
ฝันไกล...ไปถึง
ภาพกรรมการชี้ให้นักเตะทีมชาติไทยเสียจุดโทษในเกมพ่าย “เจ้าภาพ” เกาหลีใต้ ทั้งที่เป็นจังหวะฟาวล์นอกเขต
โดย...ทีมข่าวกีฬา
ภาพกรรมการชี้ให้นักเตะทีมชาติไทยเสียจุดโทษในเกมพ่าย “เจ้าภาพ” เกาหลีใต้ ทั้งที่เป็นจังหวะฟาวล์นอกเขต หรือการแพ้คะแนนแบบค้านสายตาของ สายลม อาดี อาจยังติดตาคาใจใครหลายคน สำหรับเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 17 หรือ อินชอนเกมส์ 2014 ที่ผ่านมา แต่อีกด้านหนึ่งก็มีนักกีฬาไทยอีกไม่น้อยที่สร้างผลงานน่าภาคภูมิใจ 14 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน และ 28 เหรียญทองแดง รั้งอันดับ 6 ของตารางสรุปเหรียญ คือสิ่งที่น่าชื่นชมยินดีสำหรับการทุ่มเทและความพยายามของทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหรียญทองที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความสำเร็จไม่เลือกเพศ วัย หรือชาติ ขอแค่มีความพยายาม ความสำเร็จ ไม่มีคำว่าไกลเกินเอื้อม เหมือนกับเธอและเขาเหล่านี้
แทมมี่ 37 ปียังแจ๋ว
24 ปีแห่งการรอคอย นับตั้งแต่ประเดิมรับใช้ชาติในเอเชียนเกมส์ ครั้งแรกที่ฮิโรชิมาเกมส์ ปี 1994 ในที่สุด แทมมารีน ธนสุกาญจน์ นักเทนนิสอดีตมือ 19 ของโลก ก็คว้าเหรียญทองได้สำเร็จ หลังมีโอกาสเข้าใกล้ที่สุดถึง 2 ครั้งติดต่อกันที่กรุงเทพฯ ปี 1998 และปูซานเกมส์ 2002 ซึ่งจบลงด้วยเหรียญเงินประเภทหญิงเดี่ยวทั้งสองครั้ง
“ดีใจที่ทำเหรียญทองให้ตัวเอง ครอบครัว และประเทศไทย จริงๆ ตอนช่วงที่ไทยและที่ปูซาน ก็หวังอยากได้เหรียญทอง แต่ต้องยอมรับว่าคู่ต่อสู้ในรอบชิงชนะเลิศทำได้ดีมาก มาวันนี้ทำได้แล้ว ก็รู้สึกดีใจ” แทมมี่
เผยความรู้สึก
แทมมี่ จับคู่กับ ลักษิกา คำขำ เอาชนะ เซี๊ยะ ซู เหว่ยดีกรีแชมป์หญิงคู่วิมเบิลดัน 2013 และเฟรนช์ โอเพ่น 2014 กับ ชาน ชิน เหว่ย จากไต้หวัน 5-7, 6-3, 10-3 คว้าแชมป์หญิงคู่ได้สำเร็จ
ถึงแม้จะไม่ใช่เหรียญทองประเภทเดี่ยวที่เคยคาดหวัง แต่นักหวดรุ่นเก๋ายืนยันว่า ภาคภูมิใจไม่ต่างกัน เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น การได้เหรียญทองก็ถือเป็นกำลังใจของตัวเอง ที่สำคัญเส้นทางสู่ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นคู่แข่ง หรือการต่อสู้กับสภาพร่างกายและแรงบันดาลใจของตัวเอง
ด้วยวัย 37 ปี แทมมี่ เป็นฮีโร่เหรียญทองของไทยที่อายุมากที่สุดในครั้งนี้เป็นอันดับ 2 รองจาก สุริยัน เป๊ะชาญ ที่คว้าเหรียญทองตะกร้อทีมชุด ในวัย 40 ปี พร้อมทำผลงานคว้าครบทุกเหรียญในเอเชียนเกมส์จาก 3 ประเภท หลัง 4 ปีก่อน คว้าเหรียญทองแดงคู่ผสมกับ สรรค์ชัย รติวัฒน์
“เอาจริงๆ รายการนี้ไม่ได้หวังจะได้ถึงทอง ตั้งใจทำแต่ละแมตช์ให้ดีที่สุด เพราะทุกแมตช์สูสีมาตลอด คู่ต่อสู้ก็มือดีทั้งนั้น แถมไต้หวันก็เป็นถึงแชมป์แกรนด์สแลม แต่โชคดีที่เขาแยกคู่ จับคู่พี่น้อง บวกกับเราอาจจะโชคดีที่ไม่มีความกดดันเท่าเขา เลยได้เปรียบตรงนี้ ทุกคนต่างก็ตั้งใจเล่นให้กับประเทศตัวเอง บางครั้งกดดันเกินไป หรืออาจจะเป็นแรงหนุน ซึ่งสำหรับเราค่อนข้างจะเป็นแรงหนุนเพราะเป็นมือรอง”
อย่างไรก็ตาม อดีตเดี่ยวมือ 1 ของไทย ยอมรับว่า ด้วยอายุที่มากขึ้น ยิ่งต้องทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะเรื่องความฟิตที่เหมือนเดิมไม่ได้แล้ว เพราะเกมผู้หญิงสมัยนี้เปลี่ยนไปเป็นพาวเวอร์เกม ทุกคนแข็งแรงมาก ถ้าไม่ทำตัวให้แข็งแรงขึ้น ก็จะตีลูกสปีดของเด็กสมัยนี้ไม่ทัน ต้องดูแลตัวเองมาก และมีความรับผิดชอบสูง
“จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเทนนิสหรืออาชีพอื่น เราต้องตั้งใจทำทุกๆ อย่าง หรือทุกๆ วันให้ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าโอกาสมาแล้วเราค่อยทำ ซึ่งโอกาสมาบางทีเราไม่มีความพร้อม เราเลยทำตรงนั้นได้ไม่ดี แต่ถ้าเมื่อไหร่เราทำทุกวันและตัวเองพร้อม รอโอกาสมา แล้วโอกาสมามันก็จะดีมาเอง เพราะเราสร้างฐานของเรามาดี”
ไม่ใช่เดี๋ยวจะแข่งค่อยซ้อม ต้องมีความรับผิดชอบ ถึงแม้วันนี้มันไม่ได้ ก็ต้องอดทนรอโอกาสที่จะมา อย่าเพิ่งท้อแท้ แต่ต้องมีระเบียบวินัยและความมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ มันมาแน่ แต่ขึ้นอยู่กับตัวเองว่าพร้อมกับโอกาสที่จะมาหรือเปล่า เพราะไม่มีใครรู้ว่าโอกาสจะมาเมื่อไหร่
ทุกวันนี้ แทมมารีน ซึ่งอายุมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของทัวร์อาชีพหญิง รองจาก คิมิโกะ ดาเตะ จากญี่ปุ่น วัย 44 ปี ต้องปรับโปรแกรมการฝึกซ้อมจากที่เคยตีเทนนิส 70 ฟิตเนส 30 เป็น 40-60 เพราะต้องเพิ่มเรื่องความแข็งแรงสู้กับเด็กรุ่นใหม่ พร้อมกับเลือกโปรแกรมแข่งให้ดูสมดุล
“เช่นอย่างเมื่อก่อนอาจจะไปทัวร์ยุโรปยาว 4-7 สัปดาห์ ตอนนี้อาจจะเหลือแค่ 3 แมตช์ แล้วกลับมาซ้อม กลับมารีเฟรชตัวเอง ถ้าไปนานๆ เราก็เครียดอยู่กับการแข่งขัน บางทีก็ต้องถอยหลังก้าวหนึ่ง เพื่อไปต่ออีก 3-4 ก้าว อาจจะไม่โหดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว”
แค่ร่างกายพร้อมอย่างเดียวคงไม่พอ ถ้าจิตใจขาดแรงบันดาลใจ เพราะฉะนั้นนักหวดขวัญใจชาวไทยมีเคล็ดลับในการสร้างแรงกระตุ้นให้ตัวเองด้วยการมองหาความท้าทายใหม่ๆ
“ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา เล่นน้อยลง เพราะเรื่องของสุขภาพ เริ่มไม่ได้เล่นเดี่ยว เล่นคู่อย่างเดียว พอปีนี้ พยายามหาความท้าทายใหม่ เป้าหมายใหม่ โอเค ลองมาเล่นเดี่ยวดูอีก จากหล่นไปอยู่อันดับ 700 ของโลกตอนนี้ขยับขึ้นมา 400 แล้ว ก็สนุกดี”
จากนี้เธอตั้งเป้าจะเล่นอาชีพอีก 2-3 ปี และถ้าเป็นไปได้ อยากพยายามทำอันดับให้ถึงท็อป 60 ของโลก เพื่อโอกาสได้ไปโอลิมปิกเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากปิดฉากเอเชียนเกมส์ได้อย่างสวยงามแล้ว ซึ่งเจ้าตัวยอมรับเป็นเป้าหมายที่ไม่ง่าย แต่ถ้าทำได้ก็ถือว่าดีเยี่ยม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าท้อแท้ต่ออุปสรรค ขวากหนาม และต้องรู้จักอดทน เพราะไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ
“สมัยนี้อะไรก็เร็ว เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ทำให้ทุกอย่างมันง่าย ก็ต้องยอมรับในวิวัฒนาการรุ่นใหม่ แต่งานบางอย่าง ต้องรู้ว่าความสำเร็จมันไม่ได้มาง่ายๆ ไม่ใช่อยากได้แล้วมันจะได้เลย มันอาจจะมีบ้าง แต่ก็น้อยมาก ต้องเข้าใจในกีฬา อย่างเทนนิส มันมีวันดี วันไม่ดี บางคนยังไม่เข้าใจเลย อยู่ที่จะทำวันไม่ดีให้มันดียังไง”
เมื่อถามถึงช่วงท้อที่สุด แทมมี่ ยอมรับว่า มีเหมือนกันในช่วง ปี 2003-2004 ตอนนั้นท้อมากๆ มีปัญหาบาดเจ็บด้วย มันหลายๆ อย่าง มันล้าจนเกือบจะเลิกแล้ว โชคดีไปทำผลงานดีที่วิมเบิลดัน แล้วอันดับก็ขยับขึ้นมา ก็เลยเป็นจุดเปลี่ยนกลับมามีกำลังใจอีกครั้ง
“ช่วง 2-3 ปีนี้ อยู่ระหว่างค้นหาตัวเองด้วยว่าอยากจะทำอะไร หลังจากแขวนแร็กเกตแล้ว และตอนนี้ก็มีโอกาสเอาประสบการณ์ที่มีมาให้น้อง ในฐานะที่ปรึกษาให้กับโครงการดูแลเด็กอายุ 16 ปี และมีทีมงาน
อีก 3 คน โดยแทมมี่จะเป็นคนวางแผน ดูแลเรื่องงบประมาณ แมตช์นี้ควรไปหรือไม่ควร”
ไม่ใช่ประสบความสำเร็จแค่เทนนิส แต่ยอดนักหวดของไทยยังลงขันกับเพื่อนเปิดร้าน “เอลฟ์ ไลฟ์สไตล์ ช็อป” ซึ่งขายสินค้านานาชนิด ภายใต้คอนเซ็ปต์สีสันและแรงบันดาลใจจากช้าง อยู่ที่เค วิลเลจ และสามารถอยู่ด้วยตัวเองได้แล้วในตอนนี้ ส่วนการเล่นการเมืองที่เคยได้รับทาบทามนั้น เธอย้ำว่า ณ ตอนนี้ยังไม่สนใจ เพราะมีหลายอย่างที่ทำอยู่ แต่วันหนึ่งไม่แน่ เพราะเป็นงานที่ต้องทุ่มเทพอสมควร เหลือก็แต่เรื่องของหัวใจ ที่เจ้าตัวบอกว่า อยากมีคนเข้ามาดูแลเหมือนกัน แต่ไม่มีใครเข้ามาขายขนมจีบ แทมมารีนยังฝากทิ้งท้ายถึงแฟนๆ ว่า ถ้ามั่นใจในสิ่งที่ชอบ สิ่งที่รัก ก็ตั้งใจทำให้เต็มที่ อย่าเพิ่งท้อถอย ทำไมไม่ประสบความสำเร็จ ทำไมยากอย่างนี้
“แทมมี่ว่าทุกอย่างในชีวิตมันไม่ได้มาง่ายๆ ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องเรียน คุณอยากจะเรียนดี ก็ต้องอ่านหนังสือ ตั้งใจเรียน อยากทำงานเก่ง ก็ต้องตั้งใจทำงาน กลับมาหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อเสริมให้อาชีพเราดีขึ้น แน่นอน มันไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ เหมือนจะถูกลอตเตอรี่ทุกวัน ถ้าวันไหนมันเหนื่อยจริงๆ ก็ถอยมาสักก้าวหนึ่ง แล้วค่อยเริ่มต้นใหม่” แต่การพักไม่ใช่ว่าหยุดไปเลย 2-3 เดือน ท้อได้ พักได้ แต่อย่านาน
“สำหรับแทมมี่พยายามหาเป้าของตัวเองใหม่ เป้าอะไรก็ได้ เป้าระยะสั้น เป้าระยะยาว เช่น ฉันอยากได้รถคันนี้ จะเก็บตังค์ซื้อรถคันใหม่เพื่อเป็นโบนัส ก็ทำให้เป็นแรงจูงใจ หรืออยากจะซื้อบ้าน อยากไปทริปต่างประเทศ ก็แล้วแต่ละคนที่จะหาความสุขให้ตัวเอง นั่นคือเป้าหมาย” เป้าหมายที่จะนำทางไปสู่ความสำเร็จ เหมือนกับชื่อของ แทมมารีน ธนสุกาญจน์ ที่จะอยู่ในใจคนไทยตลอดไป







