
26 ต.ค. 1900 เฮนรี เจมส์ และ อีดิธ วอร์ตัน เริ่มติดต่อกัน
ในวันนี้เมื่อปี 1900 นักเขียนรางวัลโนเบลชาวอเมริกัน เฮนรี เจมส์ เริ่มติดต่อกับ อีดิธ วอร์ตัน เป็นครั้งแรก
ในวันนี้เมื่อปี 1900 นักเขียนรางวัลโนเบลชาวอเมริกัน เฮนรี เจมส์ เริ่มติดต่อกับ อีดิธ วอร์ตัน เป็นครั้งแรก หลังได้อ่านงานเขียนเรื่องสังคมไฮโซของเธอ เขาส่งจดหมายติดต่อไป ตอนนั้นอีดิธวัย 38 ปีเพิ่งจะตีพิมพ์งานเขียนชุดแรก The Greater Inclination ออกมา เธอเคยพบเฮนรีมาก่อน แต่ไม่ได้มีโอกาสทำความรู้จักกัน หลังมาเริ่มทำงานเขียน เธอยึดเขาเป็นต้นแบบ ต่อมาอีก 3 ปี พวกเขาจึงได้พบและกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เฮนรีมีอิทธิพลกับงานและความคิดของอีดิธ บ้างเรียกเธอว่าเป็นลูกศิษย์ที่เชื่อฟังของเขา
อีดิธ วอร์ตัน เกิดในครอบครัวชาวนิวยอร์กอันมั่งคั่งเมื่อปี 1862 เธอเติบโตขึ้นมาในโลกอันอุดมสมบูรณ์ หญิงสาววาดหวังจะเป็นภรรยา แม่ และแม่บ้านมากกว่าจะทำงาน ซึ่งแสดงความสามารถทางสติปัญญา แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เริ่มเขียนงานตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่ออายุ 23 ปี อีดิธกลัวจะกลายเป็นสาวทึนทึกจึงตัดสินใจแต่งงานกับชายผู้มีหน้าตาในสังคมอย่าง เอ็ดเวิร์ด วอร์ตัน ชีวิตคู่ของพวกเขาไม่มีความสุขนัก แต่ทั้งสองก็อยู่ด้วยกันมาจนถึงปี 1913 อีดิธจึงกลับไปเขียนอีกครั้ง งานของเธอมักมีเรื่องราวเกี่ยวกับการหย่าร้าง การแต่งงานที่ไม่มีความสุข และวิญญาณอิสระซึ่งมักได้รับแรงกดดันจากสังคม
ในปี 1905 อีดิธ วอร์ตัน มีนวนิยาย The House of Mirth ออกมา เล่าเรื่องราวของคนในสังคมชั้นสูงที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับบทบาทซึ่งถูกคาดหวังได้ หนังสือเล่มนี้กลายเป็นงานขายดี อีดิธมักจะเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง หลังหย่าร้างเธอก็เริ่มเขียนงานให้กับนิตยสารผู้หญิง งานชิ้นต่อมาของเธอคือ วรรณกรรมเรื่อง Ethan Frome ซึ่งเล่าถึงชาวไร่ในนิวอิงแลนด์ที่ติดกับดักความต้องการของผู้หญิงในชีวิตของเขา กลายมาเป็นหนึ่งในงานขายดี หลัง Age of Innocence ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ อีดิธยังตีพิมพ์หนังสือออกมาอีกมาก งานบางส่วนเขียนด้วยความเร่งรีบกดดันเรื่องเดดไลน์และความจำทางการเงิน ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 เธอให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในฝรั่งเศส ทำให้ได้รับรางวัลเกียรติยศ Chevalier of the French Legion of Honor เธอตีพิมพ์หนังสือขายดีเรื่อง Twilight Sleep ในปี 1927 และอัตชีวประวัติ A Backward Glance ในปี 1934 เธอเสียชีวิตในประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี 1937







