
ศึกเอ็นบีเอ...พร้อมระเบิดความมันส์
ศึกบาสเกตบอลเอ็นบีเอ ซึ่งรวมเอานักยัดห่วงที่ดีที่สุดในโลกมารวมไว้ในลีกเดียว
โดย...เด็กสวนฯ
ศึกบาสเกตบอลเอ็นบีเอ ซึ่งรวมเอานักยัดห่วงที่ดีที่สุดในโลกมารวมไว้ในลีกเดียว จนเป็นกีฬายอดฮิตของชาวอเมริกัน กำลังจะเปิดฉากฤดูกาลใหม่ 20142015 ในวันที่ 28 ต.ค.นี้ตามเวลาท้องถิ่น
แน่นอนว่า หลายทีมย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้เล่นหรือโค้ชก็ตาม เพราะเป็นธรรมเนียมของการเตรียมทีมก่อนเข้าสู่ซีซั่นใหม่ ซึ่งการย้ายทีมมีเกิดขึ้นมากมาย และคงไม่ขอลงรายละเอียดมากนัก แต่จะขอเจาะไปที่ทีมตัวเต็งระดับต้นๆ เลยก็แล้วกัน
3 ทีมเต็งแชมป์เอ็นบีเอ
ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส...ตัวหลักยังครบ
ยังไงก็ต้องให้ “แชมป์เก่า” สเปอร์ส เป็นเต็ง 1 แม้จะมีหลายคนเคยบอกว่า “การเป็นแชมป์ว่ายาก แต่ป้องกันแชมป์ยากกว่า” ก็ตาม
ด้วยสเปอร์สเป็นทีมที่มีมาตรฐานสูงมาตลอด ถือเป็นทีมที่แพ้ยาก หากไม่พลาดท่าจริงๆ ขนาดตามห่างยังสามารถเร่งสปีดทำฟาสต์เบรกแซงซิวชัยได้บ่อยๆ เลยทีเดียว ดูๆ แล้วก็น่าจะพร้อมไม่น้อยสำหรับการลุ้นป้องกันแชมป์
สเปอร์สยังคงนำทัพโดย 3 ตัวหลักที่เล่นกันมานานอย่างคุ้นเคยมือ นั่นคือ ทิม ดันแคน ฟอร์เวิร์ดตัวเก่งจอมเก๋า, โทนี ปาร์กเกอร์ การ์ดจอมพลิ้วแถมแม่นอีกต่างหาก, มานู จิโนบิลี การ์ดไอคิวสูง นอกจากนี้ยังมีดาวรุ่งที่มาแรงสุดๆ ในฤดูกาลที่แล้วอย่าง คาไว เลียวนาร์ด จนผงาดคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ของรอบชิงชนะเลิศฤดูกาลที่แล้ว
ที่สำคัญ เกร็ก โปโปวิช เฮดโค้ชของทีม ถือเป็นกุนซือระดับสมองเพชรตัวจริงเสียงจริง ที่ไม่ได้เน้นขนเอาพวกดาวดังลงสนาม แต่จะอาศัยการเล่นด้วยทีมเวิร์กอันยอดเยี่ยมบวกกับแผนการเล่นที่แยบยล จึงทำให้ระบบของทีมสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างดีและคล่องแคล่ว มิฉะนั้น สเปอร์ส แชมป์สายตะวันตก คงไม่ต้อน ไมอามี ฮีต แชมป์สายตะวันออก และแชมป์เอ็นบีเอ 2 สมัยติดก่อนหน้านี้ ขาดลอยถึง 41 เกม (แข่งระบบ 4 ใน 7 เกม) ในรอบชิงชนะเลิศศึกเอ็นบีเอ ทั้งที่ฮีตมี “บิ๊กทรี” เลบรอน เจมส์, ดเวย์น เวด, คริส บอช
ด้วยความพร้อมของทีม รวมทั้งขุนพลหลักยังอยู่กันครบ โอกาสที่สเปอร์ส ดีกรีแชมป์ 5 สมัย (1999, 2003, 2005, 2007, 2014) จะคว้าแชมป์เพิ่มอีกในคราวนี้มีไม่น้อยทีเดียว
คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส...เจมส์คืนรังนำทัพ
หลายคนคงงงว่า อยู่ดีๆ คาวาเลียร์สที่มีผลงานดาดๆ ขยับขึ้นมาเป็นเต็ง 2 ได้ยังไง แต่หากแฟนยัดห่วงเอ็นบีเอตัวจริงแล้ว เชื่อว่าคงรู้แน่ว่า ทำไม?
นั่นคือการคืนสู่เหย้าของ เลบรอน เจมส์ ดาวดังคับศึกเอ็นบีเอ ที่ย้ายจากไมอามี ฮีต กลับรังเก่าคาวาเลียร์ส หลังไปเสพสุขคว้าแชมป์กับฮีตมาแล้ว ย่อมทำให้ชาวคลีฟแลนด์ดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันที แม้ตอนที่เจมส์ย้ายไปซบฮีตจะโดนด่ายับว่า “จอมทรยศ” ก็ตามที
นอกจากนี้ คาวาเลียร์สยังไปคว้าตัว เควิน เลิฟ ราชาแห่งการรีบาวด์แถมยิงแม่นมาจากมินนิโซตา ทิมเบอร์วูล์ฟส์ ยิ่งทำให้ทีมดูดีขึ้นทีเดียว แล้วยังมี ไคลี เออร์วิง การ์ดตัวเก่งที่ยังพร้อมรับใช้ทีมต่อไปอีกด้วย
เท่ากับ เจมส์เลิฟเออร์วิง นี่แหละ คือ “3 ประสาน” ที่จะพาคาวาเลียร์สลุ้นสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์เอ็นบีเอสมัยแรกเพื่อเป็นเกียรติแก่ทีม
จากทีมที่แทบจะไม่ค่อยได้เข้าไปเล่นรอบเพลย์ออฟเอาซะเลย โดยเคยทำดีสุดด้วยการเป็นแชมป์สายตะวันออกปี 2007 กลับกลายมาเป็นทีมที่ทุกคนจับตามองนั้น ไม่ได้เป็นเพราะมี “3 ประสาน” เท่านั้น
แต่ยังได้เซ็นสัญญาซิวตัว ไมค์ มิลเลอร์ จอมยิง 3 แต้ม จากเมมฟิส กริซซ์ลีส์ และ ชอน เมเรียน จากดัลลัส มาเวอริกส์ มาเพิ่มความปึ้กของทีมอีกด้วย
สิ่งสำคัญก็คือ บรรดาดาวดังที่ย้ายเข้ามาใหม่จะปรับตัวเข้ากับระบบการทำทีมของ เดวิด แบล็ตต์ เฮดโค้ชของทีมได้ดีและเร็วแค่ไหนซึ่งหากทีมเวิร์กลงตัวเร็ว ทีมใดก็หนาวแน่หากต้องเจอกับคาวาเลียร์สยุคนี้
นี่แหละถึงบอกว่า การลุ้นแชมป์เอ็นบีเอหนแรกของคาวาเลียร์สคงไม่ไกลเกินฝันนัก
โอคลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์...อยู่ที่ ดูแรนต์
ช่วงหลังมานี้ “โอเคซี” ธันเดอร์ มักติดตัวเต็งระดับต้นๆ มาตลอด แต่ด้วยสถานการณ์ที่ผ่านมา ดาวดังของทีมอย่าง“เคดี” เควิน ดูแรนต์ จอมแม่นทำสกอร์สูงสุดฤดูกาลที่แล้ว กับ รัซเซล เวสต์บรูก การ์ดความเร็วสูง มักต้องแบกภาระให้กับทีมมากเกินไป โดยเฉพาะเรื่องการทำแต้ม ซึ่งพอ 2 คนนี้เจ็บหรือฟอร์มตกลงหน่อย ทีมก็เจอปัญหาลำบากทันที
อย่างไรก็ตาม โอกาสลุ้นแชมป์เอ็นบีเอสมัย 2 (ต่อจากปี 1979) ซึ่งรอมา 35 ปี ก็มีไม่น้อย เพราะทั้ง ดูแรนต์เวสต์บรูก นั้น เวลาเครื่องติด ปล่อยบอลลงห่วงราวกับกดรีโมทเลยทีเดียว และซีซั่นที่แล้วก็ทำได้ใกล้เคียง แต่ไปพ่ายสเปอร์สรอบชิงแชมป์สายตะวันตก แล้วสเปอร์สก็ไปซิวแชมป์เอ็นบีเอในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ความหวังของทีมโอเคซีจะมีมากขึ้นทันที หาก แอนโธนี มอร์โรว์ ที่ดึงตัวมาจากนิวออร์ลีนส์เพลิแกนส์ ในฐานะจอมยิงไกล 3 แต้มคนใหม่ของทีม สามารถปรับตัวและโชว์แม่นได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้ง เชิร์จอิบากา ตัวบล็อกเบอร์ 1 ของทีม สามารถเป็นแกนหลักในเกมรับได้อย่างสม่ำเสมอ
ด้าน สกอตต์ บรูกส์ เฮดโค้ชของทีม ก็ยังคงเน้นการทำแต้มจาก “คู่ดูโอ” ดูแรนต์เวสต์บรูก แต่น่าเสียดายที่ดูแรนต์ ผู้เล่นทรงคุณค่าศึกเอ็นบีเอซีซั่นที่แล้ว ดันเดี้ยงระหว่างลงซ้อมเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงพรีซีซั่นให้แต่ละทีมได้ลงสนามอุ่นเครื่องกัน แถมเจ็บไม่น้อยด้วย ต้องพักยาว 68 สัปดาห์ เนื่องจากกระดูกใต้นิ้วหัวแม่เท้าขวาแตก และเข้ารับการผ่าตัดเมื่อวันที่ 16 ต.ค. หมดสิทธิลงเล่นในช่วงเดือนแรกของฤดูกาลใหม่แน่นอน
ปัญหาของธันเดอร์ตอนนี้จึงอยู่ที่ว่า ดูแรนต์จะฟิตทันกลับมาในสภาพสมบูรณ์ได้เร็วแค่ไหน เพราะเขาเหมือนทุกอย่างของทีม และแฟนๆ ก็กำลังใจจดใจจ่ออยากดูความแม่นของเขาเร็วๆ ด้วย
6 ทีมม้ามืด
ที่กล่าวไปแล้ว เป็น 2 ทีมจากสายตะวันตก คือ สเปอร์ส, ธันเดอร์ และอีก 1 ทีมจากสายตะวันออก คือ คาวาเลียร์ส ซึ่งยังมีอีก 2 ทีมที่อยากให้จับตามอง คือ ชิคาโก บูลส์ (สายตะวันออก), โกลเดนสเตท วอร์ริเออร์ส (สายตะวันตก)
ทีมวัวแดง เจ้าของแชมป์เอ็นบีเอ 6 สมัย (1991-1993, 1996-1998) ได้ เดอร์ริค โรส อดีตการ์ดเอ็มวีพีอายุน้อยที่สุดเมื่อปี 2011 คัมแบ็กสู่ทีมอีกครั้ง หลังเจ็บเข่าจนพลาดช่วยทีมเกือบทั้งฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ทีมร่วงแค่รอบแรกเพลย์ออฟเท่านั้น แม้บูลส์ยังมีตัวหลักอย่าง โจอาคิม โนอาห์ เซ็นเตอร์ตัวเก่ง, จิมมี บัตเลอร์ การ์ดเกมรับยอดเยี่ยมอยู่ในทีม รวมทั้งได้ พอล กาซอล มาจากแอลเอ เลเกอร์ส แต่ยังไม่มั่นใจความฟิตของโรสเท่าไหร่นัก
ส่วนวอร์ริเออร์สนั้น มีจอมทัพอย่าง สตีเฟน เคอร์รี ที่ยิงไกลได้แทบทุกจังหวะ หากคู่ต่อสู้ปล่อยให้เขามีเวลาเป็นโดนแน่ ไม่เช่นนั้นคงไม่ทำสถิติชู้ต 3 แต้มมากที่สุดต่อฤดูกาลในซีซั่นที่แล้ว แต่องค์ประกอบที่จะช่วยเคอร์รีคว้าแชมป์เอ็นบีเอ คงต้องรอให้ทีมลงตัวมากกว่านี้
นอกจากนี้ ยังมีทีมที่อยู่ในข่ายม้ามืด อาทิ แอลเอ คลิปเปอร์ส, ฮุสตัน ร็อกเกตส์, อินเดียนา เพเซอร์ส, เมมฟิส กริซซ์ลีส์ ซึ่งพร้อมจะสอดแทรกขึ้นไปลุ้นแชมป์เอ็นบีเอด้วยเช่นกัน หากทีมตัวเต็งแถวหน้าฟอร์มตก หรือซูเปอร์สตาร์พากันเดี้ยง







