
เตรียมบริหารทีมสำหรับ AEC
เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนที่บรรดาประเทศสมาชิกของกลุ่มอาเซียนจะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนที่บรรดาประเทศสมาชิกของกลุ่มอาเซียนจะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC) กันแล้ว ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นเราก็คงจะเห็นการเคลื่อนไหวของแรงงานทั้งมีฝีมือและไม่ค่อยมีฝีมือภายในประชาคมนี้มากขึ้น แม้ว่าข้อตกลงของ AEC ในเรื่องของเคลื่อนย้ายแรงงาน โดยเสรีจะจำกัดอยู่เฉพาะแรงงานมีฝีมือ 7 สาขาอาชีพ คือ แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ วิศวกร นักสำรวจ พยาบาล สถาปนิก และนักบัญชี ซึ่งเท่าที่ผ่านมาเราก็คุ้นเคยกับการเห็นแรงงานไทยและต่างชาติเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย เพื่อทำงานในองค์กรต่างๆ มาแล้ว แต่หลังการเป็น AEC เราก็จะได้เห็นแรงงานไทยและแรงงานต่างชาติเดินทางเข้า-ออกประเทศมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารองค์กรเป็นจำนวนมากยังไม่ค่อยสันทัดกับการบริหารทีมงานหลากเชื้อชาติสักเท่าไร ลำพังแค่พูดจาสื่อสารภาษากันได้นั้นย่อมไม่เพียงพอ มีปัญหาอื่นๆ จุกจิกมากมายที่ผู้บริหารหรือนายจ้างตลอดจนลูกจ้างทุกเชื้อชาติต้องได้การฝึกอบรมเพื่อเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ผู้เขียนคิดว่ารูปแบบของการทำงานเป็นทีมขององค์กรยุค AEC จะมีอยู่ 2 รูปแบบหลัก คือ 1) ทีมที่ทำงานแบบเห็นหน้าค่าตากัน และ 2) ทีมที่ทำงานกันคนละประเทศและต้องติดต่อกันผ่านเทคโนโลยีสื่อสาร หรือเป็นทีมที่เราเรียกว่า “ทีมเสมือน” (Virtual Team) นั่นเอง
ดังนั้น ประเด็นที่เราจะคุยกันเรื่องการเตรียมสร้างทีมและบริหารทีมเมื่อเข้าสู่ AEC คือประเด็นเรื่องการบริหารทีมข้ามวัฒนธรรม (Cross-culture Team) และทีมเสมือนที่พนักงานเป็นคนต่างชาติต่างภาษาที่ต้องทำงานร่วมกัน เพื่อองค์กรเดียวกันจากสถานที่ทำงานคนละแห่ง ซึ่งแน่ละที่มันจะทำให้การบริหารทีม เพื่อสร้างผลงานเป็นภารกิจที่ยากยิ่งขึ้นไปอีก เราค่อยๆ มาคุยกันทีละประเด็นนะคะ โดยขอเริ่มจากการเตรียมสร้างทีมข้ามวัฒนธรรมก่อน
ปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาเลือกสมาชิกทีมและฝึกอบรมทักษะในการทำงานเป็นทีมข้ามวัฒนธรรม
1.สมาชิกควรมีความชอบและสนใจ (Passion) ในการทำงานร่วมกับคนต่างชาติต่างวัฒนธรรมเป็นพื้นฐาน เพราะถ้ามีใจรักอยู่แล้ว ก็จะเปิดใจเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับคนที่แตกต่างจากตัวเองได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น แต่ถ้าเลือกไม่ได้ผู้บริหารและ HR ต้องมีจิตวิทยาที่จะมีศิลปะในการจูงใจชี้แนะให้เห็นถึงประโยชน์และความน่าสนใจกับการทำงานร่วมกับคนต่างชาติต่างภาษา ชี้ให้เห็นโอกาสในการพัฒนาทักษะในการปฏิสัมพันธ์ การได้เรียนรู้ภาษา วัฒนธรรมใหม่ๆ ซึ่งจะเพิ่มประสบการณ์ที่มีคุณค่ากับการเติบโตในสายอาชีพ
2.สมาชิกควรเป็นผู้ที่มีความยืดหยุ่น (Resilience) มีพลังที่จะปรับตนเอง มองโลกในแง่ดี พยายามและพร้อมที่จะเข้าใจคนอื่น แต่ถ้าพนักงานไม่มีคุณสมบัติข้อนี้เราก็ต้องหาทางปรับทัศนคติให้มองโลกในแง่บวก ฝึกให้ทำงานในสภาพแวดล้อมต่างๆ โดยเริ่มจากทำงานกับเพื่อนต่างแผนกงานก่อนก็ได้ จากนั้นค่อยขยับขยายให้ทำงานกับคนต่างวัฒนธรรมและต่างชาติในที่สุด ให้เห็นว่าการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีคนต่างชาติต่างวัฒนธรรมเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน พอเริ่มคุ้นเคยแล้วก็จะหายเครียดแล้วค่อยๆ ปรับตัวให้เข้ากับพนักงานที่มาจากชาติต่างๆ ได้เอง
3.ต้องฝึกทักษะในการสื่อสารอย่างเข้มข้น เริ่มจากภาษาที่ใช้สื่อสารทั้งภาษาพูดและเขียน ต้องเรียนรู้คำศัพท์ คำพูดที่ต้องห้ามของชาติที่เราต้องทำงานด้วย ต้องเรียนรู้วัฒนธรรมความเชื่อของชาตินั้นๆ เพื่อที่ภาษาพูด ภาษาเขียน และภาษากายท่าทางที่แสดงออกจะไม่สร้างความไม่พอใจให้คนชาติต่างๆ งานนี้ HR ต้องให้ความรู้กับพนักงานชาติต่างๆ เรื่องการอสารข้ามวัฒนธรรมอย่างจริงจัง มีหลักการเพื่อป้องกันปัญหาความเข้าใจผิดและปัญหาความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่ความแตกร้าวที่มิอาจเยียวยาได้
4.ฝึกทักษะในการบริหารความขัดแย้ง (Conflict Management) เป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อมีคนมากกว่าหนึ่งคนต้องมาทำงานร่วมกัน มันต้องมีเรื่องกระทบกระทั่ง เรื่องความเห็นไม่ตรงกันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ถ้าเราฝึกพนักงานให้มีพื้นฐานความเข้าใจว่าความขัดแย้งกันเป็นเรื่องปกติ และอาจกลายเป็นเรื่องสร้างสรรค์ถ้าเราบริหารเป็นการทำงานเป็นทีมจำเป็นต้องมีความเห็นที่ต่างกัน เพื่อคุณภาพทางความคิด เมื่อมีทักษะในการบริหารความขัดแย้งก็จะสามารถลดระดับความตึงเครียดและบริหารอารมณ์ของคนที่เกี่ยวข้องในทีมได้ดีพอที่จะทำงานด้วยกันได้ โดยไม่แตกแยกกันไปก่อน
5.ความสามารถในการสร้างผลกระทบ (Influencing) ในการชักจูงจิตใจและพฤติกรรมของสมาชิกทีม ผู้เขียนหลีกเลี่ยงไม่อยากแปลศัพท์ “Influencing” ว่าเป็นการสร้างอิทธิพล เพราะในภาษาไทยเรา คำว่า “สร้างอิทธิพล” หรือ “มีอิทธิพลเหนือ” ผู้อื่นมีความหมายในทางลบ ผู้นำที่สามารถชักจูงจิตใจคนในทีมได้ต้องมีทักษะในการแสดงเหตุผลอุปมาอุปไมย รู้จักชักแม่น้ำทั้งห้าทั้งสิบ ยกตัวอย่างข้อมูล ฯลฯ รวมทั้งวางตนดีน่าเชื่อถือทำให้สามารถชักจูงจิตใจคนให้เชื่อได้ นี่คือทักษะที่คนต้องทำงานกับหมู่เหล่าต่างชาติต่างภาษาควรมีไว้ เพื่อสร้างเสริมประสิทธิภาพในการทำงานเป็นทีม
6.ให้ความสำคัญและเคารพในคุณค่าของบุคคลทุกคนในทีม การที่สมาชิกทีมมาจากเชื้อชาติต่างๆ กัน จำเป็นที่สมาชิกจากทุกชาติต้องเห็นความสำคัญ ยอมรับและมีความเคารพให้กันและกัน เพื่อป้องกันมิให้มีปัญหาเรื่องอคติเกิดขึ้นอันเป็นปัญหาละเอียดอ่อนกระทบจิตใจและอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่โตได้ง่าย
7.ยิ่งสมาชิกมีความหลากหลาย ยิ่งต้องทำให้สมาชิกทุกคนเข้าใจเป้าประสงค์ในการทำงานให้ชัดเจน ต้องมั่นใจว่าสมาชิกทุกคนเข้าใจเป้าหมายถูกต้องจริงๆ หัวหน้าทีมต้องมีทักษะในการสื่อสารที่ดี สามารถทำให้สมาชิกรู้สึกไว้วางใจและทำให้สมาชิกสบายใจที่จะขอคำปรึกษาหรือคำอธิบายจากเขาได้เสมอ
8.มีทักษะในการแบ่งงานและวางตัวคนให้ทำงานถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้ควรเรียนรู้ทักษะในการบริหารจัดการโครงการ (Project Management) ด้วย การรู้จักแบ่งงานวางตัวคนให้เหมาะสมกับงานและรู้จักขั้นตอนกระบวนการในการบริหารโครงงานตามจังหวะเวลาและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยเสริมศักยภาพการทำงานของทีมให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น
เนื้อที่หมดเสียแล้ว ขออนุญาตคุยเรื่องการบริหารทีมงานสำหรับ AEC ในประเด็นเรื่องทีมเสมือนที่พนักงานเป็นคนหลายชาติหลากภาษาต่อสัปดาห์หน้านะคะ







