posttoday
ลายแทงแห่งการให้อภัย (ตอนจบ)

ลายแทงแห่งการให้อภัย (ตอนจบ)

11 พฤศจิกายน 2557

เทวดาพึมพำในใจ เรานี้หนอ เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง ไม่เคยอาฆาตพยาบาท ไม่เคยจองเวรจองกรรมกับเจ้าหมีตัวนี้มาก่อนเลย แต่อยู่มาวันดีคืนดี เจ้าหมีตัวนี้มันหาเรื่องใส่ร้าย ป้ายสีเรา อย่ากระนั้นเลย ถ้าปล่อยสถานการณ์เลยตามเลย ช่างไม้ทั้งหลายก็จะมาโค่นต้นไม้ซึ่งเป็นคฤหาสน์ส่วนตัวของเรา ก็ในเมื่อเจ้าหมีตัวนี้ไม่เห็นแก่หน้าค่าชื่อของเราเอาละ เราก็จะไม่เห็นแก่หน้ามันเหมือนกัน เป็นไงเป็นกัน

เทวดาพึมพำในใจ เรานี้หนอ เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง ไม่เคยอาฆาตพยาบาท ไม่เคยจองเวรจองกรรมกับเจ้าหมีตัวนี้มาก่อนเลย แต่อยู่มาวันดีคืนดี เจ้าหมีตัวนี้มันหาเรื่องใส่ร้าย ป้ายสีเรา อย่ากระนั้นเลย ถ้าปล่อยสถานการณ์เลยตามเลย ช่างไม้ทั้งหลายก็จะมาโค่นต้นไม้ซึ่งเป็นคฤหาสน์ส่วนตัวของเรา ก็ในเมื่อเจ้าหมีตัวนี้ไม่เห็นแก่หน้าค่าชื่อของเราเอาละ เราก็จะไม่เห็นแก่หน้ามันเหมือนกัน เป็นไงเป็นกัน

เมื่อคิดอย่างนี้เสร็จ รุกขเทวดาจึงเนรมิตตัวเองเป็นพราน แวบออกมาจากหลังต้นไม้ เดินยิ้มเผล่มาหากลุ่มนายช่างไม้แล้วก็ถามว่า

“พ่อช่างไม้ทั้งหลายจะตัดไม้ไปทำอะไร”

ช่างไม้ก็บอกว่า “พวกเรากำลังจะตัดไม้ต้นนี้ หมีตัวนี้บอกว่าไม้ต้นนี้มีอายุนับร้อยปี เป็นไม้เนื้อแข็งเหมาะมากที่จะทำกงล้อ”

นายพรานยิ้มแล้วบอกว่า “อ๋อ เป็นหมีตัวนี้แนะนำรึ ถ้างั้นเราขอแนะนำเพิ่มนิดนึง รับรองถ้าท่านทำตามคำแนะนำของเรา กงล้อของท่านน่ะ จะอายุยืนนาน ใช้งานไป อย่าว่าแต่ยี่สิบสามสิบปีเลย ร้อยปีก็ยังได้”

ช่างไม้ตาลุกพลางถามว่า “กงล้อจะมีคุณภาพขนาดนั้นทีเดียวหรือ แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรล่ะท่านนายพราน”

นายพรานตอบว่า จะไปยากอะไร ท่านก็ตัดต้นไม้ต้นนี้และเอาไปกลึง เอาไปเกลาทำกงล้อ แล้วข้าพเจ้าก็แนะนำอีกนิดหนึ่งว่า กงล้อถ้าจะให้ทนเกินห้าสิบปีขึ้นไปถึงร้อยปี นอกจากใช้ไม้เนื้อแข็งแล้ว ท่านต้องหุ้มด้วยหนังหมีแก่ๆ

พอหมีได้ฟัง ขนลุกเฮือกเลย ตายละทีนี้

ช่างไม้ก็ถามว่า “แล้วเราจะเอาหนังหมีแก่ๆ มาจากไหน”

นายพรานจำแลงก็ชี้ไปที่หมี “ก็หมีตัวนั้นไง”

เรียบร้อยโรงเรียนรุกขเทวดา

พอได้ฟังอย่างนี้ ช่างไม้ทั้งหลายยิ้มอย่างมีความสุข แยกกันเป็นสองกลุ่มสองทีม ทีมหนึ่งโค่นต้นไม้สะคร้อ ทีมหนึ่งจับตัวหมีถลกหนัง

เป็นอันว่าเรื่องนี้ต่างฝ่ายต่างก็ตายตกไปตามๆ กัน เพราะอะไรท่านทั้งหลาย เพราะผลแห่งการอาฆาตพยาบาทจองเวร เห็นหรือยังแต่ก่อนแต่ไรเคยอยู่ร่วมกันมาดีๆ ต่างคนต่างอยู่ ไม่มีปัญหาอะไรกันแต่แล้ววันหนึ่งเมื่อเกิดความเข้าใจผิด เกิดการผูกเวร พอผูกเวรแล้วอาฆาตพยาบาท พยาบาทหาช่องที่จะสังหารผลาญชีวิตซึ่งกันและกัน ในที่สุดเมื่อคิดร้ายก็ลงมือทำร้าย ผลที่ตามมาคือสถานการณ์ก็เลวร้าย

คิดร้ายเป็นที่มาของการทำร้าย

ทำร้ายเป็นที่มาของสถานการณ์ที่เลวร้าย

และในที่สุด ทั้งสองชีวิตก็ล่วงลับดับขันธ์ไปตามๆ กัน โดยที่ก่อนหน้านั้น ก็อยู่กันมาแสนผาสุก

ทำไมคนรักกันถึงต้องมาอาฆาตพยาบาทจองเวรกัน

ทำไมคนที่เคยอยู่ร่วมกันมาอย่างแสนผาสุก ถึงต้องมาสังหารผลาญชีวิตกัน

นั่นก็เป็นเพราะว่าเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว เราไม่ยอมพูดกัน เราไม่ยอมคุยกัน เราไม่ยอมสื่อสารกัน เราไม่ยอมทิ้งพยศ ลดมานะ ละทิฐิ แล้วหันหน้าเข้าหากัน

ทางออกของเรื่องนี้ไม่ยากเลย ถ้าต่างฝ่ายต่างคนไม่คิดเอง พูดเอง เออเอง ทำเอง แต่คิดอะไรก็ตาม เอาสิ่งที่คิดออกมาถกแถลงร่วมกันเจรจาปราศรัยกัน ตั้งวงสานเสวนากัน ถ้าทั้งสองฝ่ายดำเนินไปในทิศทางนี้หมีและรุกขเทวดาจะตายไหม ไม่มีการตายเกิดขึ้น

คำถามจากอาตมาก็คือ ทำไม ณ เวลาที่คนเราขัดแย้งกัน เขาจึงไม่ยอมคุยกัน ทำไม อะไรมันขวางอยู่

คำตอบก็คือ “ทิฐิมานะ” นั่นเอง

ทิฐิ ก็คือ ต่างก็มีความเชื่อมั่นศรัทธาในชุดความคิด ชุดความเชื่อของตัวเองว่า “ถูกที่สุด” จนไม่ต้องฟังใครอีกแล้ว ไม่ต้องคุยกับใครอีกแล้ว

มานะ ก็คือ การถือตัวว่า คนอย่างเรา ไม่จำเป็นต้องลงให้ใครไม่ต้องลดตัวไปคุยกับใคร

ทุกครั้งที่เกิดปัญหาขึ้นมา เกิดความขัดแย้งขึ้นมา ปัญหาก็นำเอาทางออกติดมาด้วยเสมอ แต่แล้วทำไม จึงไม่มีใครมองเห็นทางออก คำตอบก็เพราะทุกคนต่างก็ปิดหูปิดตาตัวเองด้วยการยึดติดถือมั่นด้วยอำนาจหรือด้วยอิทธิพลของทิฐิมานะเท่านั้นเอง

สามีภรรยาทะเลาะกัน แต่ไม่ยอมคุยกัน โทรศัพท์ไปหาคนอื่น ซึ่งเป็นคนนอก เป็นคนไกลเล่าให้เขาฟังทุกอย่าง แต่คนที่นอนอยู่ข้างๆ กลับไม่ยอมคุยด้วย ไม่ยอมเปิดปากถามไถ่ ไม่ยอมหันหน้ามาหากัน อะไรที่เป็นเส้นบางๆ ขวางเอาไว้

ทิฐิมานะนั่นเอง

เมื่อไรก็ตามที่เรารู้จักทิ้งพยศ ลดมานะ ละทิฐิ

การให้อภัยก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

การให้อภัย เป็นการให้ขั้นสูง ในอภัยทานนั้น คนที่ได้รับอานิสงส์เป็นคนแรกก็คือ ผู้ที่รู้จักให้อภัยนั่นเอง

การให้อภัย เป็นดังหนึ่งการปลดโซ่ตรวนที่ถูกพันธนาการเอาไว้ระหว่างคนสองคน ทันทีที่สายโซ่แห่งการจองเวรถูกปลดออกวัฏจักรแห่งการจองเวรก็สิ้นสุดลงทันที ภพชาติที่คนสองคนสร้างขึ้นมาด้วยการผูกอาฆาตพยาบาทต่อกันมานานเหลือแสนก็เป็นอันถึงกาลอวสาน

จิตใจที่ทุกข์ตรมขมไหม้มานานเพราะผลแห่งการจองเวรจองกรรม ก็จะได้รับการปลดปล่อย ความสุข สดชื่น รื่นเย็นในหัวใจก็จะผลิบานขึ้นมา ดังหนึ่งดอกเห็ดชำแรกตัวเองออกมาจากผิวดินอย่างมีชีวิตชีวาหลังการโปรยสายอย่างฉ่ำเย็นของหยาดฝนในยามรัตติกาลที่ผ่านมา

อภัยทาน ใครให้ก่อน คนนั้นสุขก่อน และเบาสบายก่อน

ใครให้อภัยไม่เป็น คนคนนั้นก็จะติดอยู่ในกับดักของความทุกข์ เหมือนถูกขังอยู่ในคุกอย่างยาวนานตลอดไป

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง