
ความสำเร็จที่ไม่สำเร็จ
....ณศักดิ์ อัจจิมาธร
ความสำเร็จนั้นเป็นดอกผลของการลงมือทำบางสิ่งบางอย่างลงไป และมักนำมาซึ่งความพึงพอใจแก่ผู้ทำที่ได้เห็นว่าสิ่งที่ทำนั้นได้สำเร็จแล้ว ความพยายามหรือพลังกาย พลังใจที่ทุ่มลงไปมิได้สูญเปล่า
แต่บางครั้งความสำเร็จก็มักทำให้ใครหลายคนหยุดอยู่กับที่เข้าโดยไม่รู้ตัว
หยุด ด้วยรู้สึกว่าสิ่งที่ทำสำเร็จแล้ว และไม่มีสิ่งใดให้ต้องทำอีก...
หยุด ด้วยรู้สึกว่าสิ่งที่ทำมานั้นมีมากมายจนล้นเกิน ทำให้เข้าสู่ภาวะที่ไม่ได้ทำอะไรเลย...
หลังทำบางสิ่งบางอย่างที่พยายามมานานสำเร็จลง เด็กหนุ่มบางคนก็หยุดการทำสิ่งที่ใหม่และแตกต่างจากเดิมเอาดื้อๆ ด้วยความที่เชื่อว่าสิ่งที่เพิ่งทำสำเร็จลงนั้นเป็นสิ่งที่หลายคนรอบข้างเขาเฝ้ารอมานาน และทั้งหมดที่ทำไปก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับชีวิต
เมื่อรู้สึกพึงพอใจกับความสำเร็จ เด็กหนุ่มจึงเปลี่ยนไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว...
จากความที่เคยกระหายใคร่รู้ในหลายเรื่อง กลับกลายเป็นความชินชาที่มีต่อสิ่งโดยรอบ
จากคนที่ชื่นชอบทดลองทำสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ กลับเป็นคนที่มองสิ่งรอบตัวเป็นเรื่องธรรมดา และเลือกที่จะไม่ทำในสิ่งเหล่านั้นด้วยเหตุผลว่าเป็นสิ่งที่เคยทำมาแล้ว หรือไม่ก็เพราะคิดว่ารู้อยู่แล้วว่ามันจะเป็นเช่นไร
ความสำเร็จของเด็กหนุ่มกักขังเขาไม่ให้เดินทางต่อเข้าโดยไม่รู้ตัว และนั่นทำให้กายกับใจมิได้ถูกขัดเกลาด้วยสายลมแห่งอุปสรรคที่ช่วยให้ชีวิตเติบโตขึ้น
เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ เด็กหนุ่มก็หยุดนิ่งอยู่กับที่มาเป็นเวลาหลายปีหลังจากความสำเร็จครั้งนั้น
วันหนึ่งผู้อาวุโสที่สังเกตความเป็นไปของเด็กหนุ่มมาโดยตลอดจึงเตือนให้เขาเริ่มเดินทางด้วยการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่อีกครั้ง ใครคนนั้นบอกว่า คนเราไม่ควรหยุดอยู่กับที่นานๆ เพราะนั่นก็เท่ากับทำให้เราค่อยๆ ตายไปโดยไม่รู้ตัว
“
เวลามันหมุนไปเรื่อย ถ้าไม่ทำอะไรก็เท่ากับเสียเวลาไปเฉยๆ พยายามทำนู่นทำนี่เข้าไว้ เผื่อวันพรุ่งนี้จะไม่มีโอกาสได้ทำ” ใครบางคนบอกเมื่อทำบางสิ่งบางอย่างสำเร็จ และรู้สึกว่าหลายๆ อย่างเริ่มอยู่ตัวจนเกิดอารมณ์อยาก
“หยุด” การทำบางสิ่งบางอย่างต่อ ชายหนุ่มมักหวนคิดถึงวิถีของซามูไรพเนจรที่ชื่อ “มิยาโมโต มูซาชิ” ขึ้นมาอยู่เสมอชีวิตของนักดาบที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ผู้นี้ ถูกนำมาเขียนเป็นนิยายโดย
“โยชิคาวา เอญิ” และกลายเป็นผลงานอมตะที่ทั่วโลกต่างให้การยอมรับตลอดเส้นทางชีวิตของมูซาชินั้นมีแต่การเดินทางอย่างต่อเนื่อง เขาไม่เคยหยุดอยู่ที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลานาน การเดินทางที่ยาวนานทำให้เขาเรียนรู้ความสามารถหลายๆ ด้านไปพร้อมกัน
นอกจากจะเป็นนักดาบที่เยี่ยมยอดแล้ว เขายังเป็นนักวาดภาพ เขียนบทกวี และสร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้อย่างน่าชม
ที่สำคัญความเปลี่ยวเหงา โดดเดี่ยว ได้กล่อมเกลาให้เขาบรรลุซึ่งความจริงแห่งตัวตน
ตลอดการเดินทางของมูซาชิทำให้เขามีโอกาสประลองฝีมือกับนักดาบที่มีชื่อเสียงหลายคน แต่ชัยชนะที่มูซาชิได้รับมาก็มิได้ทำให้เขาหยุดอยู่กับที่ หรือเปลี่ยนไปจากวันแรกที่เขาตัดสินใจออกเดินทาง
มูซาชิยังคงใช้ชีวิตอย่างสมถะไม่ว่าจะเป็นการกิน การอยู่ และปฏิเสธที่จะนำตัวเองเข้าไปเกี่ยวพันกับอำนาจหรือชื่อเสียง ทั้งที่สิ่งเหล่านั้นเปิดประตูอ้ารออยู่แล้วก็ตาม
แม้ในตอนจบของเรื่อง ซึ่งเขาเอาชนะซามูไรที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งท่ามกลางสายตาของผู้คนทั่วทุกสารทิศที่หลั่งไหลมาดูนั้น จังหวะที่ผู้ชมกำลังตะลึงกับภาพเพลงดาบที่สังหารคู่ต่อสู้ลงได้ มูซาชิก็เดินออกจากลานประลองไปอย่างเงียบๆ โดยไม่ได้สนใจกับเสียงฮือฮาของผู้คนที่มาชม
ในช่วงสุดท้ายของชีวิตมูซาชินั้น เขาได้มอบคำสั่งเสียต่อลูกศิษย์ในช่วงเจ็ดวันก่อนที่จะเสียชีวิตในวันที่ 12 พ.ค. ค.ศ. 1645 ที่เรียกว่า
“วิถีที่เด็ดเดี่ยวแม้โดดเดี่ยว” 18 ประการ ซึ่งเป็นการสรุปบทเรียนการใช้ชีวิตในฐานะนักดาบว่า1.จงอย่าใช้ชีวิตที่ขัดกับวิถีแห่งคุณธรรมของชาวโลก 2.ไม่แสวงหาความสุข ความสบาย ความสำราญใส่ตัว 3.ไม่คลั่งไคล้ยึดติดในทุกๆ สิ่ง 4.ไม่มีใจโลภตลอดชั่วชีวิตนี้ 5.เราจะไม่เสียใจในภายหลังกับเรื่องที่ได้ทำไปแล้ว
6.ไม่อิจฉาริษยาผู้อื่น 7.ไม่เสียใจยามพลัดพรากจากกัน 8.ไม่ให้ความรักของหนุ่มสาวมารบกวนจิตใจ 9.จะทำงานอะไรต้องหนักเอาเบาสู้ ไม่เป็นคนเลือกงานสบายๆ 10.ไม่คิดสร้างบ้านเรือนใหญ่โต 11.ไม่แสวงหาอาหารที่เลิศรส
12.ไม่สะสมของเก่า 13.ไม่มีความเกลียดชังในจิตใจ 14.ไม่เสียดายชีวิตถ้าจะต้องสละเพื่อ
“มรรค” 15.ไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยในเรื่องเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน 16.ไม่คิดสะสมเพชรนิลจินดา 17.เคารพพระพุทธเจ้า เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่คิดอ้อนวอนขอให้พวกท่านช่วย 18.ไม่เคยห่างจากมรรคาของนักรบ (มูซาชิ ฉบับท่าพระจันทร์/สุวินัย ภรณวลัย/สำนักพิมพ์คบไฟ)18 ข้อจากบทสรุปแห่งชีวิตของสุดยอดจอมดาบนามมูซาชิน่าจะบอกได้ว่า ไม่ว่าโลกเก่าหรือโลกใหม่น่าจะมีบทสรุปที่คล้ายคลึงกันว่าชีวิตควรต้องเดินทางไปข้างหน้า เพื่อให้กาลเวลาและอุปสรรคที่พบเจอระหว่างทางช่วยบ่มเพาะให้เราสามารถเข้าใจแก่นที่แท้จริงของชีวิต
ยิ่งในโลกปัจจุบันที่ความเปลี่ยนแปลงมีความเร็วแบบนาทีต่อนาทีตามกฎแห่งดิจิตอลที่เริ่มกลายเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลหลักต่อยุคสมัยไปทุกวันเช่นนี้ การเผอเรอให้ตัวเองหยุดอยู่กับที่เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งก็อาจทำให้เราตกขบวนรถไฟแห่งการเปลี่ยนแปลงเอาได้ง่ายๆ
ความสำเร็จที่ได้รับในวันนี้อาจทำให้เรารู้สึกดีใจ ภูมิใจ ที่ได้เห็นแรงกาย แรงใจที่ทุ่มเทลงไปออกดอกผล แต่หากไม่พยายามตรวจดูจิตใจตัวเองให้ดี ความสำเร็จก็อาจกลายเป็นกรงขังไม่ให้เราเดินทางต่อไปเพื่อค้นหาและเรียนรู้ให้กว้างขวางมากขึ้น หากเป็นเช่นนั้น
“ความสำเร็จ” ก็ย่อมทำให้เราไม่สามารถ “สำเร็จ” ในชีวิตได้อย่างแท้จริง






