
อ่านได้แต่อย่าเชื่อ
โดย...โยโมทาโร่
โดย...โยโมทาโร่
สถานการณ์ กระทู้หนึ่งในเว็บไซต์พูดถึงภาพยนตร์ไทยที่นำนาฏศิลป์ไทยมาทำเป็นภาพยนตร์สยองขวัญ ประเด็นหลักของคนตั้งกระทู้ถามก็คือ ทำไมผู้ผลิตภาพยนตร์ถึงไม่ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเสื้อผ้าและท่ารำที่ถูกต้อง ทั้งที่ภาพยนตร์ก็เป็นสื่อหนึ่งที่สามารถเผยแพร่ความรู้ในสิ่งที่ถูกต้องให้แก่ประชาชน รวมถึงชาวต่างชาติที่อาจจะมีโอกาสได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้
ผู้ตอบกระทู้แตกความเห็นออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน ฝ่ายหนึ่งคิดเหมือนกับเจ้าของกระทู้ อีกฝ่ายคิดว่ามันเป็นเพียงภาพยนตร์จะต้องไปจริงจังอะไรมาก กระทู้แตกความเห็นแยกย่อยไปอีกมากมาย บ้างก็ว่านาฏศิลป์ไทยแตะต้องไม่ได้เลยหรือ บางความเห็นก็ว่าคนสร้างภาพยนตร์ทำลายชุดไทย เพลงไทยอันไพเราะให้กลายเป็นสัญลักษณ์ความสยองขวัญ หลายๆ ความเห็นก็ดูน่าสนใจ แต่เป็นเรื่องที่ไม่มีวันถกเถียงให้จบสิ้น แล้วเราควรจะคิดหรือตอบอย่างไรในประเด็นของกระทู้นี้
ทางออก ทางออกสำหรับปัญหาที่เราเจอในกระทู้แบบนี้นั้นไม่ยากเลยคือ ไม่ต้องรีบตอบในกระทู้ที่เราสนใจหรือเลี่ยงที่จะไม่ตอบหากเป็นเรื่องที่เรารู้ไม่จริง เพราะคำตอบที่ไม่รู้จริงหรือไม่ได้ผ่านความคิดอย่างรอบคอบรอบด้าน อาจนำมาซึ่งการถกเถียงไม่จบสิ้น ดังนั้นเราควรจะอ่านความเห็นในกระทู้ต่างๆ อย่างผ่านๆ เก็บมาแค่ว่าเคยได้ยิน แต่อย่าปักใจเชื่อว่าจริง
เพราะอะไร? เพราะทุกวันนี้คนรุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะมีความรู้รอบด้าน แต่หาที่รู้ลึกรู้จริงนั้นยาก ในโซเชียลมีเดียมีการแชร์ความรู้มากมาย ในกูเกิลเราสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการรู้ได้เพียงแค่ใส่คำๆ นั้นลงไป คำตอบที่ได้จะมีเพียง 12 บรรทัดที่สรุปออกมาแล้ว แต่เนื้อหาที่มาที่ไปของคำตอบนั้นล่ะอยู่ที่ไหน
กล่าวกันว่า องค์ประกอบสำคัญของ “ความรู้” ที่สำคัญที่สุดคือเนื้อหาที่ได้มาซึ่งคำตอบ เหมือนกับการที่เราได้โจทย์ง่ายๆ มาข้อหนึ่ง เช่น 245 249 257 273 เลขต่อไปจะเป็นเลขอะไร ประเด็นหรือความสนุกของโจทย์นี้คือหาวิธีคิดเพื่อนำไปสู่คำตอบที่ถูกต้อง คนที่รู้วิธีคิดก็จะตอบพร้อมอธิบายวิธีคิดได้อย่างน่าสนใจ แต่คนที่ไม่มีความรู้ ไม่รู้จักวิธีคิดก็เอาโจทย์ไปในใส่กูเกิล แต่เชื่อเถอะเขาก็หาคำตอบที่แท้จริงไม่ได้อยู่ดี (คำตอบคือ 305)
เหมือนกันกับหลายๆ คนในโลกออนไลน์ที่ทำตัวเป็นผู้รู้แต่รู้ไม่จริง หาในกูเกิลมาตอบ คำตอบที่ได้ก็ผิดๆ ถูกๆ ครึ่งๆ กลางๆ ดังนั้นการอ่านกระทู้หรือตอบกระทู้เราทุกคนควรใช้วิจารณญาณให้ดีก่อนที่จะเชื่อหรือตอบอะไรลงไป อ่านผ่านๆ ให้รับรู้ความคิดของคนและเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นสีสันก็พอ
ส่วนคำตอบในเรื่องกระทู้ภาพยนตร์นั้น คงเป็นเรื่องที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าภาพยนตร์ไทยส่วนใหญ่ยังอ่อนในเรื่องบทภาพยนตร์ และความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นความรู้เฉพาะทาง คล้ายกับการอ่านข้อมูลในหนังสือแล้วนำมาเขียนบท แต่ไม่เคยได้ลงมือทำและเรียนรู้ก่อนอย่างจริงจัง สิ่งที่ขาดไปก็คือประสบการณ์และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ไม่มีเขียนในตำรา จึงทำให้พลาดในจุดนี้ไป ยิ่งเป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่งแล้วยิ่งต้องศึกษาให้ลึกซึ้งและรอบคอบ
อย่างไรก็ตาม คนเสพภาพยนตร์นั้นมีหลายระดับ ตั้งแต่ดูเอามันส์ ไปจนถึงนักวิจารณ์ ดังนั้นการแสดงความเห็นจึงมีความแตกต่างไปตามระดับการให้ความสำคัญในการชม การแสดงความเห็นที่ขัดแย้งกัน ข่มกัน ดูถูกด่าทอจึงถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ในกลุ่มคนที่ไม่รู้จักการเคารพในความเห็นผู้อื่น เราจึงไม่ควรเก็บมาใส่ใจไม่ว่าจะเป็นกระทู้นี้หรือกระทู้ไหนก็ตาม
ask the expert
Q: แฟนชอบเปิดไลน์อ่านเพราะกลัวผมไปมีหญิงอื่นๆ แรกก็ดีใจนะครับที่แฟนหวง แต่หลังๆ รู้สึกอึดอัดชอบกล จะคุยเรื่องส่วนตัวกับเพื่อนอะไรก็ไม่ได้เลย ลบออกก็ผิดปกติอีก เรื่องนี้ควรแก้ที่ตัวเธอหรือตัวผมดีครับ
A: ผู้เชี่ยวชาญจากสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1667 แนะนำว่าเรื่องการแอบดูข้อความส่วนตัวของคนรักไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นเรื่องปกติที่สุดสำหรับการใช้ชีวิตคู่ เพราะเมื่อตกลงใจอยู่ร่วมกันแล้วฝ่ายหญิงส่วนใหญ่จะคิดว่าไม่มีความลับระหว่างกันอีกต่อไป แต่ผู้ชายส่วนใหญ่มักอยากจะมีโลกส่วนตัวบ้าง
ดังนั้นการที่ผู้หญิงแอบดูข้อความในไลน์ของแฟน แอบฟังโทรศัพท์ หรือแอบเปิดซองจดหมาย จึงเป็นเรื่องธรรมดาตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีโทรศัพท์มือถือให้ใช้ด้วยซ้ำ ทางออกสำหรับคุณในเรื่องนี้คือต้องทำใจเปิดใจยอมรับในชีวิตคู่ที่จะไม่มีโลกส่วนตัวเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นโลกของเราแทน เพราะยิ่งทำให้เหมือนมีโลกส่วนตัวมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีปัญหากับคนรักของคุณเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
He Said/She Said
หมอกพนักงานบริษัท
“ผมชอบผู้หญิงเก่ง ฉลาด และห่วงใยความรู้สึกของคนอื่น มองโลกแง่ดี มีมุมร่าเริง สดใส อยู่ใกล้แล้วมีความสุขดีครับ”
ขวัญพนักงานบริษัท
“ชอบหนุ่มที่อบอุ่น ใจดี พูดเพราะๆ และให้อิสระกับผู้หญิง ไม่หยุมหยิม และมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองทำค่ะ”
Quote
“ผมเกิดที่แมนเชสเตอร์ในครอบครัวชาวไอริชขนาดใหญ่ นับได้ทั้งหมดก็ราว 7 คน ชีวิตของผมมีหน้าที่เป็นหน่วยเอนเตอร์เทนครอบครัว การทำให้คนอื่นหัวเราะคือหน้าที่ ซึ่งติดตัวผมมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้”
เชน วาร์ด นักดนตรีชาวอังกฤษ







