posttoday
เดอะ เซนต์ รีจิส สัญลักษณ์แห่งความหรูหรา

เดอะ เซนต์ รีจิส สัญลักษณ์แห่งความหรูหรา

14 พฤศจิกายน 2557

หากท่านผู้หญิงแห่งสหรัฐ “แคโรไลน์ แอสเตอร์” ผู้ซึ่งจัดงานเลี้ยงน้ำชายามบ่าย งานเฉลิมฉลอง งานเต้นรำ และงานเลี้ยงอาหารค่ำอันแสนวิจิตร ที่เรียกกันว่า มิดไนต์ ซัพเพอร์ ให้แก่คนในสังคมชั้นสูงจำนวน 400 คน คือที่มาของโรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส โรมแรมอันหรูหรายิ่งใหญ่ และมีพิธีการอันแสนประณีต ที่ยึดถือปฏิบัติตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น นี่คงเป็นที่มาอันทรงคุณค่าที่เราๆ ท่านๆ สามารถสัมผัสได้มาจนถึงทุกวันนี้

หากท่านผู้หญิงแห่งสหรัฐ “แคโรไลน์ แอสเตอร์” ผู้ซึ่งจัดงานเลี้ยงน้ำชายามบ่าย งานเฉลิมฉลอง งานเต้นรำ และงานเลี้ยงอาหารค่ำอันแสนวิจิตร ที่เรียกกันว่า มิดไนต์ ซัพเพอร์ ให้แก่คนในสังคมชั้นสูงจำนวน 400 คน คือที่มาของโรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส โรมแรมอันหรูหรายิ่งใหญ่ และมีพิธีการอันแสนประณีต ที่ยึดถือปฏิบัติตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น นี่คงเป็นที่มาอันทรงคุณค่าที่เราๆ ท่านๆ สามารถสัมผัสได้มาจนถึงทุกวันนี้

 
ปี 1904 ลูกชายของแคโรไลน์ แอสเตอร์ “จอห์น เจคอบ แอสเตอร์ที่ 4” ได้เห็นถึงความรักในการจัดงานเลี้ยงของคุณแม่ จึงนำอสังหาริมทรัพย์ส่วนตัวมาทำเป็นโรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส โดยอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ เครื่องส่งจดหมาย รวมทั้งการบริการจากบัตเลอร์ฝีมือชั้นเยี่ยมมาคอยบริการให้ลูกค้า

ปี 1912 จอห์น เจคอบ แอสเตอร์ที่ 4 เดินทางไปต่างประเทศพร้อมกับภรรยา “มาเดลลีน” เมื่อทั้งคู่กลับไปยังสหรัฐ โดยเรือไททานิคซึ่งจมลงกลางทะเล ในตอนนั้นจอห์นได้ช่วยภรรยาและพยาบาลของเขาลงเรือชูชีพ รวมทั้งสุนัขของเขาที่กำลังติดอยู่ในบ้านสุนัขภายในเรือ ขณะที่ตัวเขาจมลงไปกับเรืออันเป็นตำนาน

ปี 1927 เดอะ เซนต์ รีจิส นิวยอร์ก ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นใหม่อีกสองชั้น รวมทั้งห้องบอลรูม ภายใต้ชื่อ เดอะ เซนต์ รีจิส รูฟ โดยในค่ำคืนวันเปิดงาน แขก 500 ท่านได้รื่นเริงไปกับอาหารค่ำและวงออร์เคสตราที่มีเครื่องดนตรีถึง18 ชิ้น

ปี 1932 ก่อนที่ จอห์น เจคอบ แอสเตอร์ที่ 4 จะเสียชีวิต เขาได้ทำงานภาพศิลปะร่วมกับนักวาดภาพชาวอเมริกันคนหนึ่งให้กับโรงแรมอีกแห่งของเขา โดยศิลปินท่านนี้ได้เลือกบทกวีเกี่ยวกับสถานรับเลี้ยงเด็กมาถ่ายทอดเป็นจิตรกรรมฝาผนัง หลังจากโรงแรมดังกล่าวถูกรื้อถอน จิตรกรรมฝาผนังนี้ได้ย้ายไปประดับผนังของ เดอะ เซนต์ รีจิส นิวยอร์ก ที่ซึ่งกลายเป็นไอคอนประจำสถานที่ไปในที่สุด

ปี 1934 เฟอร์นัน เพอร์ทัว หัวหน้าบาร์เทนเดอร์ของ เดอะ เซนต์ รีจิส นิวยอร์ก คิดค้นเครื่องดื่มค็อกเทลครั้งแรกในกรุงปารีส โดยตั้งชื่อว่า “บลัดดี้ แมรี่” และถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “เรด สแนปเปอร์” เพื่อให้เหมาะสมกับลูกค้าผู้สง่างามในบาร์หรูหราของโรงแรม โดยมีส่วนผสมของเครื่องเทศหลายชนิด ตั้งแต่น้ำมะเขือเทศ วอดก้า จนกลายมาเป็นซิกเนเจอร์ค็อกเทลของ เดอะ เซนต์ รีจิส ในเวลาต่อมา

ปี 1960 เดอะ เซนต์ รีจิส นิวยอร์ก ถูกซื้อกิจการโดยบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับงานบริการหลายประเภทรวมกันกว่า 100 โรงแรมทั่วโลก หลังจากปิดปรับปรุงด้วยเงินลงทุนกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ เดอะ เซนต์ รีจิส นิวยอร์ก ได้เปิดตัวขึ้นอีกครั้ง โดยมีห้องสวีทที่ออกแบบโดยคริสเตียน ดิออร์ และทิฟฟานี่ มีล็อบบี้ของโรงแรมที่ดีไซน์ให้ย้อนสู่ปี 1904 รวมทั้งมีเพดานอันสวยงามด้วยศิลปะ 3 มิติ

ปี 2002 โรงพยาบาลเซนต์ จอร์จ ได้ถูกดัดแปลงให้เป็น เดอะ เซนต์ รีจิส ที่มีสถาปัตยกรรมอันสวยงามแห่งยุครีเจนซี โดยได้รับเลือกให้เป็นสถานที่พำนักของราชวงศ์และบุคคลมีชื่อเสียงในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ปี 2008 ด้วยความสัมพันธ์อันยาวนานของขุนนางยุโรปและอเมริกัน ทำให้เกิดการเชื่อมโยงของ เดอะ เซนต์ รีจิส กับกีฬาโปโล ด้วยงานประจำปี เดอะ เซนต์ รีจิส อินเตอร์เนชั่นแนล โปโล คัพ ที่จัดขึ้นในประเทศอังกฤษ

ปี 2012 เดอะ เซนต์ รีจิส เปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในทวีปแอฟริกา และยังได้เปิดแจ๊ซคลับเป็นครั้งแรกที่สโมสรลินคอล์นเซ็นเตอร์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท