
‘รันออนเดอะโรด’ ทั้งที มันต้องเฟี้ยวสิจ๊ะ
ในปี 1982 หลุยส์ ไมเคิล ฟิกกูโร่ เด็กหนุ่มวัย 16 ปี ได้เริ่มวิ่งจากนิวเจอร์ซีย์ไปถึงซานฟรานซิสโกเพื่อหาเงินให้กับองค์กรการกุศลในห้วงเวลาที่เขาเพียรวิ่งไปบนถนน
โดย...พงศ์ พริบไหว
ในปี 1982 หลุยส์ ไมเคิล ฟิกกูโร่ เด็กหนุ่มวัย 16 ปี ได้เริ่มวิ่งจากนิวเจอร์ซีย์ไปถึงซานฟรานซิสโกเพื่อหาเงินให้กับองค์กรการกุศลในห้วงเวลาที่เขาเพียรวิ่งไปบนถนน ครั้งหนึ่งมีนักข่าวถามว่าขณะวิ่งคนหนุ่มเช่นเขาคิดอะไร
“ผมก็แค่ก้าวเท้าข้างหนึ่งให้นำหน้าอีกข้างหนึ่งเท่านั้น เหนื่อยก็หลับ หิวก็กิน อยากเข้าห้องน้ำก็ไปเข้า เท่านั้นเอง” เขากล่าวเช่นนั้น และต่อมาการวิ่งของเขาได้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดภาพยนตร์เรื่อง Forrest Gump
หยิบยกเรื่องราวข้างต้นขึ้นมา เพื่อที่จะโยงไปถึงการวิ่งมาราธอนแบบใหม่ในบ้านเรา ซึ่งไม่มีข้อกำหนดของเวลา และไม่ได้สนใจจุดหมายและชัยชนะ เน้นเพียงความสุขและรอยยิ้มเป็นสิ่งสำคัญ เพราะบ้างครั้งบางหน จุดหมายก็ไม่ได้มีไว้พิชิต ทว่ามากกว่านั้นคือการที่เราเองมีความสุขกับการออกวิ่ง ลองดูงานวิ่งมาราธอนเฟี้ยวๆ 3 สนามนี้สิ...
วิ่งบนเส้นทางแห่งเสียงเพลง
“เดอะมิวสิค รัน” คือรูปแบบการออกวิ่งมาราธอนครั้งใหม่ที่ไม่มีการจับเวลา ไม่มีผู้แพ้ผู้ชนะ ไร้ซึ่งความรู้สึกกดดันในการช่วงชิงความเป็นหนึ่ง กำลังจะมีขึ้น ณ สวนหลวง ร.9 สถานที่ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสวนสาธารณะที่สวยที่สุดของกรุงเทพฯ
จากคำบอกกล่าวของผู้จัดงาน ความแปลกใหม่นอกเหนือจากการไม่จับเวลาแล้ว ทุกคนจะได้สนุกสนานกับการออกวิ่งที่ผสานไปกับกิจกรรมดนตรีที่จะทำให้ลืมเหนื่อย และนั่นคือรางวัลแห่งความสนุกสนานที่แท้จริงที่ทางผู้จัดตั้งหวัง
เจ้าความคิดของงานนี้ คือ มาร์ติน แคปสติค กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท เอ็กซีด สปอร์ตส์ แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ กล่าวถึงงานเดอะมิวสิค รัน บาย เอไอเอ ว่า เริ่มมาจากที่ทางเราเห็นความเชื่อมโยงของดนตรีที่สามารถเชื่อมกันได้กับการวิ่ง มันจึงเกิดเป็นมหกรรมการวิ่งสไตล์อินเตอร์แอ็กทีฟที่สนุกสนาน บนเส้นทางกว่า 5 กิโลเมตรที่จัดเตรียมไว้
“ทางเราจะจัดโซนดนตรี 5 โซนไว้ในแต่ละกิโลเมตร ซึ่งแต่ละจุดจะมีแนวเพลงที่แตกต่างกัน ทั้ง ป๊อป ร็อก เรโทร อาร์แอนด์บี ฮิปฮอป และสุดท้ายคือแนวแดนซ์ หากใครเหนื่อยก็แวะพักฟังเพลงให้หายเหนื่อยแล้วก็วิ่งกันต่อ
งานนี้เราคิดว่าเสียงเพลงคือหัวใจสำคัญของทุกสิ่ง ดังนั้นเราจึงจัดเตรียมเครื่องเสียงแบบจัดเต็ม แน่นอนว่ามันจะดังกระหึ่มตลอดเส้นทางจนทำให้คุณอยากวิ่ง อยากจะเต้น อยากจะปาร์ตี้ และอยากจะมันส์ไปด้วยกัน
นอกจากนี้ทางเรายังเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสกับประสบการณ์ดนตรี โดยศิลปินและเอนเตอร์เทนเนอร์กว่า 100 ชีวิต ประจำอยู่ตลอดเส้นทาง เพื่อให้ทุกคนสนุกสนานจนไปถึงโซนปาร์ตี้ที่มีศิลปินนักร้องมากมายขึ้นแสดงสด ซึ่งจะอยู่บริเวณปลายทาง เรียกได้ว่าทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้สนุกกันตั้งแต่ต้นจนจบ
อีกสิ่งสำคัญที่เราจัดงานในลักษณะนี้ก็เพราะต้องการเห็นเยาวชนหรือกลุ่มวัยรุ่นพากันมาออกกำลังกาย คืองานนี้คุณไม่จำต้องวิ่งให้เร็ว หรือต้องทำเวลาในการเข้าเส้นชัย ขอเพียงแค่ออกมาวิ่ง สิ่งที่คุณจะได้กลับไปคือความสุข นี่เป็นสิ่งสำคัญที่พวกเราต้องการที่สุด”
สำหรับใครที่สนใจงานวิ่งมินิมาราธอนยามค่ำ “เดอะมิวสิค รัน บาย เอไอเอ” ระยะทาง 5 กิโลเมตร เตรียมพร้อมร่างกายไปหาความแปลกใหม่ได้ในวันที่ 1 พ.ย. ช่วงวันเสาร์ต้นเดือนพอดิบพอดี ตั้งแต่บ่ายสามโมงเป็นต้นไป ลงทะเบียนได้ที่ www.themusicrun.com/events/thailand-bangkok-1-2014 หรือที่ อารี รันนิ่ง คอนเซ็ปต์ สโตร์ ราคาบัตรใบละ 700 บาท หาซื้อได้ทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา งานนี้รีบตัดสินใจกันหน่อย เพราะบัตรใกล้หมดเต็มที งานเขาฮอตจริงๆ โดยผู้ลงทะเบียนทุกท่านจะได้รับชุดอุปกรณ์การวิ่ง ได้แก่ เสื้อ Dri-Fit ของงาน The Music Run by AIA พร้อมถุงบรรจุของที่ระลึกอื่นๆ อีกมากมาย
ข้อมูลเพิ่มเติม www.themusicrun.com/events/thailand-bangkok-1-2014 หรือ Facebook.com/themusicrunTH และ Twitter.com/themusicrunBKK
วิ่งตามหาตะวันบนยอดตึก
“Sathorn Square : Vertical Fun Run 2014” คืออีกหนึ่งงานมินิมาราธอนเล็กน่ารักสมชื่อ ที่ต้องการเชื้อเชิญกลุ่มหนุ่มสาวออฟฟิศวัยทำงานมาออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรง ป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรม โดยงานนี้จะจัดขึ้นที่อาคารสาทรสแควร์ ผ่านการวิ่งพื้นราบระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เส้นทางบนถนนสาทร สีลม นราธิวาสราชนครินทร์ ก่อนวิ่งขึ้นบันได 1,086 ขั้น สู่ดาดฟ้าชั้น 40 ของตึกสาทรสแควร์ อันถือเป็นจุดไคลแมกซ์ที่เมื่อขึ้นไปยืนจะมองเห็นวิวยามเช้าของบางกระเจ้า หรือที่รู้จักกันว่าเป็นปอดของคนกรุงได้งามจับใจ
งานวิ่งแบบนี้แม้จะมีให้เห็นบ้างในเมืองไทย แต่ก็ไม่ได้ถึงกับจัดกันทุกๆ เดือน เช่นงานวิ่งทั่วไป ปีหนึ่งจะมีให้ได้วิ่งสักหน ซึ่งนั่นก็เป็นความพิเศษที่หาได้ยากกับรูปแบบการวิ่งต้านแรงโน้มถ่วงเช่นนี้ อีกทั้งงานนี้ยังเพิ่มความสนุกด้วยกองเชียร์ที่จะเพิ่มระดับแรงจูงใจไปประจำชั้นต่างๆ จนกว่าจะถึงปลายทาง ซึ่งมีความพิเศษมากๆ รอคอยอยู่ และเมื่อขึ้นไปสูดอากาศยามเช้าจนอิ่มปอด ท่านก็สามารถลงมาทำกิจกรรม ซึ่งทางเจ้าของงานได้เตรียมแจกรางวัลมากมาย ถึงแม้ผู้เข้าร่วมจะไปถึงหรือไม่ถึงเป้าหมายก็ตามที ก็ยังมีลุ้นรางวัลเท่าเทียมกันหมด
ธนพล ศิริธนชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลเด้นแลนด์ เจ้าของงาน เล่าถึงจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า เริ่มมาจากการอยากชวนพนักงานของตัวเองออกกำลังกาย “ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบวิ่งมาราธอนอยู่แล้ว เลยคิดว่าน่าจะมีกิจกรรมให้กับพนักงานด้วยการวิ่ง
ช่วงนั้นก็มีการให้คนมาอบรมมาสอนแนะนำเรื่องการเตรียมตัววิ่ง แล้วก็มีพนักงานมาร่วมวิ่งกันเยอะเลย ก็วิ่งระยะทาง 10 กิโลเมตรกัน ซึ่งทุกคนก็สามารถวิ่งได้สำเร็จ เราก็เห็นความตั้งใจของพนักงาน เห็นถึงพลังในกิจกรรมวิ่ง แล้วด้วยความเป็นเจ้าของตึก ก็เลยอยากจัดงานวิ่งขึ้นมาสักครั้ง ในแบบที่ต้องการเน้นคนหนุ่มสาวที่ทำงานออฟฟิศ เพราะส่วนใหญ่คนทำงานในออฟฟิศไม่ค่อยออกกำลังกาย งานวิ่งของเราเลยจัดแบบเน้นเรื่องความสนุกสนานพร้อมไปกับการออกกำลังกาย
ด้วยความที่เป็นการวิ่งบนตึก คนมักจะกังวลว่าจะวิ่งขึ้นไหวไหม จริงๆ มันไม่ได้ยากนะ หากไม่ไหวคุณก็แค่หยุดพักไม่ต้องรีบเพื่อแข่งกับใคร พอหายเหนื่อยก็วิ่งต่อหรือค่อยๆ เดินไป คือจริงๆ มางานนี้เหมือนเป็นการฝึกใจมากกว่าว่าใจเราจะอึดแค่ไหน แล้วการที่เราสามารถพิชิตยอดตึก 40 ชั้นได้ ผมว่ามันน่าภูมิใจนะ ยิ่งหากถ้าเป็นคนที่วันๆ ทำแต่งานไม่ค่อยออกกำลังกาย นั่งอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ พอสามารถผ่านความท้าทายแบบนี้ไปได้ เชื่อแน่ว่าคนทำงานออฟฟิศจะหันมาใส่ใจเรื่องของสุขภาพ หรือไม่อย่างน้อยๆ ตัวของคนที่มาวิ่งจะได้เปิดประสบการณ์และเปลี่ยนทัศนคติในการวิ่งไปถึงจุดหมาย”
หากใครหลายคนกังวลเรื่องความปลอดภัย เส้นทางการวิ่งจะมีจุดดูแลผู้เข้าร่วมขึ้นตึกอยู่ตลอดทาง ซึ่งงานนี้หากใครไม่ไหวจริงๆ ก็ลงลิฟต์ไปดื่มกาแฟหรือหาของอร่อยๆ ในงานรับประทานรอเพื่อนๆ ซึ่งทางผู้จัดรับรองมาแล้วว่า สิ่งที่เตรียมไว้จะประทับใจและคุ้มค่าแน่นอนกับค่าสมัครที่เสียไป ลองคิดง่ายๆ ว่าในชีวิตจะมีสักกี่ครั้งที่เราได้ออกวิ่ง และพักเหนื่อยด้วยการมองแสงแรกที่มีฉากหลังเป็นวิวของป่าคอนกรีตในแบบเบิร์ดส อาย วิว
งานนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 2 พ.ย. ยามเช้าตรู่ เริ่มปล่อยตัวตั้งแต่ 05.30 น. โดยจะปิดรับสมัครในวันที่ 23 ต.ค. นี้ เอ้า...รีบจับจองพื้นที่กันหน่อย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-620-6240-4 รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะสมทบทุนเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนผ่านมูลนิธิยุวพัฒน์
วิ่งตะลุยเมืองซอมบี้ในดินแดนลึกลับ
ก่อนจะเล่าถึงการแข่งขันวิ่งเทรล (วิ่งในภูมิประเทศที่ไม่ราบเรียบ) อย่างงาน “อู่ตะเภา ริปลีย์ รัน” ที่จัดกันที่ อ.สัตหีบ บริเวณชายหาดอีดีโอ คืออยากให้ลองนึกถึงซีรี่ส์ดังอย่าง The Walking Dead ที่ตอนนี้กำลังอินเพราะเพิ่งเริ่มต้นภาค 5 มาอย่างตื่นเต้นสะใจแฟนๆ ไว้ในใจ แล้วหลับตานึกถึงตอนที่เราต้องวิ่งผ่านบรรยากาศเช่นนั้น คงน่าตื่นเต้นไม่น้อย
ในงานวิ่งนี้ขอบอกเลยว่ามีครบทุกอารมณ์ เพราะทางผู้จัดเตรียมดัดแปลงสนามบินอู่ตะเภาให้กลายเป็นสถานที่ขนหัวลุกขนาดมหึมา คุณจะได้วิ่งเข้าป่าฝ่าสถานที่โรงเก็บเครื่องบินซึ่งถูกทิ้งร้าง ก่อนวิ่งเข้าไปในตัวเครื่องบินลำใหญ่โต ทั้งยังจะได้พบกับอะไรต่อมิอะไรมากมายตามรายทาง ทั้งหมดทำให้ “อู่ตะเภา ริปลีย์ รัน” เป็นอีกหนึ่งงานวิ่งรูปแบบใหม่ที่เฟี้ยวเหลือเกิน
น.ต.จิรวัฒน์ อุ่นจิต ผู้ดูแลและกิจกรรมของสนามบินอู่ตะเภา กล่าวถึงงานนี้ว่า หลังจากที่กองการบินทหารเรือได้พัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งก็จัดการแข่งขันกีฬาขึ้นเป็นประจำ “เมื่อมีกิจกรรมบ่อยๆ ผมพบว่าเส้นทางธรรมชาติในอู่ตะเภามันเยอะมาก และสวยอุดมสมบูรณ์ เราเลยอยากให้คนได้รู้จักได้เห็นภูมิประเทศของอู่ตะเภามากกว่านี้ ก็เลยกลายเป็นที่มาของการจัดงาน
ทีนี้มองกันว่า หากวิ่งธรรมดาๆ คงไม่สนุกหรอกในสภาพภูมิประเทศแบบนี้ ก็พยายามคิดอะไรใหม่ๆ ขึ้น หลายอย่าง จนสุดท้ายเราก็เอาเรื่องคอนเซ็ปต์แบบน่ากลัวๆ เข้าไปใส่เพราะเข้ากับลักษณะของสถานที่วิ่ง ซึ่งเหมาะกับกลุ่มนักวิ่งหน้าใหม่ที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ
คือในการวิ่งผู้เข้าร่วมก็จะวิ่งปกตินะ เพียงแต่ว่าความสนุกของการวิ่ง คือบรรยากาศของธรรมชาติ ที่ซ่อนความกดดันความตื่นเต้นจากเหล่าภูตผีปีศาจกว่า 300 ตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมันจะเป็นสีสันในการวิ่งตลอดเส้นทาง คือเหมือนเราได้ผจญภัยลัดเลาะไปตามเส้นทางธรรมชาติที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ซึ่งเราก็จะมีจุดให้พักเหนื่อย ที่จะพิเศษหน่อยคือแทนที่จะนั่งเฉยๆ ก็จะมีซอมบี้มาเซลฟี่ด้วย เก็บภาพเป็นที่ระลึกกันไป
งานนี้เราไม่อยากให้คนเข้าร่วมวิ่งลุยจนเหนื่อย แต่ต้องการทำให้เป็นการวิ่งมาราธอนทางเลือกที่แปลกใหม่ เน้นสนุกสนานเร้าใจ วิ่งจบงานก็จะมีปาร์ตี้ริมหาด คืออยากทำให้การออกกำลังกายเป็นที่ประทับใจของนักวิ่งมากที่สุดครับ”
เนื่องจากเป็นสถานที่ธรรมชาติ ทางทีมงานจึงเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ มีการฝึกอบรมทีมงานกันอย่างเข้มข้น เพื่อให้เป็นทั้งคนสร้างแรงกดดันและเป็นคนดูแลไปในที ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม
“อู่ตะเภา ริปลีย์ รัน” เปิดรับสมัครไปถึงวันที่ 31 ต.ค. ก่อนจะออกสตาร์ทกันจริงๆ ในวันเสาร์ที่ 13 ธ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.goadventureasia.com
สำหรับท่านใดที่เห็นว่า “วิ่ง” ที่เรานำมาเสนอนี้ยังเฟี้ยวไม่พอ ต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติมในรายการวิ่งมาราธอนรายการอื่นๆ ลองแวะเวียนเข้าไปดูที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ “วิ่งไหนดี : Running” ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลของงานวิ่งทั่วทุกสารทิศไว้ในที่เดียว และยังเป็นแหล่งข่าวสารทั้งแหล่งความรู้เกี่ยวกับการวิ่งชั้นดี ให้ผู้ที่สนใจได้เข้าไปศึกษา ก่อนจะผูกเชือกรองเช้าแล้วก้าวออกไปวิ่งกันครับ







