posttoday
กุลรัตน์ ทวีนุช ครูที่ยังเป็นนักเรียนอยู่เสมอ

กุลรัตน์ ทวีนุช ครูที่ยังเป็นนักเรียนอยู่เสมอ

26 ตุลาคม 2557

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ด้วยเหตุที่ต้องการรักษารูปร่างในวัยยี่สิบต้นๆ ให้กระชับสมวัย

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ด้วยเหตุที่ต้องการรักษารูปร่างในวัยยี่สิบต้นๆ ให้กระชับสมวัย ทำให้ กุลรัตน์ ทวีนุช หรือบี เข้ามาทำความรู้จักกับ "โยคะ" ด้วยความบังเอิญ ทว่าความบังเอิญนั้นชักนำให้เธอหลงเสน่ห์ของศาสตร์โยคะจนถึงขนาดที่ว่าสามารถทำให้เธอตัดสินใจเปลี่ยนแปลงเส้นทางอาชีพในเวลาต่อมา

วันนี้เธอมีบทบาทเป็นครูสอนโยคะให้กับสตูดิโอศุโขโยคะ และโยคะ แอนด์ มี เขยิบฐานะเป็นผู้ร่วมคิดค้นโยคะซีรี่ส์ใหม่ๆ เพื่อสร้างความหลากหลายและเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนเล่นโยคะที่นับวันยิ่งทวีความต้องการที่แปลกใหม่ บทบาทที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปจากนักเรียนตัวเล็กๆ สู่การเป็นครู จนขณะนี้เธอกลายเป็นครูรุ่นพี่ กุลรัตน์บอกว่าบนถนนสายนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ เธอต้องศึกษาและฝึกฝนตัวเองอย่างหนักในระยะเริ่มต้น ในช่วง 2-3 เดือนที่เคี่ยวเข็ญจากนักเรียนสู่คำว่ามืออาชีพ เธอต้องเข้าเรียนทุกวัน เรียนตั้งแต่เช้ายันค่ำ เมื่อสิบปีก่อนการจะเป็นครูโยคะในเมืองไทยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในวันที่สตูดิโอโยคะมีน้อย ผู้เรียนต้องขวนขวายไปเรียนกับอาจารย์ต่างประเทศเพื่อเพิ่มพูนความรู้และเก็บเกี่ยวทักษะต่างๆ ให้ได้มากที่สุด

กุลรัตน์ ทวีนุช ครูที่ยังเป็นนักเรียนอยู่เสมอ

 

“บีมีแรงผลักให้เล่นโยคะเพราะตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองอ้วนหลังจากที่เรียนจบและมาทำงานออฟฟิศ น้ำหนักตอนนั้น 65 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเยอะนะสำหรับคนที่ผอมมาตลอด พออยากลดน้ำหนักก็มองหากิจกรรม และตอนนั้นโยคะร้อนเข้ามาในบ้านเราพอดี ลองเล่นแล้วรู้สึกชอบก็เรียนมา สักพักครูที่สอนก็ชักชวนให้มาเรียนเพื่อเป็นครูเพราะตอนนั้นครูโยคะที่เป็นคนไทยมีค่อนข้างน้อยอยู่ เรามีโอกาสจึงเบนเข็มมาเรียนเพื่อเป็นครูอย่างจริงจัง ลาออกจากงานประจำเพื่อมาเรียนเป็นครูสอนโยคะ

“บีเริ่มต้นที่โยคะร้อน เราทำได้ดีและรู้สึกดีมากขณะที่เล่น จึงมีกำลังใจที่จะเรียนเป็นครู แต่ตอนที่เราเป็นนักเรียนกับตอนเป็นครูแตกต่างกันมากนะคะ มันไม่ง่ายเลยเพราะตอนเรียนเราก็ทำตามครูไปเรื่อยๆ แต่พอมาเรียนเพื่อเป็นครูปุ๊บก็มีสิ่งใหม่ๆ ที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะมาก เช่น โครงสร้างร่างกายและกล้ามเนื้อของมนุษย์ ซึ่งถือว่ายากมากสำหรับบี ตอนนั้นตำราภาษาไทยเกี่ยวกับโยคะเรียกว่าไม่มีเลย ต้องศึกษาจากตำราต่างประเทศอย่างเดียว ต้องเทียวบินไปเรียนคอร์สต่างๆ ในประเทศใกล้เคียงที่ครูฝรั่งมาเปิดคอร์ส เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ไหนจะต้องฝึกฝนเรื่องของทักษะการถ่ายทอดอีก แม้ว่าเราพอจะมีทักษะด้านการขายมา แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถใช้ได้กับการสอนโยคะ ต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะเหมือนกันค่ะ พอเรียนจบช่วงแรกก็มาเริ่มเป็นครูสอนโยคะร้อนก่อน จากนั้นก็ต้องศึกษาศาสตร์โยคะสายอื่นๆ ให้ถ่องแท้มากขึ้นด้วย”

กุลรัตน์ ทวีนุช ครูที่ยังเป็นนักเรียนอยู่เสมอ

 

บนเส้นทางของทุกอาชีพย่อมต้องมีพัฒนาการและเส้นทางการเติบโต ครูโยคะก็เช่นเดียวกันเมื่อเป็นครูโยคะมาระยะหนึ่ง นอกจากจะเป็นพี่เลี้ยงให้กับครูรุ่นน้องแล้ว ตัวครูบีเองก็เริ่มคิดโปรแกรมโยคะแบบใหม่ๆ ออกมา ซึ่งเป็นการนำศาสตร์โยคะที่เธอถนัดมาผสมผสานกับศาสตร์อื่นๆ เช่น ท่าเต้น บัลเลต์ และกีฬาประเภทอื่นๆ เพื่อเพิ่มความสนุกสนาน ซึ่งโยคะฟลายซีรี่ส์ล่าสุดอย่างสกินนี่ฟลาย (Skinny fly) ก็เป็นซีรี่ส์ที่เลือกหยิบท่าบางส่วนจากโยคะฟลายมาผสมผสานกับการฝึกโยคะแบบกำหนดลมหายใจ ครูบีบอกว่าร่างกายจะเผาผลาญได้ดีช่วยฝึกแกนกลางร่างกายให้แข็งแรง หากฝึกอย่างต่อเนื่อง 1 เดือน ร่างกายจะกระชับชนิดที่เรียกว่าสวยสมใจ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมใหม่ที่เรียกว่า Co-Teacher ที่เน้นประโยชน์ให้กับผู้ฝึก โดยครูสองคนในหนึ่งคลาส โดยคนหนึ่งเป็นผู้นำ ส่วนอีกคนหนึ่งคอยปรับท่าให้กับนักเรียน ทำให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างทั่วถึง

“การคิดซีรี่ส์ใหม่ขึ้นมาต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน เราสอนมา 10 ปีมีท่าโยคะในหัวมากมาย แต่การเลือกหยิบบางท่ามาประยุกต์ต้องคิดและทดลองพอสมควร ต้องนำมาสอนครูด้วยกันเองก่อนว่าเขาสนุกไหม ถ้าเราไม่สนุก นักเรียนก็คงเล่นแล้วไม่สนุกเหมือนกัน เมื่อเราได้แต่ละท่ามาแล้ว ก็ต้องเอาท่าต่างๆ มาต่อกันจนกลายเป็นหนึ่งซีรี่ส์ ทั้งกระบวนการคิด การฝึกซ้อม การสอนครูรุ่นน้อง เมื่อลงตัวทุกอย่างแล้วนำมาใช้ในคลาสจริงก็กินเวลาหลายเดือน”

กุลรัตน์ ทวีนุช ครูที่ยังเป็นนักเรียนอยู่เสมอ

 

เมื่อถามถึงคุณสมบัติของคนที่จะเป็นครูโยคะ ในทัศนะของครูบีเธอคิดว่า “ต้องรักโยคะอันนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อเป็นครูแล้วเราต้องอยู่กับโยคะทั้งวันและทุกวัน ต้องเป็นคนที่มีจิตเมตตา เป็นนักถ่ายทอด และมีความเป็นคุณครูสูง นักเรียนที่เราเจอมีหลากหลายอุปนิสัย รวมทั้งมีขีดจำกัดด้านร่างกายไม่เหมือนกัน เราในฐานะครูนอกจากทำให้เขาเรียนแล้วสนุก ไม่กดดันก็ต้องให้กำลังใจนักเรียนด้วย”

ในบางอาชีพระยะเวลา 10 ปี ที่ทำงานอาจจะมีช่วงเวลาที่เบื่อหน่าย ไร้พลัง แต่โยคะ 10 ปีของครูบี เธอบอกว่า การเติบโตในเส้นทางอาชีพ นอกจากการเป็นซีเนียร์แล้ว อย่างหนึ่งที่มากกว่าการเป็นซีเนียร์คือความสุขตลอดเวลาที่ทำงาน การได้ฝึกฝนตนเองตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นการเติมแรงบันดาลใจให้ตัวเอง บางคนบอกว่าเวลาว่างของคนทำงานต้องออกเดินทางท่องเที่ยว แต่สำหรับครูบีเธอออกเดินทางเพื่อเรียนรู้ศาสตร์โยคะเพิ่มเติม เพื่อที่จะเป็นครูที่ยังเป็นนักเรียนอยู่เสมอ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี