
แอน มิตรชัย ไปไกลในวงการเพลง
กู่ไม่กลับเสียแล้วสำหรับลูกทุ่ง-ลิเกเลือดไทย “แอน มิตรชัย” วันนี้เธอก้าวไปไกลกว่าที่คิด เมื่อถูกค่ายเพลงชื่อดัง ยูนิเวอร์แซล มิวสิค อินเดีย
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
กู่ไม่กลับเสียแล้วสำหรับลูกทุ่ง-ลิเกเลือดไทย “แอน มิตรชัย” วันนี้เธอก้าวไปไกลกว่าที่คิด เมื่อถูกค่ายเพลงชื่อดัง ยูนิเวอร์แซล มิวสิค อินเดีย คว้าตัวเป็นศิลปินในสังกัด จับไมค์ร้องเพลงภาษาอังกฤษเต็มตัว
Live My Life My Way อัลบั้มแห่งความภูมิใจของแอน เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ณ แดนภารต มีแฟนๆ ให้การต้อนรับล้นหลาม ตื่นตาด้วยมิวสิควิดีโอที่มีความร่วมสมัย ระหว่างตะวันตก อินเดีย และไทย ก่อนที่แอนจะขึ้นฉายเดี่ยว โชว์พิเศษ สร้างความประทับใจมิรู้ลืม
กลับมาเมืองไทยช่วงสั้นๆ เรานัดหมายกับแอน เพื่ออัพเดทชีวิตและงานที่กำลังรุ่ง เธอยังสดใสน่ารัก ยิ้มกว้างของเธอมัดใจผู้พบเห็นได้ไม่ยาก เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่เธอมีและพร้อมจะแบ่งปันให้แก่คนรอบข้าง ไม่ต่างกับความสามารถด้านการร้อง-เต้นที่วันหนึ่งก็นำทางเธอสู่เวทีสากล
แอนยอมรับว่าลิเกคือคีย์เวิร์ดสำคัญที่ทำให้เธอได้รับโอกาสการเป็นนักร้อง โดยทีมงานค่ายเพลงดังตัดสินใจเลือกเธอเข้าสังกัด เพราะความเด่นไม่ซ้ำใครจากโปร์ไฟล์นางเอกลิเกตอนอยู่ประเทศไทย บวกกับผลงานภาพยนตร์บอลลีวู้ด ซึ่งเธอแสดงเองและร้องเพลงได้ ก็ยิ่งเป็นเรื่องง่ายที่จะพาเธอขยับเข้าใกล้ความจริง
“มีจุดหนึ่งที่ทางทีมงานเขาสะดุดคือ ภาพลิเกที่แอนส่งไปให้ดู เขาก็ถามว่าอะไรคือลิเก แอนก็ส่งทุกสิ่งทุกอย่างให้ดูอีกครั้ง แล้วก็มีโอกาสได้เจอกับทีมงานแอนก็อธิบายให้ฟัง เขาทึ่งมากค่ะ เขาบอกว่านี่คือวัฒนธรรม ซึ่งวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ไม่ตายง่ายๆ เขาบอกว่านี่คือจุดแข็งของแอนและไม่เหมือนใคร
บอกตามตรงว่าแอนไม่ได้เอาอย่างอื่นไปพรีเซนต์ทีมงานเลย ถ้าแอนเอาเซ็กซี่ไปพรีเซนต์ แอนคงไม่ได้ เพราะคำว่าเซ็กซี่มันมีเยอะมาก ไม่ใช่แค่ตลาดอินเดีย แต่มันคือทั่วโลกแอนก็คิดว่าลิเกนี่ละที่จะแสดงตัวตนของแอนได้ ซึ่งมันก็เป็นไปนั้น ถ้าทีมงานไม่เลือกแอน ตัวแอนก็ไม่ซีเรียสนะคะ เพราะอย่างน้อยๆ แอนก็ได้พรีเซนต์ในสิ่งที่แอนเป็นและทำได้แล้วค่ะ”
ลิเกกับแอนเป็นคู่สร้างคู่สมกันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก เธอเกิดในครอบครัวลิเก เริ่มแสดงลิเกตั้งแต่ 5 ขวบ โดยมีพ่อและแม่เป็นผู้ฝึกหัดให้ แถมยังได้พี่ชาย “ไชยา มิตรชัย” เป็นแรงผลักดันให้เธอโดดเด่นกลายเป็นซุป’ตาร์แห่งวงการลิเกรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง
จากลิเกเธอก้าวสู่วงการเพลงลูกทุ่ง ออกอัลบั้มกับค่ายใหญ่ค่ายอิสระ รวมทั้งทำเองขายเองกับสังกัดที่ครอบครัวปลุกปั้นขึ้น เพราะความฮอตระดับเอลิสต์ แอนจึงไปเตะตาผู้บริหารค่ายบันเทิงอินเดียเข้าอย่างจัง เธอถูกทาบทามไปเป็นนางเอกภาพยนตร์และร้องเพลงประกอบ ผลก็คือเปรี้ยงปร้างจนฉุดไม่อยู่
“ถ้ามีคนมาถามแอนว่าคุณเป็นคนไทยแล้วคุณกำลังจะมาสร้างตลาดอะไรในอินเดีย แอนมองว่ามันคือโอกาสนะคะ โอกาสที่แอนจะได้แสดงความสามารถและความเป็นไทยต่อสายตาคนอินเดียและชาวโลก เพราะสำหรับแอนดนตรีมันไร้พรมแดน มันมีความเป็นสากล ดนตรีไปได้ทุกที่ทุกแห่ง มันอยู่ที่ว่าใครจะเลือกเสพดนตรีแบบไหนมากกว่า อย่างดนตรีของแอน แอนก็อยากให้เป็นทางเลือกหนึ่งของคนที่รักดนตรีมากกว่าค่ะ”
การทำงานกับค่ายเพลงชื่อดัง แอนต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก ทั้งร้องและเต้น ขาดไม่ได้คือ การฝึกภาษาอังกฤษและภาษาฮินดี 7 เพลงที่บรรจุในอัลบั้มบ่งบอกความเป็นตัวของนักร้องสาวได้เป็นอย่างดี ชีวิตมีหลายมุม สุข เศร้า หัวเราะ ร้องไห้ ถูกนำเสนอผ่านเพลงจังหวะช้าและเร็วในแนวทางดนตรีป๊อป ผสานกลิ่นอายแร็พและเอกลักษณ์แบบฮินดี
“เพลงฟังสบายๆ ก็มีค่ะ เพลงสไตล์อาหรับก็มี เพลงจังหวะอินเดียก็มี โดยแทรกความเป็นไทยไว้ด้วย แอนจะใส่ชุดลิเก ส่วนการร้องลิเกไม่มีค่ะ มีก็แต่วิธีร้องแบบลิเก แอนก็นำมาใส่ไว้ในเพลง เพื่อให้ได้กลิ่นอายความเป็นลิเกของไทย เนื้อหาบางเพลงจะมีแร็พที่พูดถึงประเทศไทย เหมือนเป็นการแนะนำว่าตัวแอนเป็นใคร เป็นนางเอกลิเก เส้นทางชีวิตของแอน เธอคือแอน มิตรชัย ฟอร์มไทยแลนด์ (ยิ้มภูมิใจ)
เนื้อหาเพลงก็จะสะท้อนชีวิตของแอนหลายๆ แง่มุม เล่าในสไตล์ที่เป็นสากล ซึ่งแอนก็มีส่วนเสนอไอเดียว่าอยากได้เพลงประมาณนี้ เพลงหนักๆ ก็มี บางเพลงมีกลิ่นอายตะวันตกแต่แฝงความเป็นอินเดียไว้ด้วย ทุกอย่างล้วนมาจากตัวแอน เพียงแต่ทีมงานจะแยกเป็นส่วนต่างๆ เพื่อให้เกิดความหลากหลาย”
นี่คือก้าวย่างสำคัญของแอนที่ขยับไปสู่ความเป็นสากลด้วยความสามารถและเอกลักษณ์ที่เธอมี ดนตรีและเนื้อหาเพลงบ่งชี้ถึงความเป็นตัวของเธอเอง แม้เพลงจะถูกนำเสนอผ่านภาษาอังกฤษและฮินดี ทว่าก็ไม่เสียจริตเกินไปในฐานะนักร้องลูกทุ่ง-ลิเกเลือดไทย ความเป็นไทยยังคงอยู่ เสน่ห์ด้านการร้อง การเอื้อน ลูกคอ กระทั่งลีลาท่าทางแอนไม่เคยละทิ้งเลย
“ลิเกใช้ได้ในหนังค่ะ บางครั้งหนังอินเดียก็ต้องโอเวอร์แอ็กติ้งนะคะ อย่างซีนตลกก็ต้องโอเวอร์เลยคะ แต่ซีนอารมณ์ใช้ไม่ได้ แต่พอสุดท้ายก็ต้องพอเหมาะพอดี จะโอเวอร์ทุกอย่างไม่ได้ เพราะถ้าเทียบกับการแสดงลิเก มันต้องเล่นไลน์ใหญ่ ต้องออนสเตจเพื่อให้คนได้ดูในทุกๆ ระยะสายตา ลิเกก็เลยต้องเล่นใหญ่หน่อย ส่วนการร้องเพลงแอนก็ยังใช้วิธีเดียวกับการร้องลิเก คือ การใช้นาสิก หรือเสียงจากจมูกร้องเพลงสากล หรือฮินดี ซึ่งทีมงานเขาชอบมาก เขาบอกว่าแอนไม่เหมือนใครดี แอนก็เลยยังจะรักษาตรงนี้ไว้”







