
จรส ชัยพัฒนวณิช สาวหวานหัวใจวินเทจ
หยิบเอาความรักในสไตล์วินเทจมาเริ่มต้นธุรกิจร้าน “วินเทจ แอฟแฟร์" (Vintage Affair)
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา
หยิบเอาความรักในสไตล์วินเทจมาเริ่มต้นธุรกิจร้าน “วินเทจ แอฟแฟร์" (Vintage Affair) ร้านเสื้อผ้าและเครื่องประดับแนววินเทจน้องใหม่ที่คิสมอลล์ พร้อมดึงแพชชั่นที่มีอยู่เปี่ยมล้นต่อสิ่งที่ทำเป็นพลังขับเคลื่อนแทนที่ตัวเลขในบัญชี คือ จุดยืนในการทำธุรกิจแรกในชีวิตของสาวหน้าหวาน มิงค์-จรส ชัยพัฒนวณิช
มิงค์ บอกว่า ร้านเพิ่งเปิดตัวมาได้ 6 เดือน ถือว่ายังใหม่มาก ถามถึงจุดเริ่มต้น มิ้งค์บอกว่าไม่เคยวาดภาพมาก่อนว่าวันหนึ่งจะมีร้านวินเทจเป็นของตัวเอง มิ้งค์ยอมรับว่ากว่าจะหาตัวเองเจอว่าชอบอะไรจริงๆ ก็ลองมาหลายอย่างเหมือนกัน
“มิงค์เป็นพวกแอ็กทีฟมาก ไม่สามารถใช้ชีวิตแบบทำงานรูทีนเลิกงานกลับบ้านได้ มิงค์ว่าแบบนั้นชีวิตจะง่ายไปหรือเปล่า ทุกวันนี้มิงค์เลยทำงานประจำคู่ขนานกันไป ในบทบาทหนึ่ง มิงค์เข้ามาช่วยกิจการของครอบครัว ซึ่งทำธุรกิจค้าเหล็ก พอตกเย็นมิงค์จะเข้ามาที่ร้าน “วินเทจ แอฟแฟร์” เพื่อดูแลความเรียบร้อย มีเวลาก็แวะไปออกกำลังกาย วันอาทิตย์หลังกินข้าวกับครอบครัวก็เข้ามาที่ร้าน เพราะวันอาทิตย์พนักงานหยุดมิงค์ต้องเข้ามาดูแลเอง พร้อมถือโอกาสจัดการเรื่องบัญชี และสต๊อกสินค้า”
สำหรับจุดเริ่มต้นของการทำร้าน มิงค์บอกว่า ด้วยมีความสนใจในเรื่องแฟชั่นเป็นทุนเดิมโดยเฉพาะสไตล์วินเทจ ช่วงที่ไปเรียนที่สหรัฐถ้ามีตลาดนัดเมื่อไหร่ต้องไปเดินซื้อของวินเทจเก๋ๆ ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ หมวก หรือของแต่งบ้าน ประกอบกับยิ่งได้ไปเรียนด้านจิวเวลรี่มา ทำให้ยิ่งอินกับสไตล์วินเทจ เพราะมีความรู้เรื่องที่มา รู้ประวัติเรื่องราวของจิลเวลรี่แต่ละชิ้น
“มิงค์อยากให้ร้านวินเทจ แอฟแฟร์ เป็นเสมือนตู้เสื้อผ้าในฝันของสาวๆ ที่ชื่นชอบของสไตล์วินเทจ ของทุกชิ้นที่มิงค์เลือกมา มาจากความชอบของตัวเราเองก่อน แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานว่าใส่ได้จริง มิงค์ไม่ได้อยากให้ร้านเป็นนี้เป็นแค่ร้านขายของวินเทจ แต่อยากให้เป็นร้านที่ดีไซเนอร์ดังๆ ก็มาได้ มาดูของวินเทจเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจในการนำไปดีไซน์ผลงานใหม่ๆ ออกมา”
ถามว่าอะไร คือเสน่ห์ของสไตล์วินเทจ สาวหวานบอกว่า นอกจากเอกลักษณ์ของของวินเทจที่เป็น one of a kind มีชิ้นเดียวแล้ว ต้องยอมรับเรื่องคุณภาพ อย่างของที่ร้านมิงค์ซื้อมาจากฝรั่งเศส โซนยุโรป สหรัฐ แท็กที่ติดเสื้อก็เป็นเมดอินจากประเทศเหล่านี้ ขณะที่ของสมัยนี้เมดอินไชน่า คุณภาพของก็ต่างกันแล้ว อีกอย่างคือ เรื่องการดีไซน์ คัตติ้ง ของวินเทจจะเป็นเอกลักษณ์ ความคงทนไม่ต้องบรรยาย เพราะไม่อย่างนั้นใช้มาไม่ได้จนป่านนี้
“ถึงมิงค์จะหลงรักสไตล์วินเทจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องแต่งตัวสไตล์วินเทจทั้งตัว เพราะออกมาเดินถนนแล้วอาจจะเจอสายตาแปลกๆ อย่างมิงค์เองเลือกที่จะมิกซ์แอนด์แมตช์สไตล์วินเทจเข้ากับเสื้อผ้าสมัยใหม่ สำหรับไอเท็มวินเทจที่มิงค์ต้องมีติดตัวทุกวันคือ แหวน ใส่อย่างน้อย 2 วง กำไลข้อมือ และต่างหู”
อีกหนึ่งเหตุผลที่มิงค์บอกตัวเองว่าต้องทำอะไรสักอย่าง รอไม่ได้อีกแล้ว คือ ตัวเลขอายุที่เข้าสู่เลข 3 มิงค์บอกกับตัวเองว่า อายุเท่านี้แล้ว จะทำอะไรต้องทำ ถ้าไม่งั้นไม่ได้ทำแน่ ตอนเราเด็กกว่านี้เคยไปเรียนกอร์ดองเบลอ เรียนทำอาหารคาว ขนมหวาน เคยจะเปิดร้านคิดกังวลหลายอย่าง สุดท้ายไม่ได้ทำ
“มิงค์ไม่ได้เสียใจที่ไม่เปิดนะ เพราะรู้ว่าเราก็ไม่เหมาะกับงานนั้น แต่คิดว่าถ้าเรามัวแต่คิดมากจนไม่ทำอะไร ก็อยู่แค่นี้ อย่างร้านนี้ ถึงสุดท้ายจะประสบผลหรือไม่ มิงค์คิดว่านี่คือการเรียนรู้ การเริ่มต้นทำธุรกิจ ถึงสุดท้ายเจ๊งก็ไม่เป็นไร มิงค์ทำเพราะรักที่จะทำ”
สำหรับในอนาคต มิงค์บอกว่าไม่มีอะไรแน่นอน แต่ถ้าเป็นไปได้เธออยากจะขยายร้านเป็นมัลติแบรนด์ มีทั้งของวินเทจ และ สินค้านำเข้าจากประเทศต่างๆ มาวางขายในร้านด้วย
เอื้อเฟื้อสถานที่โดย ร้านมินิบาร์ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี







