
ระวังม้ามืด !!!
เซอร์เบีย ไอวอรีโคสต์ และ เม็กซิโก ม้ามืดที่ต้องจับตามอง
เซอร์เบีย ไอวอรีโคสต์ และ เม็กซิโก ม้ามืดที่ต้องจับตามอง
สเปน บราซิล อังกฤษ อาร์เจนตินา อิตาลี เยอรมนี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ ชาติยักษ์ใหญ่เหล่านี้มักถูกจัดให้เป็นกลุ่มที่จะเข้ารอบลึกๆหรือเต็งแชมป์มาทุกยุคทุกสมัย
แต่ขณะเดียวกัน ศึกเวิลด์คัพแต่ละครั้งจะมี “ม้ามืด” ที่โชว์ฟอร์มหักปากกาเซียน ซึ่งฟุตบอลโลกครั้งหลังๆมักมีมาให้เห็นตลอด ปี 1994 สวีเดน คว้าอันดับ 3 ส่วนบัลแกเรียซิวที่ 4 ปี 1998 โครเอเชีย ซึ่งเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งแรก ไปไกลถึงอันดับ 3
ปี 2002 ตุรกี ครองอันดับ 3 ส่วน เกาหลีใต้ คว้าที่ 4ปี 2006 ยูเครน มาไกลถึงรอบ 8 ทีม ก่อนแพ้ อิตาลี แล้วปี 2010 นี้ล่ะ ?
นี่คือทีมที่สื่อและกูรูต่างประเทศมองว่า อาจจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้ทุกคนได้เห็น
เซอร์เบีย
นับตั้งแต่ได้ ราโดเมียร์ อันทิช มาเป็นกุนซือเมื่อ 2 ปีก่อน เซอร์เบียกลายเป็นทีมที่ดีขึ้นผิดหูผิดตา โดยผ่านรอบคัดเลือกด้วยการคว้าแชมป์กลุ่ม 7 โซนยุโรป เขี่ยให้ทีมเต็งอย่าง ฝรั่งเศส ต้องไปเตะเพลย์ออฟจนแทบเอาตัวไม่รอดแข้งหลักของเซอร์เบียชุดนี้ ล้วนฝังตัวอยู่ในทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป ไม่ว่าจะเป็น เนมานยา วิดิช (แมนฯ ยูไนเต็ด), บรานิสลาฟ อิวาโนวิช (เชลซี), เดยัน สแตนโกวิช (อินเตอร์ มิลาน), มิลอส คราซิช (ซีเอสเคเอ มอสโก)
เซอร์เบียอยู่ในกลุ่มดี ร่วมกับเยอรมนี ออสเตรเลีย กานา ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเลยที่พวกเขาจะตีตั๋วเข้ารอบ 2 เผลอๆอาจถึงขั้นซิวแชมป์กลุ่มเลยด้วยซ้ำ และหาก
เข้ารอบไปได้ คู่ต่อสู้ของพวกเขาจะเป็นทีมในกลุ่มซี ได้แก่ อังกฤษ สหรัฐ แอลจีเรีย และ สโลวีเนีย ซึ่งดูๆแล้ว เซอร์เบียพร้อมคว่ำทุกทีม
ไอวอรีโคสต์
ทัพนักเตะช้างดำได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นที่ “เชิดหน้าชูตา” ของทวีปแอฟริกาในศึกเวิลด์คัพหนแรกที่ถูกจัดขึ้นบนทวีปของพวกเขา ไอวอรีโคสต์คล้ายกับเซอร์เบีย ในแง่ที่พวกเขามีกุนซือฝีมือดีคือ สเวน โกรัน อีริคส์สัน บวกกับขุมกำลังที่แข็งแกร่ง เช่น โคโล-ยายา ตูเร, ดิดิเยร์ โซโกรา, ซาโลมง กาลู แต่ต้องลุ้นหนักกับอาการเจ็บของ ดิดิเยร์ ดร็อกบา
งานหนักที่สุดของพวกเขาน่าจะเป็นรอบแรกที่เจองานโหดคือ บราซิล และ โปรตุเกส ซึ่งถ้าไอวอรีโคสต์เล็ดลอดเข้าไปได้สำเร็จ บวกกับดร็อกบาที่กลับมาฟิตเต็มที่อาจจะไม่มีทีมไหนหยุดพวกเขาได้อีกแล้ว
เม็กซิโก
แข้งจังโก้เป็นทีมที่เล่นบอลสวยงามและถนัดเล่นเกมรุก ทำให้แฟนบอลจำนวนไม่น้อยเอาใจช่วยลูกทีมของกุนซือ ฮาเบียร์ อกีร์เร
ราฟาเอล มาร์เกวซ ปราการหลังจากบาร์เซโลนาเป็นซูเปอร์สตาร์ของเม็กซิโกยุคนี้ รวมทั้งการผสมผสานกันระหว่างตัวเก๋าเช่น เคาห์เตมอก บลังโก, กิลเยร์โม ฟรังโก, คาร์ลอส ซัลซิโด บวกกับแข้งวัยคะนองเช่น คาร์ลอส เวลา, โจวานนี ดอส ซานโตส และ ฮาเบียร์ เฮอร์นานเดซ
นอกจากนี้ การเตรียมทีมเม็กซิโกถือว่ายอดเยี่ยมสุดๆ โดยเลือกคู่อุ่นเครื่องระดับพระกาฬทั้งสิ้น เช่น อังกฤษ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ ซึ่งคู่แข่งต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แข้งจังโก้ฟิตเปรี๊ยะจริงๆ







