
Cold Sandwich ตามเเบบฉบับ Tea Time
Cold Sandwich ทำได้ง่าย เเละรับประทานได้ง่าย ไม่ต้องอาศัยการปิ้ง ย่าง หรืออบเพิ่มเติมก็อร่อยได้ เเถมยังสามารถทำไว้ได้ล่วงหน้า
Cold Sandwich ทำได้ง่าย เเละรับประทานได้ง่าย ไม่ต้องอาศัยการปิ้ง ย่าง หรืออบเพิ่มเติมก็อร่อยได้ เเถมยังสามารถทำไว้ได้ล่วงหน้า
เรื่อง สีวลี ตรีวิศวเวทย์ / ภาพ cookool studio
Afternoon Tea กลายมาเป็นวัฒนธรรมการกินยอดนิยมทั่วโลก เเถมยังเเพร่หลายมาถึงเมืองไทย ผู้เขียนสังเกตจากร้านอาหาร ร้านเบเกอรี คาเฟ่หลายๆ ร้าน มีเมนู Afternoon Tea Set มาให้เหล่าสาวๆ หนุ่มๆ สั่งรับประทาน ช่วงบ่ายๆ จิบชาไป คุยเเลกเปลี่ยนความเห็นกันไป ทำให้ยามบ่ายกลายเป็นเวลาอบอุ่นของคนคุ้นเคยกัน ที่บอกว่าของคนคุ้นเคย ก็เพราะชุดชายามบ่ายนั้น มีขนมชิ้นเล็กชิ้นน้อยเสิร์ฟมาหลายอย่าง จะรับประทานกับคนไม่คุ้นกันก็คงจะมีเเต่เคอะเขิน ยิ่งเป็นพวกเเซนด์วิชขนาดพอดีคำ หรือ Tea Sandwich เเบ่งกันยังไงก็ไม่ลงตัว ในชุดหนึ่งมีให้เลือกหลายอย่าง ยังไงก็ขอชิมทุกไส้
Tea Sandwich เป็นรูปเเบบหนึ่งของ Cold Sandwich ทำได้ง่าย เเละรับประทานได้ง่าย ไม่ต้องอาศัยการปิ้ง ย่าง หรืออบเพิ่มเติมก็อร่อยได้ เเถมยังสามารถทำไว้ได้ล่วงหน้า โดยไม่ต้องกลัวว่าความอร่อยจะหงอยไป
Tea Sandwich เเม้หลายๆ คนจะบอกว่ามันดูไร้รสชาติ เเต่อันที่จริงเเล้ว หากทำอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ รสชาติความอร่อย ไม่เป็นรองใคร เเถมหน้าตาของ Tea Sandwich ยังดูดีมีเสน่ห์ น่ารับประทาน
อย่างเเรกเลย ขนาดของเเซนด์วิช จะต้องเป็นขนาดพอดีคำ ทำให้รับประทานได้ง่าย ไม่ต้องอาศัยเครื่องมือ เครื่องไม้มากมายอย่างมีด ส้อมหรือช้อน เพียงเเค่มือกับฟัน ก็พอเพียงในการชิมชาเเกล้มเเซนด์วิชเเล้วล่ะ ดังนั้นขนาดของเเซนด์วิชจึงต้องไม่ใหญ่ไม่โต ขนาดหมดในคำ หรือมากที่สุดก็สัก 2-3 คำ เกินกว่านี้ เดี๋ยวว่ามูมมามเอาได้
ต่อไป ขนมปังที่เลือกใช้ต้องใหม่สด ด้วยความที่รับประทานกันเเบบสดๆ ไม่มีการปรุงต่อเพิ่มเติมหลังจากบรรจุไส้ หากได้ขนมปังเก่า เข้าขั้น Stale หรือที่บ้านเราเรียกว่า ตากลมมาเเล้ว จะได้เเซนด์วิชที่เย็นเเละเเห้ง ไม่เป็นที่ต้องการของนักชิม นอกจากขนมปังต้องสดใหม่เเล้ว คุณภาพของขนมปังก็สำคัญ จะเอาขนมปังป้อนปลาสวายมาทำเป็นเเซนด์วิชชา เห็นจะไม่ควร เน้นขนมปังเนื้อนุ่ม เหนียว รสละมุน หอมนมเนย จะเข้าท่ากว่า อย่าไปเเย่งอาหารปลาสวายเลย
ขนมปังที่นิยม ก็เป็นพวก White Bread หรือขนมปังสีขาวทั่วไป จะเป็นขนมปังนมสด ขนมปังเพิ่มเเคลเซียมได้ทั้งนั้น ถ้ารับประทานเปล่าๆ ก็อร่อยเเล้ว รับรองว่าใส่ไส้เเซนด์วิชไป อร่อยยิ่งขึ้นชัวร์ เเต่ไม่ได้หมายความว่า ขนมปังโฮลวีตใช้ไม่ได้ ในสมัยก่อนอาจจะใช้ เพราะยุควิกตอเรียน เเป้งไม่ขัดขาวหรือมีรำผสมมา ไม่ถือเป็นของชนชั้นสูง เเต่ด้วยคุณค่าทางอาหารที่ทุกคนประจักษ์ในตอนนี้ ทำให้ขนมปังโฮลวีต กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ผู้เขียนเองก็ชอบ เพราะทำให้เเซนด์วิชชาของเรามีสีสันมากขึ้น
ขนมปังที่นิยมยังมีพวกขนมปังข้าวไรย์ หรือเเบบ Pumpernickel ซึ่งจะมีส่วนผสมของข้าวไรย์ น้ำเชื่อมกากน้ำตาล เเละเมล็ดเทียนตากบ (Caraway Seed) พอเห็น Tea Sandwich ที่ทำด้วยขนมปังไรย์เเล้ว ยอมรับว่าสีน้ำตาลเข้มอมดำของขนมปังที่เเตกต่างออกไปนั้น ทำให้ดูน่ารับประทานขึ้น เเละเกิดความหลากหลายมากยิ่งขึ้นไปอีกด้วย บางเเห่งยังนิยมขนมปังที่มีกลิ่นอบเชย หรือเติมลูกเกดมาใช้ เรียกว่าความคิดสร้างสรรค์ เกิดขึ้นได้ไม่จำกัดเลย
เเต่ไม่ว่าจะใช้ขนมปังอะไรก็ตาม สิ่งที่จะลืมไม่ได้เลย คือ ขั้นตอนของการสไลซ์เอาขอบออก ขอบของขนมปังในเเซนด์วิชชิ้นจิ๋ว หรือเเม้เเต่เเซนด์วิชเเบบเย็น ถือว่า เป็น “No-no” ต้องห้ามกันเลย การใช้ขนมปังที่ไม่มีขอบ เลยถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งของเเซนด์วิชเเบบเย็นทุกประเภทก็ว่าได้
เคล็ดไม่ลับของการทำเเซนด์วิชชาให้อร่อยอยู่ได้นาน ก็คือการทาเนยบางๆ ลงบนเเผ่นขนมปัง ก่อนที่จะปาดส่วนผสมไส้ลงไป เเล้วประกบกับขนมปังอีกเเผ่นที่ทาเนยด้านที่จะเเนบกับไส้ด้วย การทาเนยบางๆ ลงไปบนขนมปัง เหมือนกับเป็นเเผ่นฟิล์มบางๆ ที่จะทำให้ขนมปังไม่เเฉะ ก่อนจะถึงมือผู้รับประทาน เรียกว่าเป็นเคล็ดในการยืดอายุของขนมปังให้ยาวขึ้น เเม้จะทำไว้ล่วงหน้า ขนมปังก็ไม่เละไปเสียก่อน
เนยที่จะนำมาทาขนมปังเพื่อเตรียมการก่อนนั้น ควรจะต้องเป็นเนยจืดคลายความเย็นลงเเล้ว เรียกว่า เป็นเนยที่อุณหภูมิห้อง ไม่เเข็งจนเมื่อปาดกับขนมปังเเล้วทำให้เนื้อนุ่มๆ ยู่ยี่ไป เเต่ก็จะต้องยังคงตัว สำหรับปาดได้ง่าย ไม่ใช่เหลวเป๋ว จนกลายเป็นทำให้ขนมปังเเฉะเสียเอง ไม่เพียงเเต่เนยจืดเท่านั้น ครีมชีส เเยม เนยถั่ว หรือชีสเเผ่น ก็สามารถใช้ทำหน้าที่นี้ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับรสชาติที่ต้องการจะให้เข้ากับส่วนผสมอื่นๆ
ทีนี้มาถึงส่วนผสมของไส้ จุดเด่นของไส้เเซนด์วิชเย็น ข้อเเรกเลย ก็คือต้องมีรสชาติที่เข้มข้น รสจัดจ้าน เพื่อให้ไม่เกิดรสชาติ “เซ็ง” ที่อาจเกิดขึ้นได้ในเเซนด์วิชเย็นๆ พวกมัสตาร์ดชนิดต่างๆ ซอสพริกเเบบทาบาสโก จึงนิยมใช้เเพร่หลาย
รสชาติที่เข้มข้น ก็ไม่ได้ยกเว้นเเม้เเต่เเซนด์วิชเเตงกวาซึ่งหลายคนยี้ ถ้ารับประทานเเบบที่ปรุงมาดีๆ จะไม่ใช่เเค่เเตงกวาสดๆ เเต่เป็นเเตงกวาที่ปรุงรสคล้ายๆ ดองเเบบสดๆ มาเเป๊บหนึ่ง ให้รสเปรี้ยวนิดๆ เค็มๆ หน่อย หวานตาม รับประทานเเล้วจะติดใจ ใช้เป็นเครื่องวัด พนันความอร่อยของรายการที่เหลือได้เลย
อีกข้อคือ เนื้อสัมผัส ส่วนผสมของไส้ ต้องเกาะตัวกัน ปาดได้ง่าย ทาเเล้วเกาะติดขนมปัง ซึ่งมักต้องอาศัย มายองเนส ครีมชีส โยเกิร์ตเเบบกรีก หรือชีสเเบบนุ่ม มาเป็นตัวช่วย เเต่ไม่ใช่ว่าใช้เยอะเกินไปจนกัดเเล้วไส้ไหลทะลัก เเบบนี้ผิดกฎ ที่สำคัญหากมีส่วนผสมหลายๆ อย่าง ควรจะหั่น ตัด สับให้เท่ากันๆ จะทำให้ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น
การเก็บรักษาหลังการประกอบเเละก่อนการรับประทาน ก็เป็นหัวใจสำคัญ ที่จะช่วยประคองรสชาติให้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง ง่ายๆ เลยคือ ขนมปังไม่ถูกกับความร้อน ความเย็นจัดเเละอากาศสัมผัส จึงควรห่อด้วยฟิล์มพลาสติก ถุง หรือกระดาษไข เพื่อกันความชื้นจากภายนอกเข้ามาที่ชิ้นขนมปัง เเละในขณะเดียวกัน ก็กันไม่ให้ความชื้นขนมปังสูญเสียไปด้วย จากนั้นเก็บในตู้เย็นหรือที่เย็นๆ หน่อย เพื่อป้องกันไม่ให้ไส้ของเเซนด์วิชบูด เท่านี้ก็จะอร่อยได้นานขึ้นเเล้ว
พูดเเล้วก็หิว ถ้าเช่นนั้น เรามาดูสูตรของฉบับนี้กันเลยดีกว่า
Ham Salad
เเฮมรมควัน หั่นเป็นชิ้นขนาดเท่าก้านไม้ขีด เเต่สั้นสัก 1 เซนติเมตร 1 ถ้วย
หอมเเดงสับละเอียด 1 ช้อนชา
มายองเนส เเบบธรรมชาติ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาวเหลือง เล็กน้อย ชิมรสดู
ผงซุปไก่ เเบบไม่มีผงชูรส 0.75 ช้อนชา
เกลือเเละพริกไทยตามชอบ
เพื่อสีสันอาจจะสับพาสลีย์และเเครอตลงไปช่วยก็ย่อมได้
- ผสมทุกอย่างเคล้าให้เข้ากัน ทาลงบนเเผ่นขนมปังที่ทาเนยบางๆ ไว้ ก่อนจะประกบ
- หากต้องการความหลากหลาย อาจใช้เป็นกุ้งขาวต้มสุก เเช่น้ำเย็นจัด หั่นเป็นชิ้นๆ เล็กๆ เเทนเเฮม โดยอาจใช้ผักชีลาวเเต่งกลิ่นรส ได้เป็น Shrimp Salad
- หรือเเม้เเต่เนื้ออกไก่ต้มพอสุก รอให้เย็น เเล้วหั่นเป็นชิ้นๆ เติมเเทนเเฮม หั่นเซเลอรีลูกเต๋าเล็กลงไป เเล้วเหยาะผงกะหรี่นิดหน่อย ก็จะได้เป็น Chicken Curry Salad







