posttoday
เฆี่ยนจังหวะฝัน ทะลุทำนอง

เฆี่ยนจังหวะฝัน ทะลุทำนอง

06 พฤศจิกายน 2557

ดูตามหน้าหนังแล้ว Whiplash น่าจะเป็นหนังเกี่ยวกับดนตรีอีกเรื่องที่มีเพลงให้ฟัง

ดูตามหน้าหนังแล้ว Whiplash น่าจะเป็นหนังเกี่ยวกับดนตรีอีกเรื่องที่มีเพลงให้ฟัง

เพลินๆ ดูเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ หรือให้อารมณ์แบบ "ฟีลกู๊ด" แต่เมื่อได้ดูก็พบว่าหนังเรื่องนี้มีมากกว่า "แจ๊ซ"

Whiplash เล่าเรื่องราวของ แอนดรูว์ นีแมน (ไมล์ส เทลเลอร์) เด็กหนุ่มที่ฝันใฝ่อยาก

เป็นมือกลองแจ๊ซ เขาได้สิทธิเข้าเรียนในโรงเรียนดนตรีที่ดีที่สุดในประเทศ ความสามารถของเขาสะดุดตาโปรเฟสเซอร์ขาโหด เทอเรนซ์ เฟลตเชอร์ (เจ.เค. ซิมมอนส์) ที่เรียกเขาเข้าไปเป็นหนึ่งในสมาชิกวง ด้วยความฝันอยากจะเป็น นักดนตรีอาชีพที่ประสบความสำเร็จ แอนดรูว์ดิ้นรนพยายามอย่างหนักเพื่อจะทำให้เทอเรนซ์พึงพอใจ ระหว่างนั้นเขาก็พบว่า อาจารย์ผู้น่าเกรงขามนี้อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิด
การศึกษาและพัฒนาฝีมือทางดนตรีใน Whiplash ไม่ใช่เรื่องโรแมนติก วิธีการสอนของโปรเฟสเซอร์เทอเรนซ์ เฟลตเชอร์นั้นเหมือนกับการฝึกทหารมากกว่าปั้นศิลปิน เขาทำร้ายนักเรียนทั้งทางร่างกายและอารมณ์ โดยอ้างว่าเพื่อให้ผลักดันความสามารถในตัวของนักเรียนออกมาให้ได้มากที่สุด โดยได้หยิบยกเรื่องราวของ ชาร์ลี ปาร์เกอร์ หรือ เบิร์ด นักดนตรีแจ๊ซชื่อดัง ซึ่งถูกรุ่นพี่เอาฉาบขว้างใส่ก่อนเขาจะมุมานะฝึกฝนจนกลายเป็นหนึ่งในสุดยอดนักดนตรีแจ๊ซของโลก

หลังจากหนังออกฉายมีนักวิจารณ์และ นักประวัติศาสตร์ดนตรีติว่า เรื่องเล่าเกี่ยวกับ ชาร์ลี ปาร์เกอร์ ในหนังนั้นผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงบางอย่าง อีกทั้งพวกเขายังมองว่า นี่ไม่ใช่หนังเกี่ยวกับดนตรีแจ๊ซ แต่เป็นเรื่องของการใช้อำนาจและความรุนแรง บางมุมของหนังยังเป็นเสมือนการล้อเลียนความพิลึกพิลั่นและน่าขันของแวดวงแจ๊ซ แต่ถ้าตัดประเด็นเหล่านี้ออกไป Whiplash ก็นับเป็นหนังดีๆ อีกเรื่องหนึ่ง

เป็นหนังฟอร์มเล็กทุนต่ำที่ให้ผลอันยิ่งใหญ่ ซึ่งคนดูบอกต่อกันแบบปากต่อปาก เหมือนกับ An Education หรือ Capote ที่สามารถไปถึงออสการ์มาแล้ว ช่วงไคลแม็กซ์ของหนัง ทั้งเคร่งเครียด เข้มข้น รุนแรง และยอดเยี่ยม ทำให้อะดรีนาลินพุ่งกระฉูดราวกับดูหนังไซโค- ทริลเลอร์สักเรื่อง ก่อนจะจบลงพร้อมกับเสียง ถอนหายใจ หนังสามารถดึงอารมณ์คนดูให้ติดตามเรื่องราวได้อย่างมีพลังและต่อเนื่อง เดเมียน ชาเซลล์ คอนโทรลหนังและคนดูได้อยู่หมัด เมื่อหนังจบลงอย่างกระชับคม เราก็แทบจะ ลุกขึ้นยืนปรบมือ "สแตนดิ้ง โอเวชั่น" ให้

ในบทบาท แอนดรูว์ นีแมน หนุ่มน้อยวัย 19 ปี ที่มีมือกลองชื่อดัง บัดดี้ ริช เป็นไอดอลนั้น ไมล์ส เทลเลอร์ ทำได้อย่างยอดเยี่ยม หัวใจของหนังคือ การแสดงของ เจ.เค. ซิมมอนส์ ผู้ที่ทำให้คนดูเห็นว่า "ปีศาจ" อย่าง เทอเรนซ์ เฟลต เชอร์ นั้นก็มีความเป็น "คน" อยู่ในตัว เชื่อว่าปีนี้จะมีชื่อชายคนนี้เข้าชิงออสการ์แน่นอน

หนังเรื่องนี้ฉายอยู่ที่ลิโด้ ไปดูซะก่อนจะMเสียดายที่พลาดดูหนังดีๆ ไปอีกเรื่องหนึ่ง

ผู้กำกับและนักเขียน เดเมียน ชาเซลล์ หาทุนสร้างหนังไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจทำหนังสั้นและออกฉายในเทศกาลหนังซันแดนซ์ ปี 2013 ก่อนจะได้รับรางวัลชอร์ทฟิล์ม จูรี อะวอร์ด แล้วทุนสำหรับสร้างหนังเรื่องนี้จึงตามมา

หนังเรื่องนี้ใช้เวลาถ่ายทำเพียงแค่ 19 วัน รวมตัดต่อและอื่นๆ ใช้เวลาทั้งหมดแค่ 10 สัปดาห์ ก่อนจะนำไปฉายในเทศกาลหนังซันแดนซ์ ปี 2014

หลายส่วนของหนังมาจากประสบการณ์ของ เดเมียน ชาเซลล์ ซึ่งเคยเป็นสมาชิก วงดนตรีสมัยเรียนมัธยม

การถ่ายทำหลายฉากที่เคร่งเครียดเข้มข้น ผู้กำกับจะไม่สั่งคัต แต่ปล่อยให้ ไมล์ส เทลเลอร์ ตีกลองไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาเหนื่อยและหยุดเพราะตีไม่ไหว

แม้ว่า ไมล์ส เทลเลอร์ จะหัดตีกลองมาตั้งแต่อายุ 15 ปี แต่ก่อนจะถ่ายทำหนังเรื่องนี้เขาต้องเรียนกลองเพิ่มเติม วันละ 4 ชั่วโมง 3 วันต่อสัปดาห์ ระหว่างการถ่ายทำเขาได้แผลที่มือ เพราะการตีกลองสไตล์แจ๊ซซึ่งต้องใช้พลังกำลังและมากลีลา เลือดของเขาหยดลงบนไม้และชุดกลองอย่างที่เห็นในหนัง

Whiplash

ปี 2014

ประเภท  ชีวิต/ดนตรี

ประเทศ   สหรัฐ

ภาษา  อังกฤษ

เรตติ้ง  R

ความยาว 107 นาที

กำกับ   เดเมียน ชาเซลล์

แสดงนำ  เจ.เค. ซิมมอนส์

เมลิสซา เบนัวส์

ไมล์ส เทลเลอร์

ไมล์ส เทลเลอร์

พอล ไรเซอร์

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท