
ศาลสั่ง"บิลลี่ โอแกน"ล้มละลาย
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ"บิลลี่ โอแกน"เป็นบุคคลล้มละลาย ตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2557
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ"บิลลี่ โอแกน"เป็นบุคคลล้มละลาย ตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2557
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2557 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่องคำพิพากษาให้ นายวิลเลี่ยม หรือบิณฑ์ลี่ฎ์ มิตตกริน โอแกน หรือนายบิลลี่ หรือบิฬฬี่ โอแกน ลูกหนี้ เป็นบุคคลล้มละลาย คดีหมายเลขแดงที่ ล.3891/2556 ระบุว่า...
"ด้วยคดีเรื่องนี้ ศาลล้มละลายกลางได้มีคำพิพากษาให้ นายวิลเลี่ยม หรือบิณฑ์ลี่ฎ์ มิตตกริน โอแกน หรือ นายบิลลี่ หรือบิฬฬี่ โอแกน ลูกหนี้ เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 ลูกหนี้ เกิดวันที่ 29 กรกฎาคม 2509 มีอาชีพ ไม่ปรากฏอาชีพ มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 35 ซอยริมทางด่วน 2 แขวงบางจาก เขตพระโขนงกรุงเทพมหานคร ประกาศ ณ วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557"
ข้อมูลจากวิกิพีเดียระบุว่า นายบิลลี่ โอแกน เป็นบุตรของ นายวิลเลี่ยม โอแกน (ชาวฟิลิปปินส์) และ นางดวงใจ มิตตกริน โอแกน (ถึงแก่กรรม) มีพี่น้อง 3 คน เคยแต่งงานกับ สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ ต่อมาแยกทางกัน มีบุตรสาว 1 คน และ แต่งงานครั้งที่ 2 กับ นันนภัส ไทยประเสริฐ วันที่ 14 มกราคม 2554 ทั้งนี้ นายบิลลี่ โอแกน เป็นเจ้าของผลงานเพลงดังหลายชุดเมื่อหลายปีที่แล้ว อาทิ บิลลี่เข้ม ฯลฯ ปัจจุบัน “บิลลี่ โอแกน” รับงานพิธีกร ในรายการทาง "ไบรท์ทีวี"
โดยคดีหมายเลขแดงที่ ล.3891/2556 บริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด เป็นโจทก์ฟ้องนายบิลลี่ โอแกน
ทั้งนี้สำนักข่าวอิศรารายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้บิลลี่ เคยจดทะเบียนทำธุรกิจ 2 แห่ง ดังนี้
1.ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภัตตาหาร จดทะเบียนวันที่ 14 มกราคม 2540 ทุน 3 แสนบาท ที่ตั้งเลขที่ 415/17 ซอยสุขุมวิท 101/1 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร นาย ธนานต์ บุญเสรฐ ร่วมเป็นหุ้นส่วน ต่อมาเลิกกิจการ นายทะเบียนได้ขีดชื่อออกจากทะเบียน เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2554
2. บริษัท โรงบ่มดนตรี จำกัด จดทะเบียนวันที่ 4 มิ.ย.41 ทุน 1 ล้านบาท ประกอบกิจการผลิตนักร้อง นักแสดง สิ่งบันทึกเสียง โสตทัศนวัสดุ งานดนตรีกรรม ที่ตั้งเลขที่ 119/20 ซอยสามภพนฤมิตร ถนนสุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร นายวิลเลี่ยม มิตตกริน โอแกน และ นายจาตุรนต์ เอมซ์บุตร เป็นกรรมการ ต่อมาเลิกกิจการ และนายทะเบียนได้ขีดชื่อออกจากทะเบียน เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2545







