
ว่าที่คุณแม่ดูทางนี้ นวัตกรรมใหม่ คลอดธรรมชาติ 'ท่าแมวตะปบ'
จะดีแค่ไหนหากประสบการณ์ “คลอดธรรมชาติ” สามารถเปลี่ยนความกังวลของคุณแม่ให้เป็น “ความทรงจำ” ดีๆ ที่ต้องบอกต่อ เพราะวันนี้ทีมพยาบาลและแพทย์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ได้คิดค้นเทคนิคการทำคลอด “ท่าแมว” หรือ PSU Cat Position และการจัดท่า PSU Locked Up-Right เป็น 2 ท่านวัตกรรมที่จะช่วยให้การทำคลอดธรรมชาติใช้เวลาสั้นขึ้นและมีความเจ็บปวดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
จะดีแค่ไหนหากประสบการณ์ “คลอดธรรมชาติ” สามารถเปลี่ยนความกังวลของคุณแม่ให้เป็น “ความทรงจำ” ดีๆ ที่ต้องบอกต่อ เพราะวันนี้ทีมพยาบาลและแพทย์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ได้คิดค้นเทคนิคการทำคลอด “ท่าแมว” หรือ PSU Cat Position และการจัดท่า PSU Locked Up-Right เป็น 2 ท่านวัตกรรมที่จะช่วยให้การทำคลอดธรรมชาติใช้เวลาสั้นขึ้นและมีความเจ็บปวดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
“รศ.ดร.ศศิธร พุมดวง” ผู้ค้นพบและพัฒนาท่านวัตกรรมจากคณะพยาบาลศาสตร์ มอ. บอกว่า PSU Cat Position มาจากคำว่า Prince of Songkla University Cat Position โดยท่านี้ก็คือ การจัดท่ารอคลอดให้มีลักษณะคล้ายกับแมวตะปบ
“PSU Cat คือการยกหัวเตียงให้สูงแล้วหันหน้าเข้าหาเตียงโดยที่เข่าอยู่ติดพื้นเตียง คนไข้ค้อมไปข้างหน้า ใบหน้าลำตัวส่วนบนทิ้งไปที่หัวเตียงโดยมีหมอนรอง ท่านี้จะทำให้การเคลื่อนตัวของทารกเร็วลงมาตามแรงโน้มถ่วง เพราะเป็นท่าที่อยู่ในลักษณะค่อนไปทางแนวตั้ง ทำให้มดลูกหดรัดตัวได้ดี แม้ว่าระยะพักของการทิ้งช่วงนาน แต่แรงการขับเด็กของมดลูกก็จะดีขึ้น การไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงมดลูกก็ดีขึ้น ในขณะที่ท่านอนหงายจะทำให้เกิดการกดทับของเส้นเลือดมากกว่า เนื่องจากมดลูกปกติจะอยู่ด้านหน้า ส่วนเส้นเลือดจะอยู่ด้านหลัง พอก้มมาข้างหน้า
เลือดก็ไหลเวียนดีไม่มีการกดทับและหายปวด”
สำหรับท่า PSU Cat นั้นจะใช้ในช่วงเวลาที่เรียกว่า Active Fase โดยทั่วไปช่วงนี้จะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 7.8 ชั่วโมง แต่เมื่อใช้ท่านี้ ช่วงเวลานี้จะหดสั้นลงเหลือประมาณ 3.1 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งได้ศึกษาโดยได้ใช้ท่านี้ครึ่งชั่วโมงสลับกับท่านอนหัวสูงครึ่งชั่วโมงและใช้ร่วมกับยาเร่งคลอด รวมทั้งให้ฟังดนตรีประกอบปรากฏว่าใช้เวลาระยะไม่ถึง 3 ชั่วโมง หรือ 152 นาทีโดยเฉลี่ย ย่นระยะเวลาและความเจ็บปวดรวมได้มาก
รศ.ดร.ศศิธร บอกว่า ท่านี้ได้มาจากการสังเกต เดิมเป็นท่าออกกำลังกายเพื่อลดการปวดหลังระหว่างการตั้งครรภ์ แต่ยังไม่มีใครใช้ในระยะคลอด จึงคิดว่าทำไมไม่ลองนำท่าที่นำเอาแรงโน้มถ่วงของโลก หรือท่าที่มีลักษณะแนวตั้งให้แรงโน้มถ่วงดึงเอาเด็กลงมาใช้
“หลังคลอด เขาบอกว่ารู้สึกเหมือนไม่มีลูกอยู่ในท้อง อัศจรรย์ใจมากที่คลอดได้เร็ว และรู้สึกเหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ คนไข้บอกรู้สึกเหมือนปวดถ่ายหรือปวดเบ่ง เป็นประสบการณ์ที่ตื่นเต้นกันทั้งหมอและพยาบาลว่าช่วยได้ขนาดนี้เลยหรือ”
อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.ศศิธร ย้ำว่า การใช้ท่านี้ต้องทำในจุดที่ปลอดภัยเท่านั้น นั่นคือหัวเด็กลงมาชิดกับเชิงกรานข้างล่างแล้ว จะไม่สามารถมีสายสะดือชักต่ำมาพันคอเด็กได้
สำหรับในท่าต่อมา เป็นการใช้ในช่วงระยะการคลอดที่ต่อเนื่องกัน รศ.ดร.ศศิธร อธิบายว่า ท่านี้จะนำใช้ในระยะเบ่งคลอดซึ่งเป็นระยะที่คนไข้จะปวดมากที่สุด โดยทั่วไปใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 1 ชั่วโมง สิ่งที่เราทำก็คือ การใช้หมอนมารองหรืออัดที่หลังอันเป็นที่มาของท่า PSU Locked-Upright Position
“เราจัดให้คนไข้นอนแต่ให้เข่ามาชิดอก แล้วเอาหมอนหนุนที่บริเวณเอวหรือหลังเอนประมาณ 30-40 องศา ทำให้เชิงกรานช่องออกเปิดกว้าง แต่ตอนทำงานวิจัยแรกๆ หมอนมันเลื่อนลง ไม่ได้ท่าตามที่ต้องการ นอกจากนี้เตียงที่ใช้เป็นของทางยุโรป แต่คนไข้ตัวเลขเวลายกเตียงจึงยกได้แค่บริเวณคอเพราะคนไข้ยาวไม่ถึง เวลาที่ได้ในครั้งนั้นคือ 24 นาที ต่อมาจึงคิดประดิษฐ์เตียงคลอดขึ้นมาเพื่อรองรับท่าที่เราต้องการ โดยเตียงคลอดยังลดเวลาลงได้มาก คือเวลาในช่วงระยะที่ 2 ลดเหลือ 16 นาที จากหนึ่งชั่วโมง บางคน 8 นาทีคลอดก็มี
“เรานำหลักฟิสิกส์เข้ามาและประกอบกับท่าในการเอื้อต่อการคลอด โดยมีเตียงเข้าไปเสริมเป็นท่ายองๆ ที่อยู่ในท่านอน เพราะคนที่กำลังคลอดจะไม่สามารถพยุงตัวได้ นอกจากนี้เลือดของแม่ยังออกมาน้อยมาก ทั้งที่ตามปกติก่อนคลอดเลือดจะออกเยอะ แต่เมื่อใช้ท่านวัตกรรมนี้ กลับแทบจะไม่มีเลือดออกทางช่องคลอด จึงลดผลกระทบทางร่างกายด้วย”
“ปัจจุบันยังไม่มีใครผลิตเตียงพิเศษที่มี 4 ลักษณะเฉพาะแบบนี้ออกมา นั่นคือ ต้องมีบาร์โหน ยกหัวขึ้นสูง ยกเอวขึ้นสูง และมีที่ให้ฝ่าเท้ายัน โดย มอ.ได้จดอนุสิทธิบัตรแล้ว เตรียมผลิตเชิงพาณิชย์ต่อไป” รศ.ดร.ศศิธร กล่าวสรุป







