
ตระการตาประติมากรรมดอกไม้
โดย...โจลิฟวิ่ง
โดย...โจลิฟวิ่ง
ดอกไม้ ดอกไม้จะบาน แล้วมันก็บานจริงๆ บานเต็มพื้นที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เอาใจคนรักดอกไม้โดยเฉพาะ เพื่อให้สมการตั้งตารองานฉลอง 67 ปี ห้างเซ็นทรัล ภายใต้ชื่อ Central Anniversary Flower Extravaganza
“มันเป็นมากกว่าดอกไม้” เจ้าของผลงานประติมากรรมดอกไม้ “ยอเอกลักษณ์ สระแก้ว” เอ่ยกับเรา ขณะที่มือเขายังระวิงกับการเนรมิตดอกไม้แต่ละช่อ “ผมมองลึกลงไปกว่านั้น มองไปถึงเกสร เมล็ด ราก ลงไปถึงต้นกำเนิดของดอกไม้ ไม่ใช่ดอกไม้อย่างที่ทุกคนคุ้นเคย”
ความสูงกว่า 3 เมตรที่ตั้งเด่นอยู่ตรงหน้า คือประติมากรรมดอกไม้ที่เอกลักษณ์กำลังทุ่มเทพลังกายและใจสร้างสรรค์ขึ้น แน่นอน มันไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกกลีบ ทุกช่อ ทุกดอก กว่าจะได้มาและสำเร็จ ล้วนอาศัยความเพียรที่เจ้าตัวค่อยๆ บรรจงทำอย่างสุดฝีมือ
“การทำงานทุกครั้ง ผมได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เสมอ ตอนที่ทำในหนังโฆษณา ผมก็คิดว่างานแบบนี้ควรมีฉากหลัง และควรเป็นฉากสีเข้ม จะได้เน้นเส้นสายและเค้าโครงชิ้นงานได้ชัด แต่ครั้งนี้เป็นการจัดวางแบบในพื้นที่ศูนย์การค้าที่กว้างมาก มองเห็นได้รอบทิศ และทุกด้านก็มีร้านค้าดังๆ ระดับโลกล้อมรอบ ฉะนั้นไม่ว่าจะมองมุมไหน คนดูก็จะได้รับความรู้สึกและประสบการณ์ที่แตกต่างกัน
“เราเตรียมงานกันมาปีเต็มๆ เลยนะครับ ลองสเกตช์ออกมาว่าจะมีหน้าตาอย่างไร ลองทำโมเดลด้วยกระดาษมาวางให้เห็นว่าจะออกมาประมาณไหน ทุกครั้งที่ผมทำงาน ผมจะทำการด้นสดเสมอ แม้ว่าจะมีการเขียนแบบไว้อย่างชัดเจนแล้วก็ตาม เพราะบางทีตรงหน้างานเราอาจเห็นความงามมากขึ้นกว่าเดิม เติมรายละเอียดเพิ่มเข้าไปอีก หรือบางครั้งเจอวัสดุจริงก็ไม่ได้ออกมาแบบที่คิดก็มี มันไม่มีเหตุผล เป็นความรู้สึกล้วนๆ ว่าอะไรควรจะอยู่ตรงไหน หรือน่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง งานชุดนี้ถึงต้องใช้เวลาทำค่อนข้างนาน”
ประติมากรรมดอกไม้ชุดนี้ ศิลปินเน้นใช้สีขาวเป็นหลัก ทำจากวัสดุแผ่นยางอีวีเอ ดอกไม้สีขาวโพลนสื่อถึงการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ทั้งยังเป็นสีที่สะท้อนความงามของแสงที่มาตกกระทบ ทำให้ดอกไม้แลดูโดดเด้งสะดุดตา ราวกับผืนป่าหรือทุ่งดอกไม้ในจินตนาการ ละลานตา ณ บริเวณชั้นจีของศูนย์การค้า รวมเบ็ดเสร็จ 17 ต้น สูงตระหง่านท้าทายสายตาผู้พบเห็น
“ต้นที่สูงที่สุดน่าจะประมาณ 3.4 เมตร ผมไม่อยากให้สูงไปกว่านั้น เพราะงานของผมจะเน้นที่รายละเอียด หากสูงเกินไปเวลามองก็จะไม่เห็น แล้วชิ้นที่เหลืออีก 16 ต้น ก็จะมีลักษณะที่สมมาตรเหมือนกันเป็นคู่ๆ วางกระจายออกมาตามแบบที่คิดเอาไว้
“นอกจากสีขาวจะตรงกับแนวคิดของเราแล้ว ทางด้านเทคนิคก็จะเล่นแสงกับมันได้อีกเยอะ ตอนทำชิ้นงานอยู่เคยมีแสงเคลื่อนผ่านไป เงาของส่วนโค้งเว้ามันเปลี่ยนไปตามแสง ให้อารมณ์ได้หลายแบบมาก”
ความพิเศษของประติมากรรมดอกไม้ ไม่เพียงแค่มีขนาดใหญ่ หรือใช้สีขาวเน้นถึงอารมณ์ ทว่าศิลปินตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานออกมาในรูปแบบประติมากรรมลอยตัว สามารถมองเห็นสัดส่วน รายละเอียด และมิติที่ซ่อนแฝงอยู่ ยิ่งเมื่อมีแสงตกกระทบกับดอกไม้ ภาพที่ปรากฏก็ยิ่งสวยงามจับใจ
“เพราะสีขาวเอื้อต่อการใช้แสงหลากสีสัน ทำให้ผมต้องยิ่งคิดมากกว่าเดิม ว่าจะทำอย่างไรให้ออกมาสวยงามที่สุด ซึ่งสำหรับผม ผมว่าผมได้ตอบความรู้สึกที่เป็นสากลละนะ มันอาจจะดูแปลกตาและแตกต่างจากดอกไม้ที่ทุกคนเคยรู้จัก แต่ก็เชื่อว่าคนที่ได้เห็นแล้วจะต้องชอบครับ”
นิทรรศการ Central Anniversary Flower Extravaganza เริ่มเปิดแสดงให้ชมตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. จนถึงวันที่ 13 พ.ย. เวลา 10.0022.00 น. ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี
จากเด็กชายโรงเรียนโยธินบูรณะ ใฝ่ฝันอยากเรียนศิลปะ เพราะชอบและรักงานศิลปะ เอกลักษณ์จึงพาตัวเองไปสอบที่โรงเรียนช่างศิลป์
“ตอน ม.2 ครูพามาร่วมงานที่ศิลปากร ได้เห็นว่าพี่ๆ เขาทำอะไรกันบ้าง ก็หลงใหลมหาวิทยาลัยนี้ตั้งแต่นั้นมา ถึงขั้นเบนสายสอบเข้าช่างศิลป์ เพราะคิดว่าจะทำให้สอบเข้าศิลปากรได้ง่ายขึ้น”
เรียนที่ช่างศิลป์ เขาได้ฝึกปรือวาดลายไทย ออกแบบลาย ต่อลาย จนเมื่อจบจากช่างศิลป์ เขาก็สอบติดมหาวิทยาลัยในฝัน คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ วิชาเอกสาขาจิตรกรรม
หลังจากจบจากรั้ววังท่าพระ ก็เริ่มทำงานในแวดวงแฟชั่นและโฆษณา เป็นคนสร้างสรรค์อุปกรณ์ประกอบฉาก โดยยังคงยึดหลักการทำงานที่ว่า ต้องใส่ใจในทุกๆ รายละเอียดกับผลงาน กระทั่งมีโอกาสได้ทำฉากงานแต่งงานให้กับรุ่นพี่ ทุกคนจึงประจักษ์แจ้งต่อฝีมือเชิงช่าง
“มันเป็นเหมือนงานศิลปะในงานแต่งงานครับ คือเขามีต้นแบบเป็นกระดาษเล็กๆ แล้วผมก็ขยายขึ้นมาเป็นชิ้นใหญ่โดยใช้แผ่นยางอีวีเอ หรือเอทิลีน ไวนิล อะซิเตต จากงานนั้นก็มีบริษัทโฆษณาติดต่อให้ไปทำชิ้นงานในหนังโฆษณามีดคัตเตอร์ ด้วยแนวคิด Cut to Build งานนี้เป็นพรีเซนเตอร์เลยนะ ทำงานตัดและประกอบเป็นชิ้นขนาดใหญ่ให้เห็นกันในหนังเลย ผลงานชิ้นนี้ไปคว้ารางวัลที่เทศกาลเมืองคานส์ด้วยนะครับ”







