
เป้าหมาย?
ความล้มเหลวเกิดจากการตั้งเป้าหมายผิดพลาด ผิดพลาดในที่นี้แยกแยะออกได้เป็น 4 ประเภท
โดย...อณุสรา ทองอุไร
ความล้มเหลวเกิดจากการตั้งเป้าหมายผิดพลาด ผิดพลาดในที่นี้แยกแยะออกได้เป็น 4 ประเภท คือ “การไม่มีเป้า” “การตั้งเป้าที่ขัดแย้งกับธรรมชาติ” “การตั้งเป้าที่ไม่เหมาะกับตัว” และ “การตั้งเป้าที่เล็กเกินตัว” ซึ่งขยายความได้เป็น วีรณัฐ โรจนประภา ผู้ก่อตั้งมูลนิธิบ้านอารีย์ ให้คำแนะนำไว้ว่าให้พิจารณาจาก
1.ไม่มีเป้า หากใครไร้เป้าหมายแล้วจะอย่างไรก็ไปไม่ถึงความสำเร็จ ข้อนี้ชัดเจน ยิ่งหากลองย้อนดูประวัติบุคคลที่ประสบความสำเร็จในโลกแล้วทุกคนล้วนมีเป้าหมาย แถมหากเจาะให้ลึกลงไปจะเห็นต่อว่าเป้าของเขาเหล่านั้นชัดมากเสียด้วย ซึ่งเมื่อชัดในสิ่งที่ต้องการจะเป็นการเดินย่อมตรงทาง ส่วนคนที่ไม่ชัดโอกาสที่จะหลงทิศย่อมสูง จะหวังฟลุกหลงทางแล้วไปโผล่ตรงเส้นชัยนั้นเป็นไปได้ยากเต็มทน
2.เป้าขัดที่ขัดแย้งกับธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่นธรรมชาติของม้าคือการวิ่ง แต่เจ้าของม้าดันไปตั้งเป้าว่าจะให้ม้าตนเป็นแชมป์ปีนต้นไม้ เช่นนี้อย่างไรก็หมดสิทธิ ชีวิตเราเช่นกัน เราต้องรู้ธรรมชาติพื้นฐานของมนุษย์ ถ้าไม่รู้ก็อาจเผลอไปตั้งเป้าหมายของเราเหมือนไปตั้งให้ม้าปีนต้นไม้
3.เป้าไม่เหมาะกับตัวหรือไม่ใช่เป้าของเรา บางคนเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์แล้วแต่ยังไม่รู้บริบทเฉพาะตัวแบบนี้ก็ถึงยากเช่นกัน ยกตัวอย่างม้าอีกครั้ง คือรู้แล้วว่าม้าต้องอยู่บนดินไม่ใช่ปีนต้นไม้ แต่ไม่รู้ว่าม้าของตัวถนัดอย่างไร ถนัดวิ่งเร็ว ถนัดลีลา ถนัดกระโดด หรือถนัดเต้นระบำ แบบนี้ก็อาจส่งลงแข่งผิดประเภท ผิดสนามทำให้ไม่ถึงเป้า ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนจำนวนมหาศาลที่สักแต่ตั้งเป้าตามๆ กันไป ทำให้ผลออกมาเป็นดั่งที่เห็นคือคนล้มเหลวมีมากกว่าคนสำเร็จ
และสุดท้าย 4.เป้านั้นเล็กไป หลายคนอาจงงเพราะได้ยินแต่อย่าตั้งเป้าให้ใหญ่เกินไป นั่นก็ถูกอยู่ครับ แต่การตั้งเป้าเล็กเกินแม้อาจไม่สร้างทุกข์ให้เรา แต่ก็ไม่อาจส่งเราไปสู่จุดที่สามารถเรียกว่าความสำเร็จได้เต็มที่ อาจอธิบายด้วยภาพจำลองของฟันเฟืองในเครื่องจักรที่ตัวเราเปรียบเหมือนเฟืองตัวหนึ่งในระบบใหญ่ ที่หากขนาดของเราเล็กเกินไปไม่ทดกับเฟืองตัวอื่นแบบนี้ระบบก็ไม่เดิน ส่งแรงไม่ได้ ไม่สามารถเคลื่อนงานออกมาได้ เราก็จะอยู่นิ่งๆ สบายๆ ไปวันๆ ไม่ได้สร้างคุณค่าใดให้เกิดแก่ระบบ (โลก) ซึ่งภาวะแบบนี้ล่ะครับที่ทำให้คนทุกข์โดยไม่รู้ว่าตัวทุกข์เรื่องอะไร
สรุปแล้วแท้จริงเรื่องทำความดี การยังประโยชน์ตน ประโยชน์ท่านนั้นมันไม่ขัดกัน ที่ขัดคือเราเอาความเชื่อที่ผิดของเรามาใช้เท่านั้นเอง ใครรู้สึกว่าตนยังไม่ประสบความสำเร็จ หรือประสบความสำเร็จแล้วแต่ทำไมใจมันยังพร่องๆ อยู่ ก็ลองย้อนสำรวจเป้าหมายของตนดูว่าตกอยู่ใน 4 ประเภทด้านบนบ้างหรือเปล่า







