
หากไม่ฝึกปากก็หาเป็นเอกไม่ (ตอน 1)
โดย...เชาวริต บุญยภูษิต
โดย...เชาวริต บุญยภูษิต
มนุษย์เป็นสัตว์ที่ประเสริฐได้ด้วยการฝึก
มนุษย์หาได้เป็นสัตว์ประเสริฐขึ้นมาเองลอยๆ ไม่ แต่ประเสริฐได้ด้วยการฝึกฝนพัฒนาตน และพัฒนาตนจนบรรลุเป็นพระพุทธเจ้าได้ ดังนั้นความดีเลิศประเสริฐของมนุษย์จึงอยู่ที่การเรียนรู้ฝึกศึกษาพัฒนาตนเอง ดังที่พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) กล่าวไว้ในหนังสือ “พุทธธรรม (ฉบับเดิม)” ท่านกล่าวไว้ว่า “ไม่ควรพูดแค่ว่า มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ ซึ่งเป็นการพูดที่ตกหล่นบกพร่อง เพราะว่ามนุษย์นี้ต้องฝึกจึงจะประเสริฐ ถ้าไม่ฝึก ก็ไม่ประเสริฐ”
ทักษะการพูดเป็นทักษะที่สำคัญในการสื่อสาร การชักจูงโน้มน้าวเพื่อนมนุษย์ที่สำคัญยิ่ง ดังสุภาษิตไทย “ปากเป็นเอก เลขเป็นโท” หากไม่ฝึกฝนก็อาจทำได้เพียงแค่พอพูดได้ แต่ถ้าจะให้พูดเป็น มีศิลปะ ลำดับขั้นตอน และบรรลุเป้าหมายในการพูด ก็ต้องฝึกฝนศึกษาพัฒนาตนตามคติที่นักปราชญ์ท่านชี้ี้แนวทางไว้ข้างต้น
ประสบการณ์ฝึกฝนเข้มข้นการนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ
เมื่อเร็วๆ นี้ มีโอกาสได้เข้าอบรมภาษาอังกฤษหลักสูตรการเสนอผลงานและการพูดเพื่อการประชุม (Oral Communication Course) ณ สถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ และ Regional Language Centre (RELC) สาธารณรัฐสิงคโปร์ ในรุ่นเดียวกันมีสมาชิกผู้เข้ารับการอบรมทั้งหมด 27 คน ซึ่งประกอบด้วยข้าราชการจากหน่วยงานต่างๆ 25 คน ที่ผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษ (ทั้งข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์) และ 2 คน จากกระทรวงการต่างประเทศ ติมอร์เลสเต (TimorLeste) หรือที่คุ้นหูกันในชื่อติมอร์ตะวันออก (เพื่อนคนติมอร์อธิบายว่า Leste แปลว่า ตะวันออก เป็นภาษาโปรตุเกส อดีตเจ้าอาณานิคม)
การอบรมที่สถาบันการต่างประเทศฯ 3 สัปดาห์ ประกอบด้วย การอบรมภาคทฤษฎี คือ การบรรยายหัวข้อ Presentations: Input, Intercultural Communication, Vocal Techniques อบรมรวมกันในห้องใหญ่ทั้งรุ่น ส่วนภาคปฏิบัติ คือ Presentations: Practice, Discussions, Meetings, Socializing แบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อย อบรมในห้องเล็กเพื่อจะได้ฝึกปฏิบัติทั่วถึงกันหมดทุกคน
เนื้อหาหลักที่ทุกคนต้องฝึกฝนปฏิบัติเดี่ยวในการอบรมครั้งนี้คือ การเสนอผลงาน (Presentation) ซึ่งทุกคนได้ฝึกกันคนละ 34 ครั้ง หลังจากวิทยากรให้ความรู้ด้านทฤษฎีแล้วมอบหมายและเปิดกว้างให้คิดหัวข้อการนำเสนอกันได้ตามแต่ใจชอบ และกำหนดกรอบเวลาการนำเสนอรวมไว้คนละ 10 นาที ในการหาหัวข้อนำเสนอ วิทยากรแนะนำให้เลือกเรื่องที่รู้ดีที่สุด และเป็นตัวของตัวเอง ผู้เขียนเลือกนำเสนอหัวข้อ“Getting Published” (วิธีจะตีพิมพ์ผลงานเขียน) เนื่องจากพอจะมีความรู้และประสบการณ์ด้านการเขียนและการตีพิมพ์อยู่บ้าง ทำให้ลดภาระการค้นคว้าข้อมูลมานำเสนอได้เยอะ
การเสนอผลงานทำให้ได้ดูและสังเกตการนำเสนอของเพื่อนๆ และได้ฟังการวิจารณ์ (Comments) จากวิทยากรประจำหัวข้อทั้งสองท่านในหลายแง่มุม เช่น การแต่งกาย สีหน้า ท่าทาง สายตา การใช้ภาษา น้ำเสียง การทำ Power Point เวลาการนำเสนอ การจัดการกับคำถาม ฯลฯ และนำมาปรับใช้แก้ไขสำหรับตัวเอง
ครั้งแรกสุดในสัปดาห์แรก หลังจากได้รับฟังภาคทฤษฎีแล้ว ผู้เข้าอบรมได้รับมอบหมายให้ไปเตรียมหัวข้อการนำเสนอคนละ 10 นาที ในวันถัดมา แต่ให้นำเสนอเฉพาะส่วนบทนำ (Introduction) คนละ 1 นาที (10 เปอร์เซ็นต์ของการนำเสนอทั้งหมด) ประสบการณ์ส่วนตัวในครั้งแรกสุดนี้ เนื่องจากห่างหายจากการฝึกฝนการพูดในที่สาธารณะไปนาน ทำให้รู้สึกประหม่า และอ่านเนื้อหาที่เตรียมไป ผลก็คือวิทยากรทั้งสองท่านวิจารณ์แง่มุมต่างๆ ทั้งการทำ Power Point การใช้สายตาและท่าทางประกอบการพูด และสำทับว่าการนำเสนอครั้งต่อไปห้ามอ่านอีก! เพราะการนำภาษาเขียนมาใช้พูดทำให้การพูดไม่ลื่นไหลและไม่เป็นธรรมชาติ แต่โชคดีที่วิทยากรมีเวลาและให้โอกาสนำเสนออีกครั้งหนึ่งในวันเดียวกัน จึงมีโอกาสได้แก้ตัวอีกครั้งหนึ่ง n
(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)







