
รอยประหลาดบนดวงจันทร์
ดวงจันทร์เป็นบริวารของโลก เป็นวัตถุท้องฟ้าที่อยู่ใกล้โลกที่สุด มีการส่งยานอวกาศจำนวนมากออกไปสำรวจ
โดย...วรเชษฐ์ บุญปลอด
ดวงจันทร์เป็นบริวารของโลก เป็นวัตถุท้องฟ้าที่อยู่ใกล้โลกที่สุด มีการส่งยานอวกาศจำนวนมากออกไปสำรวจ รวมทั้งส่งมนุษย์ไปลงบนพื้นผิว แต่ก็มีสิ่งที่เรายังไม่รู้และไม่เข้าใจอีกมากเกี่ยวกับดวงจันทร์
เมื่อสังเกตดูดวงจันทร์ด้วยตาเปล่า กล้องสองตา หรือกล้องโทรทรรศน์ เราจะเห็นพื้นผิวดวงจันทร์แบ่งเป็นสองส่วนที่ต่างกัน ส่วนหนึ่งสะท้อนแสงได้น้อย มองเห็นเป็นที่ราบคล้ำเรียกว่ามาเร แปลว่าทะเล เกิดจากลาวาที่เคยท่วมเมื่อหลายพันล้านปีก่อน อีกส่วนหนึ่งสว่างกว่า เป็นที่สูง นอกจากนั้น ยังมีหลุมอุกกาบาตขนาดต่างๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป แต่มีบริเวณหนึ่งบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่มีร่องรอยซึ่งนับได้ว่าแปลกประหลาดเมื่อเทียบกับพื้นผิวส่วนใหญ่ของดวงจันทร์
รอยนี้มีขนาดเพียง 2 กิโลเมตร เล็กจนสังเกตได้ยากจากพื้นโลก จึงมีรายงานการค้นพบครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2514 โดยนักบินอวกาศบนยานอะพอลโล 15 ขณะอยู่ในวงโคจรรอบดวงจันทร์ รอยนี้ปรากฏอยู่ภายในบริเวณที่มีชื่อว่าทะเลสาบแห่งความสุข (Lacus Felicitatis) ซึ่งอยู่ทางเหนือของศูนย์กลางดวงจันทร์ด้านที่หันเข้าหาโลก
รอยนี้ได้รับการตั้งชื่อว่าอินา (Ina) หรือแคลดีรารูปตัวดี (DCaldera) เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายตัวอักษรโรมัน การสำรวจด้วยยานเคลเมนไทน์พบว่ามีสีคล้ายหลุมอุกกาบาตที่มีอายุน้อยมาก แต่ลักษณะของแอ่งอินาไม่ใช่หลุมอุกกาบาต และไม่มีลักษณะที่แสดงว่าเกิดจากดาวเคราะห์น้อย หรือดาวหางพุ่งชน
ภาพถ่ายที่คมชัดจากยานลูนาร์รีคอนเนสเซนส์ออร์บิเตอร์ หรือแอลอาร์โอ สามารถเห็นพื้นขรุขระ ลึกประมาณ 30 เมตร ภายในมีเนินที่เรียบนูนขึ้นหลายเนิน คล้ายถูกหลอมด้วยความร้อนสูง นักวิทยาศาสตร์จึงสันนิษฐานว่าอินาอาจเกี่ยวข้องกับภูเขาไฟ
สัปดาห์ที่แล้วมีรายงานว่าภาพถ่ายจากยานแอลอาร์โอได้ช่วยให้นักดาราศาสตร์ค้นพบร่องรอยคล้ายกันอีก รวมเป็น 70 แห่ง กระจายอยู่ในบริเวณกว้าง แต่รอยอื่นๆ มีพื้นที่เล็กกว่าอินา เรียกสิ่งที่พบนี้ว่าอิมป์ (IMP ย่อมาจาก Irregular Mare Patch) คาดว่าเป็นลาวาภูเขาไฟที่เย็นตัวลงกลายเป็นหินบะซอลต์
การวัดอายุของอิมป์เหล่านี้ โดยอาศัยเทคนิคการเทียบอายุของตัวอย่างหินดวงจันทร์กับการกระจายตัวและขนาดของหลุมอุกกาบาตที่อยู่ในบริเวณโดยรอบ แสดงว่ามีอายุระหว่าง 50-100 ล้านปี โดยที่อินาอาจมีอายุน้อยได้ถึง 33 ล้านปี นั่นแปลว่าเคยมีภูเขาไฟปะทุบนดวงจันทร์ในยุคที่ไดโนเสาร์ยังอยู่บนโลก จนถึงหลังจากไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปแล้ว
โดยทั่วไปเราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา โดยเฉพาะการปะทุของภูเขาไฟบนดวงจันทร์เป็นบริเวณกว้างได้ยุติลงเมื่อราว 1,000-1,500 ล้านปีที่แล้ว การค้นพบร่องรอยที่คาดว่าเกิดจากภูเขาไฟหรือกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับภูเขาไฟ แสดงว่าภูเขาไฟระเบิดครั้งสุดท้ายบนดวงจันทร์อาจเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง (เวลาในทางธรณีวิทยา) และภายในดวงจันทร์ยังมีความร้อนอยู่มากพอที่จะทำให้เกิดหินหนืด ซึ่งสามารถผุดขึ้นมาอยู่เหนือพื้นดิน
รายงานปรากฏการณ์ชั่วครู่บนดวงจันทร์ (LTPLunar Transient Phenomena) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่นักดาราศาสตร์สมัครเล่นรายงานการพบเห็นแสงวาบ หรือการเปลี่ยนแปลงของความสว่างหรือสีของพื้นที่บางแห่งบนดวงจันทร์ได้อยู่เนืองๆ ก็อาจแสดงว่าทุกวันนี้ยังมีก๊าซที่รั่วไหลออกมาจากใต้พื้นดินของดวงจันทร์
ไม่น่าแปลกใจหากแอ่งอินาและบริเวณที่พบร่องรอยคล้ายกันจะกลายเป็นเป้าหมายของการสำรวจดวงจันทร์ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจด้วยยานอวกาศ หรือโดยมนุษย์







