
รัสเซลล์ หว่อง กับบทบาทสำคัญใน Grace
“ฉันมาไกล มาไกลเหลือเกิน ไม่คิดจะเดิน เดินกลับหลังไป”
โดย...ตุลย์ จตุรภัทรฝ้าย ขวัญข้าว
“ฉันมาไกล มาไกลเหลือเกิน ไม่คิดจะเดิน เดินกลับหลังไป”
จู่ๆ ก็คิดถึงเพลงเพลงนี้ขึ้นมา เมื่อรู้ว่า ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าผม (ในวันแถลงข่าวเปิดตัว ณ ประเทศสิงคโปร์) คือพี่ชายของเจ้าของเพลงนี้ ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึง รัสเซลล์ หว่อง (Russell Wong) นักแสดงหนุ่มใหญ่วัย 51 ปี ผู้ที่เคยรับบทบาทสำคัญในภาพยนตร์เรื่อง New Jack City, Romeo Must Die และ The Mummy : Tomb of the Dragon Emperor โดยผลงานล่าสุดของเขาคือการได้รับบทนำในมินิซีรี่ส์ 4 ตอนจบ เรื่อง Grace ที่กำลังจะฉายตอนแรกทางช่องเอชบีโอ เอเชีย ในวันพรุ่งนี้แล้ว (สิ้นสุดการออกอากาศ วันที่ 31 ต.ค.)
“สำหรับมินิซีรี่ส์เรื่อง เกรซ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับโศกนาฏกรรม ความรักผิดแผน ดราม่าของครอบครัว และเรื่องเหนือธรรมชาติ โดยบทบาทที่ผมได้รับ ผมรับบทเป็น รอย ชาน หนุ่มใหญ่วัย 49 ปี ผู้ที่เมื่อแต่งงานแล้วก็ได้เข้าไปช่วยธุรกิจของครอบครัวภรรยาของตัวเอง รอย ชาน มีลูกสาว 3 คน และเขาก็เป็นคนก่อเรื่องราวทั้งหมด ในทำนองชู้สาว จนนำพาไปสู่เรื่องราวต่างๆ ที่เข้มข้น”
รัสเซลล์เผยว่า บทบาทที่เขาได้รับนี้ เป็นบทบาทที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นทั้งในครอบครัว นอกครอบครัว สะท้อนถึงเรื่องราวเหลือเชื่อ เรื่องที่เราเลือกทำ ความจริง ความเท่าเทียมกันทางเพศ และอะไรๆ อีกหลายอย่าง
“ก่อนถ่ายทำ ผมอ่านบทหลายครั้งมาก ทุกครั้งที่ผมอ่านบท ผมจะซึมซับความเป็นตัวละครนี้ไปเรื่อยๆ แล้วผมก็ซ้อมบ่อยๆ จนอินกับบทบาทนั้น นอกจากนี้ผมยังได้มองหาบุคลิกของตัวละครที่ผมได้รับ เพื่อที่เราจะได้รู้ว่า ตัวละครมีพฤติกรรมเป็นแบบใดบ้าง เราจะต้องแสดงออกมายังไง เราจะได้สื่อถึงตัวละครตัวนั้นได้อย่างไม่เฟก เวลาเราแสดงร่วมกับนักแสดงคนอื่นๆ มันจะได้อารมณ์สดใหม่ ผมอยากบอกว่า ตัวละครตัวนี้เขามีการสร้างพฤติกรรมบางอย่างออกมา ซึ่งมีความน่าสนใจมากมายทีเดียว”
สำหรับการถ่ายทำนับตั้งแต่ซีนแรก เขาเริ่มถ่ายทำมินิซีรี่ส์เรื่องนี้ตั้งแต่เดือน มี.ค. และใช้เวลาถ่ายทำ 6 สัปดาห์ ก็เป็นอันว่าเสร็จสิ้น
“ในเรื่องนี้มีซีนที่น่ากลัว เรื่องผีสาง และเรื่องเหนือธรรมชาติ ถามว่าผมหัดแสดงสีหน้าท่าทางหวาดกลัวหน้ากระจกมั้ย (หัวเราะ) ผมไม่ได้หัดทำหน้ากระจกหรอกครับ ผมทำความเข้าใจกับบทมากกว่า แล้วอารมณ์มันจะออกมาเอง ผมไม่คิดว่าจะต้องทำหน้าทำตาว่ากลัวโดยขาดที่มาที่ไป เราเผชิญหน้ากับอะไร แล้วเรารู้สึกอย่างไรในขณะนั้น การแสดงที่ไม่ใช่การแสดงมันจะออกมาเอง”
รัสเซลล์เผยว่า ด้วยความเชื่อในผีสางเทวดาและเรื่องเหนือธรรมชาตินี่แหละ น่าจะเป็นจุดที่ทำให้คนเอเชีย โดยเฉพาะคนไทยและคนญี่ปุ่นชื่นชอบมินิซีรี่ส์เรื่องนี้ได้ไม่มากก็น้อย
“ผมคิดว่าคนเอเชียชอบหนังสยองขวัญมากกว่าคนตะวันตก เพราะคนเอเชียขี้กลัว และเชื่อในเรื่องกรรม อีกทั้งเรื่องผีสางเป็นเรื่องที่ชาวเอเชียรับได้ง่ายกว่า ต่างจากชาวตะวันตกที่เชื่อในเรื่องของวิทยาศาสตร์และเหตุผลมากกว่าคนเอเชีย แม้ว่าเรื่องเหล่านี้อาจมีอยู่จริง เพียงแต่มันอาจยังพิสูจน์ไม่ได้ สำหรับผม ผมคิดว่ามนุษย์ทุกคนมีจิตวิญญาณนะ พอคุณไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว จิตวิญญาณคงไม่ได้ดับสลายไปด้วย ผมเชื่อว่ามันมีระดับของสิ่งที่เหนือธรรมชาติ เพียงแต่มันพิสูจน์ไม่ได้ แต่สักวันมันอาจพิสูจน์ได้ก็เป็นได้”
เมื่อถามถึงสัญลักษณ์สำคัญของมินิซีรี่ส์เรื่องนี้ ซึ่งภาพยนตร์โดยส่วนใหญ่มักจะมีเพื่อให้คนดูได้จดจำและกล่าวขวัญถึง ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง ดิ อาย หรือ จูออน รัสเซลล์เผยว่าเป็นเรื่องที่ตอบยากเหมือนกัน แต่เขาเชื่อว่า ตัวละครในเรื่องมีปิศาจอยู่ในตัว เพียงแต่ว่าจะปลดปล่อยมันออกมาในรูปแบบใดมากกว่า
“ถามผมว่า มีเรื่องราวน่ากลัวเกิดขึ้นในชีวิตของผมไหม ถ้าเรื่องราวน่ากลัวหมายถึงเรื่องผี ผมไม่เคยเจออะไรนะ อาจจะมีตอนเป็นเด็กเล็กๆ แต่มันก็อธิบายได้ จริงๆ แล้วผมไม่เคยเจออะไรที่ว่า น่ากลัวที่สุดที่ผมจำได้คือ ผมดูหนังเรื่อง เดอะ ริง แล้วผมเก็บเอาไปฝัน ซึ่งมันเหมือนจริงมาก แล้วผมก็ฝันว่ามันเป็นจริงอยู่หลายคืน เล่นเอาหลอนไปเหมือนกัน ส่วนระหว่างถ่ายทำมินิซีรี่ส์เรื่องนี้มีผีจริงๆ โผล่มาไหม (หัวเราะ) ผมฉันไม่ทราบครับ คงเพราะผมยุ่งกับการถ่ายทำจนไม่ทราบว่ามีหรือเปล่า (หัวเราะ) อาจจะมีมั้ง”
สำหรับการทำงานกับทีมโปรดักชั่นของเอเชีย รัสเซลล์เผยว่า ไม่แตกต่างจากการทำงานกับทีมโปรดักชั่นของตะวันตกสักเท่าไหร่
“ผมว่ามันขึ้นอยู่กับงบประมาณมากกว่าที่แตกต่าง แต่เอาจริงๆ นะ ผมทำงานกับคนเอเชียแล้วสบายตัวสบายใจกว่า สิ่งแวดล้อมเป็นมิตรกว่า ผมคิดว่าคงเป็นเพราะผมสัมผัสความเป็นเอเชียมากกว่ามั้ง ส่วนอย่างอื่นก็เหมือนๆ กัน”
เกี่ยวกับ รัสเซลล์ หว่อง
รัสเซลล์เป็นลูกชายคนที่ 6 ในจำนวนพี่น้อง 7 คน พ่อของเขาเป็นลูกครึ่งจีนอเมริกัน และเป็นเจ้าของร้านอาหารในนิวยอร์ก ส่วนแม่ของเขาเป็นศิลปินที่เป็นลูกครึ่งดัตช์ฝรั่งเศส ก่อนเข้าวงการบันเทิงในปี 1985 เขาทำงานหาเงินด้วยการเป็นช่างภาพและแดนเซอร์ สำหรับงานวงการบันเทิง เขาเริ่มต้นทำงานที่ฮ่องกง มีผลงานหลากหลายเรื่องนับแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ละครเวที หรือละครโทรทัศน์
รัสเซลล์มีลูกสาวหนึ่งคน ชื่อว่า เอญ่า โรบินสันหว่อง กับแดนเซอร์สาวผิวสี เอิร์ธทา โรบินสัน ก่อนที่เขาจะแต่งงานกับดีไซเนอร์ที่ประเทศฮ่องกง ในเวลาต่อมา







