยู่ที่บ้าน”
สำหรับการตัดสินใจรับงานนี้ เกรียนทั้งสี่ เล่าว่ามันเป็นเหมือนการได้ไปเรียนรู้ชีวิตในหลายๆ รูปแบบพวกเขาต้องเจอทั้งงานโฆษณา งานหนังสั้น งานเรียลิตี้งานวิดีโอพรีเซนเทชั่น งานแต่งงาน งานวิดีโอไว้อาลัย งานศพ งานคลิปไวรัลแอบถ่ายงานมิวสิควิดีโอ และอีกสารพัดงาน
“ซึ่งในแต่ละงาน พวกเราจะเจอกับคนหลากหลายประเภทที่สร้างความปั่นป่วนให้กับพวกเราอีกด้วย แต่งานนี้คนดูก็จะได้เห็นว่า เด็กเกรียนที่ไม่มีประสบการณ์ทางโลกอย่างพวกเรา จะแก้ปัญหาต่างๆให้ลุล่วงไปให้ได้ด้วยดีได้อย่างไร”
ท้ายที่สุด เกรียนทั้งสี่ก็ได้ชวนให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราถูกบอกว่าต้องเรียนหนังสือให้จบปริญญาแล้วอนาคตที่ดีจะรอเราอยู่ แต่จริงๆ แล้วมันมีหรือไม่? ชีวิตเราคือข้อสอบที่มีทางเลือกไม่กี่ข้อแบบนั้นหรือเปล่า?
หรือถ้ามันมีทางเลือกมากกว่านั้นแต่ยังไม่รู้ว่าอะไรจะรอเราอยู่ข้างหน้า เราต้องใช้ความกล้ามากขนาดไหนที่จะเลือกเดินไปในทางที่ไม่เคยเห็น? แล้วเราจะเอาความกล้าขนาดนั้นมาจากไหน? จากเพื่อน ครอบครัว พี่น้องหรือคนแปลกหน้าที่เพิ่งจะรู้จักกันทางอินเทอร์เน็ต?







