
ลัคกี้กับโชคดี ของ วรรณ์ขวัญ พลจันทร์
ถึงแม้จะมีภารกิจด้านการสอนมากมาย และต้องมาอาศัยอยู่กับสามีที่คอนโดมิเนียมย่านทองหล่อ แต่ ผศ.ดร.วรรณ์ขวัญ พลจันทร์ อาจารย์ประจำภาควิชาจิตรกรรมและศิลปกรรม วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ก็มักกลับมาบ้านในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เพื่อมาใช้ชีวิตอยู่กับน้องหมาสุดรักที่เลี้ยงกันมาได้ 7-8 ปีแล้ว
ถึงแม้จะมีภารกิจด้านการสอนมากมาย และต้องมาอาศัยอยู่กับสามีที่คอนโดมิเนียมย่านทองหล่อ แต่ ผศ.ดร.วรรณ์ขวัญ พลจันทร์ อาจารย์ประจำภาควิชาจิตรกรรมและศิลปกรรม วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ก็มักกลับมาบ้านในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เพื่อมาใช้ชีวิตอยู่กับน้องหมาสุดรักที่เลี้ยงกันมาได้ 7-8 ปีแล้ว
"ตอนนี้ที่บ้านเลี้ยงหมาอยู่ 2 ตัวค่ะ ตัวแรกชื่อ ลัคกี้ อายุ 7 ปี เพศผู้ พันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ตัวนี้ลูกศิษย์เป็นคนให้มา ตอนมันอายุได้ 3 เดือน อีกตัวชื่อ โชคดี อายุ 8 ปี เพศเมีย น่าจะเป็นพันธุ์ไทยผสมเกรย์ฮาวด์ ได้เจ้านี้มาตอนพาเจ้าลัคกี้ไปว่ายน้ำ เพื่อทำให้กระดูกตรงสะโพกของมันแข็งแรง อยู่ๆ เจ้าโชคดีก็วิ่งมาซบ เราก็ตกใจ แล้วก็มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งตามมา เธอบอกว่า เจ้าโชคดีมันพิการ มีแค่สองขาหน้า ส่วนสองขาหลังโดนคนทุบตี เธอสงสาร เลยพาไปฝากหมอ เพราะเลี้ยงที่บ้านไม่ได้ เพราะโชคดีกลัวหมาที่เลี้ยงไว้ที่บ้าน ตัวนี้จึงอยู่ในความดูแลของหมอ เธอมักจะพามันมาว่ายน้ำที่นี่ในวันเสาร์อาทิตย์ วันดีคืนดีพี่คนนี้โทรมาหาเรา และบอกเราว่าคุณหมอจะปิดคลินิก ถามเราว่าเราเลี้ยงได้มั้ย เราก็ตกใจ เพราะเราก็มีหมาเลี้ยงอยู่ (หมาที่เลี้ยงก่อนหน้าลัคกี้) แต่เราก็ตัดสินใจรับไว้ แต่นำไปฝากคุณหมออีกท่านหนึ่งช่วยเลี้ยงให้ แต่ในที่สุด เราก็นำมันมาเลี้ยงได้ เมื่อหมาเหล่านี้ตายแล้ว"
ผศ.ดร.วรรณ์ขวัญ เผยว่า ชื่อลัคกี้กับโชคดีนี่เธอไม่ได้เป็นคนตั้งใหม่ เธอได้น้องหมาสองตัวนี้พร้อมกับชื่อนี้มาอยู่แล้ว "ซึ่งเมื่อได้มาก็ทั้งลัคกี้และโชคดีนะ ตอนที่น้ำท่วมหนัก น้ำที่บ้านก็ไม่ท่วม ทั้งที่ข้างนอกเขาท่วมกัน และชีวิตเราก็ไม่เคยผิดหวังหรือสูญเสียสิ่งใด คงเป็นบุญที่เราได้ทำกับน้องหมาสองตัวนี้มาด้วยมั้ง (หัวเราะ)"
"ลัคกี้ถือเป็นน้องชาย มันฉลาดมาก พ่อแม่รักมันพอๆ กับเรา (หัวเราะ) เพราะมันรู้จักพินอบพิเทาเจ้านาย มันเป็นหมารับแขกด้วย ชอบไปเที่ยว ขึ้นรถลงเรือไปได้หมด แต่ตอนนี้อ้วนท้วนสมบูรณ์มาก เลยไม่ค่อยได้พาไปไหน มันชอบนอนอยู่ในห้องแอร์ ที่ไหนมีแอร์ ข้าพเจ้าอยู่ตรงนั้น หลับลูกเดียว"
เวลาที่ ผศ.ดร.วรรณ์ขวัญ กลับมาที่บ้าน เธอมักพาน้องหมาทั้งสองตัวเดินรอบหมู่บ้าน "ลัคกี้กับโชคดีเป็นหมาเงียบ พาไปไหน ไม่มีใครรู้ ที่มันเงียบ เพราะมันทำตัวดีเพื่อให้เราพามันไปไหนได้บ่อยๆ เวลาพาไปเดินเล่นรอบหมู่บ้าน ลัคกี้เดินอย่างเดียว แต่กับโชคดี มันจะคอยวิ่ง เพราะมันเป็นหมาวิ่งเร็วมาก แม้จะมีแค่ขาหน้า แต่ขาหน้ามันแข็งแรงมาก แต่น่าสงสารโชคดีอยู่อย่างหนึ่งคือ เราเอาโชคดีเข้าบ้านไม่ได้ เพราะมันมีปัญหาอั้นฉี่อั้นอึไม่ได้ เพราะเส้นประสาทพังตอนถูกทุบตี แต่จิตใจมันแข็งแกร่งมาก มันเป็นหมารักชีวิต ไม่เคยคิดว่ามันพิการหรือด้อยกว่าใคร ถามว่าสองตัวนี้อยู่ร่วมกันได้มั้ย ลัคกี้กับโชคดีอยู่ร่วมกันได้ โชคดีรักลัคกี้นะ รักลัคกี้เหมือนเป็นลูกของตัวเองเลยเชียวแหละ
ท้ายสุด ผศ.ดร.วรรณ์ขวัญ เผยว่า การเลี้ยงน้องหมา ทำให้เธอได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง "เราได้เรียนรู้ทั้งความเข้มแข็ง ทั้งความสุขที่หาได้ง่ายดายมาก โดยไม่ต้องหาจากใคร หมามันมีความสุขในตัวเองนะ นี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้"
ควรให้น้องหมาได้อยู่กับเรา คุยกับเรา และไปไหนกับเราให้บ่อยครั้งที่สุด เพื่อให้เรากับน้องหมาสื่อสารกันได้เป็นอย่างดี
เวลาเราพาน้องหมาไปที่วิ่งหรือเดินในที่สาธารณะ ต้องมีถุงเก็บขี้ จะได้ไม่เป็นภาระของใคร การเป็นเจ้าของหมาต้องมีวินัยในจุดนี้







