
จากฮันคัง ถึงคลองหมาหอน ...
โดย เพียงออ วิไลย [email protected]
“20
ณโธธฟก ฐญป๊บฏศญ – อี ชิบ นยอน มาเน คังซาน บยอน ฮวา” เป็นสุภาษิตเกาหลีที่แจ้งสัจธรรมว่า ไม่มีอะไรที่ยืนยงคงกระพัน แม้แต่ “สายน้ำและภูเขายังสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ในเวลา 20 ปี” ... ระยะเวลาเป็นเรื่องสมมติ จุดเปลี่ยนอยู่ที่ไหนเป็นเรื่องของเหตุปัจจัย เราเองจึงทำได้เพียงแค่เรียนรู้และเข้าใจความจริงนี้เท่านั้นเอง ...พูดถึงแม่น้ำลำธารตามธรรมชาติ ที่เกาหลีแตกต่างจากลำน้ำของไทย จนพนักงานเกาหลีที่มาประจำเมืองไทยแรกๆ ตั้งคำถามกับ
“เชกา” บ่อยๆ ว่า “ทำไมแม่น้ำในไทยถึงสีขุ่นข้นไม่ใส” ... เป็นเพราะพื้นลำน้ำในเกาหลี ประกอบด้วยชั้นหินและทรายเป็นส่วนใหญ่ น้ำที่ไหลลงมาจากต้นน้ำบนภูเขาพัดพาหน้าดินลงมาน้อยมาก เนื่องจากป่าต้นน้ำถูกอนุรักษ์ไว้อย่างดี จึงทำให้ลำน้ำในเกาหลีใสสะอาดกว่า ... ส่วนในบ้านเรา เช่น ต้นน้ำปิง หลายปีมานี้ในทุกฤดูฝน “เชกา” สังเกตเห็นน้ำไหลเชี่ยวขุ่นคลั่กปนดินที่ชะล้างลงมาชัดเจน ระบบนิเวศน์ในป่าต้นน้ำเราเป็นอะไรไปหนอ ...ชาวเกาหลีรู้คุณค่าของพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งมีอย่างจำกัด ชุมชนป่าเขาจึงช่วยกันสอดส่องดูแลทำให้สามารถรักษาทรัพยากรไว้ได้ อีกทั้งกิจกรรมครอบครัวในวันหยุดฮิตที่สุดในเกาหลี ที่ผู้คนทุกเพศทุกวัยสามารถไปทำร่วมกันได้คือ
“ออกกำลังกายเดินขึ้นเขา” ที่เรียกว่า “เดิงซานต๎ป๊” พ่อแม่พาลูกไปรับอากาศบริสุทธิ์ พร้อมเป้สะพายใส่อาหารง่ายๆ เช่น “พิซซากิมจิ” ขึ้นไปกินอย่างเอร็ดอร่อยบนเขา (เพราะเหนื่อยและหิว) ผู้สูงอายุก็มีชมรม ส.ว. ไปเป็นกลุ่มพร้อมขวด “มักกอลลีธทฐษธฎ” น้ำข้าวหมักคล้ายกะแช่ ดีกรีอ่อน (ดื่มมากๆ ก็เมาได้) จิบเฮฮาด้วยรอยยิ้มที่น่ารักอย่างยับๆ เป็นภาพที่เห็นได้ทุกอาทิตย์ค่ะ ... การตัดไม้และลักลอบเผาป่าในเกาหลีมีโทษหนัก คนไม่กล้าเผาป่าเพียงเพื่อหลังฝนตกจะได้เก็บเห็ดป่าราคาแพงไปขายหรอกค่ะ แม้สิ่งแวดล้อมเกาหลีทั้งป่าเขาและน้ำจะเคยถูกทำลายจากการมุ่งเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศอย่างหนัก แต่ด้วยจิตสำนึกจึงรณรงค์รักษาฟื้นฟูสภาพกันหลายปีจนมาใสปิ๊งได้ในวันนี้“
ฮันคัง” สายน้ำที่ได้รับการบำบัดให้สะอาดและสวยงาม เป็นสัญลักษณ์ความสำเร็จของการพัฒนาเกาหลีให้เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เทคโนโยลี และการศึกษา ควบคู่กับการเยียวยาสิ่งแวดล้อมอย่างรวดเร็ว ในช่วงปี 1980’s ซึ่งเรียกว่า “Miracle on the Han River วัฐญภว ฑโภ๛” ... ปีที่แล้ว ประธานาธิบดี “ลีมยองบัก” ยังได้อนุมัติให้สานต่อโครงการอภิมหาเมกะโปรเจกต์ที่หยุดไปเมื่อ 5 ปีก่อน มูลค่าประมาณ 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ (54,400 ล้านบาท) ให้ขุดคลองขนาดใหญ่ “คยองอิน ฐๆภฮฟ๎วฯ” กว้าง 80 เมตร ลึก 6 เมตร ระยะทาง 18 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างแม่น้ำฮันกับทะเลเหลืองตรงเมืองท่า “อินชอน” เพื่อให้สามารถขนถ่ายตู้สินค้าขนาดใหญ่และขนส่งผู้โดยสารทางน้ำสู่กรุงโซลผ่านเข้าใจกลางประเทศได้ ... อันที่จริงเส้นทางน้ำ “ฮันคัง” เดิมนั้นก็ไหลออกสู่ทะเลเหลืองอยู่แล้ว แต่บริเวณปากแม่น้ำที่เรียกว่า “คังฮวา”อยู่ใกล้ชายแดนเกาหลีเหนือมากเกินไปจนไม่สามารถใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจได้ โครงการขุดคลองเชื่อมทะเล ซึ่งมีกำหนดเสร็จในเดือน ธ.ค. 2011 นี้ จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ ... ทว่าการสร้างโปรเจกต์ยักษ์ขนาดนี้ทำให้มีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์และที่อยู่ของสัตว์ประจำถิ่น ซึ่งอาจสูญหายไปที่อื่นในไม่ช้า นักอนุรักษ์เกาหลีเขาประณามว่าโปรเจกต์นี้ทำลายธรรมชาติอย่างร้ายแรง แถมปรามาสว่าเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ ใครจะขนของทางเรือเสียเวลา 45 ชั่วโมง ในขณะที่ไปทางรถชั่วโมงเดียวก็ถึงกรุงโซล ...เอาล่ะ ... เมื่อไปถึงกรุงโซลก็ควรจะล่อง
“ฮันคัง” ในบรรยากาศชิลชิลกันสักคราก่อนที่คลองจะเสร็จ เมื่อนั้นการคมนาคมทางน้ำอาจหนาแน่นจนบรรยากาศเดิมๆ หายไปหมดเหมือน นกอินทรีหางขาว นกเจ้าถิ่นฮันคัง ... ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการล่องเรือ คือต้นฤดูใบไม้ผลิถึงปลายใบไม้ร่วง หลังจากนั้นอาจหนาวเกินกว่าจะทนไหว ... จุดลงเรือล่องแม่น้ำหลักๆ มีอยู่ 4 แห่ง คือที่ ยอเอยโด จัมซิล ยางฮวา และ ตุ๊กซอม ขอแนะนำให้ไปที่ท่าเรือยอเอยโดเลยค่ะ ... ทำไมต้อง “ยอเอยโด ฟฉภวตต” ?มีเหตุผลมากมายที่เลือกยอเอยโด เช่น เป็นเกาะสำคัญกลางแม่น้ำ พื้นที่กว้างถึง 8.4 ตร.กม. มีตึกสีทองสูง 63 ชั้น 249 เมตร ซึ่งเคยทำสถิติสูงที่สุดในเอเชียอยู่ที่นี่ ก่อนที่จะเสียแชมป์ให้แก่ Hyperion Tower สัญชาติเดียวกัน ซึ่งต่อมาก็เสียแชมป์ต่อๆ กันไปอีกหลายทอด ... เป็นที่ตั้งของรัฐสภา ศูนย์ธุรกิจการเงิน และสถานีโทรทัศน์ ... แต่ที่ชอบใจที่สุดเห็นจะได้แก่ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน
“ยอเอยนารู ย้อก – ฟฉภวณชท็ฟช” ที่เราต้องนั่งสาย 5 มาลง เป็นสถานีที่ลึกที่สุดในเกาหลี คือ อยู่ใต้น้ำต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 90.4 ฟุต น่าลองไปเดินให้ใจหวิวเล่นค่ะ ...เราต้องเดินออกที่ทางออกหมายเลข 3 ทางไปสะพานวอนฮโย ควรจะไปถึงบริเวณนี้ประมาณ 6 โมงเย็น เพื่อให้เวลากับตัวเองในการดูพระอาทิตย์ตกดินขณะที่ลิ้มลองอาหารเกาหลีที่มีอยู่หลายร้านในบริเวณนั้น (ราคาอาจแพงกว่าปกติเล็กน้อย) ก่อนที่จะขึ้นเรือที่แล่นวนตามท่าต่างๆ ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อทัศนาเมืองที่สว่างไสว สะพานที่ประดับประดาไฟอย่างเริดหรูค่ะ ค่าเรือขึ้นกับระยะทางใกล้ไกลอยู่ราวๆ 6,00013,000 วอน ต่อคน (190400 บาท)
สะพานข้ามแม่น้ำฮันในเขตกรุงโซลและปริมณฑล (โซล คยองกี อินชอน) มี 27 สะพาน
“เชกา” ขอโหวตให้ “บานโพ” (นฦ๗ด๋ฑณ) เป็นสะพานที่สวยที่สุดในเกาหลี เพราะติดตั้งไฟแสงจันทร์น้ำพุสีรุ้ง Moonlight Rainbow Fountain (ดบ๛นซม๖ฐณ บะผ๖) โอ้วว ... อะไรจะขนาดนั้น รุ้งกินน้ำขึ้นกลางแสงจันทร์...ทั้งนี้ สำเร็จด้วยหลอด LED 1 หมื่นหลอด สะพานนี้กินเนสบันทึกว่าเป็นสะพานน้ำพุที่ยาวที่สุดในโลก (1,140 เมตร) สามารถพ่นน้ำนาทีละ 190 ตัน ออกจากตัวสะพานได้ไกลถึง 43 เมตรเชียว ... ไปดูเถอะค่ะ ... แล้วทำใจว่า สวยสร้างได้มันคงแพงนะ ... เรามีทางเลือก กลับมาพายเรือไปดูหิ่งห้อยใต้ต้นลำพูใน “คลองหมาหอน” ก็สวยที่สุดแบบธรรมชาติ มาช่วยกันอนุรักษ์ป่าโกงกางไว้ ไม่ต้องลงทุนมหาศาลอย่างนี้หรอกค่ะ ...






