posttoday
นักวิจัยนาโนเทคสกัด "ไขอ้อย" เพิ่มมูลค่า "เวชสำอาง-อาหารเสริม"

นักวิจัยนาโนเทคสกัด "ไขอ้อย" เพิ่มมูลค่า "เวชสำอาง-อาหารเสริม"

19 ตุลาคม 2557

งานประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนัก

โดย...อาทิตย์ ลมูลปลั่ง

งานประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนัก

ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช.

“อ้อย” พืชล้มลุกที่ทำรายได้จากการส่งออกและจำหน่ายในรูปของน้ำตาลทรายให้ประเทศไทยปีละ 8 หมื่นล้านบาท ทำให้ไทยเป็นผู้ส่งออกผลผลิตจากอ้อยและน้ำตาลเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ที่สำคัญอ้อยเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่อยู่ในงานวิจัยมุ่งเป้าของเครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คบอช.) ซึ่งนักวิจัยไทยต้องค้นคว้างานวิจัยการเพิ่มมูลค่าจากของเหลือทิ้งทางการเกษตรเพื่อก่อให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ ก่อนส่งต่อเทคโนโลยีที่สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจไปยังภาคเอกชนให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้

ล่าสุด ดร.กิตติวุฒิ เกษมวงศ์ หัวหน้าห้องปฏิบัติการนวัตกรรมนาโนเพื่อผลิตภัณฑ์อาหารและการเกษตร ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. และทีมวิจัย ได้รับทุนการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ใช้เวลาเพียง 1 ปี สามารถศึกษาค้นคว้าเทคโนโลยีการผลิตไขอ้อยจาก “กากหม้อกรอง” วัสดุเหลือทิ้งในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตน้ำตาลทรายปีละกว่า 2 ล้านตัน จากโรงงานน้ำตาล 51 แห่งทั่วประเทศ โดยปัจจุบันมีแค่การนำไปใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ยหรือถมที่ดินโดยเกษตรกรเท่านั้น

แต่ “ทีมวิจัยนาโนเทค” ได้พยายามคิดค้นและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าค้นพบสารที่มีคุณประโยชน์จาก “กากหม้อกรอง” นั่นคือ “ไขอ้อย” และนำไปต่อยอดในอุตสาหกรรมเวชสำอางและอาหารเสริมที่มีมูลค่าสูงมาก

“ในขั้นแรกทีมวิจัยได้นำมาสกัดแวกซ์ หรือที่เรียกว่าไขอ้อย และนำไปเพิ่มมูลค่า โดยพัฒนาเป็นวัสดุห่อหุ้มสารสำคัญ เช่น วิตามินอี สารแอนติออกซิแดนต์ (Antioxidant) ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง นอกจากนั้นแล้วยังพบว่าไขอ้อยยังมีสารโพลิโคซานอล (Policosanal) ที่สามารถลดปริมาณคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ โดยการค้นคว้าวิจัยครั้งนี้ ทีมวิจัยเตรียมต่อยอดผลิต “โพลิโคซานอล” ชนิดแคปซูลพร้อมรับประทาน เพื่อลดการนำเข้าสารโพลิโคซานอลจากต่างประเทศ ซึ่งราคาสูงถึง 2 หมื่นบาท/กิโลกรัมเลยทีเดียว” ดร.กิตติวุฒิ ระบุ

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ทีมวิจัยสามารถทำได้แล้วในขณะนี้ คือ การสกัดไขอ้อยและนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเวชสำอาง ซึ่ง ดร.กิตติวุฒิ อธิบายว่า ไขอ้อยที่สกัดได้เป็นส่วนประกอบสำคัญของเครื่องสำอางทุกประเภท และมีความต้องการในตลาดสูงมาก เนื่องจากไขอ้อยจะเป็นวัสดุห่อหุ้มสารสำคัญในเครื่องสำอาง เสมือนเป็นยานพาหนะขนาดจิ๋วที่จะนำพาสารสำคัญซึมเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพืชเศรษฐกิจอย่างอ้อยให้มีมูลค่าสูงขึ้นอีกปีละ 500 ล้านบาทเลยทีเดียว

ขณะที่ ดร.อภิรดา สุคนธ์พันธุ์ รักษาการหัวหน้าห้องปฏิบัติการนาโนเวชสำอาง ศูนย์นาโนเทคฯ เป็นอีกทีมวิจัยที่นำ “ไขอ้อย” ไปต่อยอดใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์ต้นแบบเครื่องสำอาง 2 ชนิด ได้แก่ ลิปสติกบำรุงริมฝีปาก และโลชั่นบำรุงเล็บ ได้อธิบายจุดเด่นของไขอ้อย เมื่อนำมาเป็นส่วนประกอบสำคัญในเครื่องสำอาง ว่า “มีคุณประโยชน์และใช้ได้ดีมาก”

โดยในส่วนของการพัฒนาลิปสติกบำรุงริมฝีปาก เนื่องจากเล็งเห็นว่าริมฝีปากของคนเราเป็นส่วนที่บอบบาง และมักพบว่ามีปากแห้งปากลอกได้ง่าย จึงพัฒนาลิปสติกบำรุงริมฝีปากที่ใช้เทคโนโลยีการพัฒนาอนุภาคสตรักเจอร์นาโน ลิปิดแคร์ริเออร์ หรือเอ็นแอลซี (NLC) ซึ่งบรรจุวิตามินอีไว้ภายใน เพื่อเป็นส่วนประกอบสำคัญในสูตร พบว่าสูตรลิปสติกจากไขอ้อยมีการกระจายตัวบนผิวได้ดี และมีเนื้อลิปสติกนุ่มกว่าสูตรไขปาล์มคานูบาอีกด้วย

สำหรับโลชั่นบำรุงเล็บก็เป็นกระแสที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตเช่นกัน “ไขอ้อย” ที่ผ่านการสกัดแล้ว สามารถใช้เพื่อบำรุงเล็บให้เงางามและบำรุงจมูกเล็บ (ผิวหนังอยู่ด้านข้างเล็บ) ให้นุ่มและชุ่มชื้นสุขภาพดีขึ้นด้วยเช่นกัน

“เรานำเอาไขอ้อยมาพัฒนาเป็นอนุภาคสตรักเจอร์นาโน ลิปิดแคร์ริเออร์ หรือเอ็นแอลซี ซึ่งในตัวเอ็นแอลซีจะมีผนังของอนุภาคที่มีทั้งไขมันแข็งและไขมันเหลว รวมทั้งสารลดแรงตึงผิว เพราะฉะนั้นไขอ้อยที่เป็นไขมันแข็ง เราสามารถนำมาใส่แทนไขมันแข็งชนิดอื่นได้เลย” ดร.อภิรดา อธิบาย

อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยได้มีการทำเปรียบเทียบไขมันทั้งสองตัว คือ ไขจากปาล์มคานูบาและไขอ้อย ซึ่งพบว่าการพัฒนาอนุภาคเอ็นแอลซีที่ใช้กับไขอ้อยนั้นให้ความคงตัวได้มากกว่าไขปาล์มคานูบา และการใช้ไขอ้อยในสูตรตำรับลิปสติกบำรุงฝีปากและโลชั่นบำรุงเล็บ จะช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลน่าใช้ และมักมีการกระจายตัวที่ดีกว่าการใช้ไขปาล์มคานูบา ซึ่งงานวิจัยนี้มีความพร้อมถ่ายทอดไปยังผู้ประกอบการ เพื่อนำสูตรดังกล่าวไปผลิตได้ในเชิงพาณิชย์ได้ในทันที

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท