
ต่อยอด จินตนาการ สู่งานวิจัยระดับรางวัล
ปัจจุบันเด็กไทยให้ความสนใจเรียนวิชาวิทยาศาสตร์น้อยลง ทั้งๆ ที่วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัว
ปัจจุบันเด็กไทยให้ความสนใจเรียนวิชาวิทยาศาสตร์น้อยลง ทั้งๆ ที่วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัว และยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศนั่นอาจเป็นเพราะวิทยาศาสตร์ถูกมองเป็นเรื่องน่าเบื่อและยาก
ทว่า ณัฐฐพร พิมพะ หรือ ดร.ณัฐ นักวิจัยห้องปฏิบัติการโครงสร้างนาโนไฮบริดและนาโนคอมโพสิต ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค)
“สมัยเด็กๆ เป็นคนชอบดู ชอบอ่านการ์ตูนโดยเฉพาะเรื่องโดราเอมอน เพราะอยากจะมีของวิเศษใช้บ้้งตอนนั้นก็เ็ลยอยากลองประดิษฐ์ของเล่นขึ้นเอง เริ่มจากเกมบันไดงู ที่มานั่งวาดและเขียนข้อความเอง จุดนี้เองมั่งที่ทำให้มีความคิดว่าอยากจะเรียนวิทยาศาสตร์ เพื่อที่จะได้ประดิษฐ์ของใช้เอง” ดร.ณัฐ เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นที่เป็นแรงบันดาลใจให้ก้าวเดินในเส้นทางสายวิทยาศาสตร์
พอเรียนหนังสือก็มีวิชาวิทยาศาสตร์ทำให้ได้รู้จักชื่อและผลงานของนักวิทยาศาสตร์ดังๆ หลายคนเช่น พี่น้องตระกูลไรท์ ที่ประดิษฐ์เครื่องบิน โทมัสอัลวา เอดิสัน ผู้ผลิตหลอดไฟฟ้า เป็นต้น ทำให้เกิดความคิดว่าวิทยาศาสตร์ช่วยสร้างนวัตกรรมใหม่ๆที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น ก็ยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้เลือกสอบเอนทรานซ์เข้าเรียนต่อในคณะวิทยาศาสตร์ เพราะอยากศึกษาแบบจริงจัง ขณะที่เพื่อนๆ ส่วนใหญ่จะเลือกเรียนในสาขาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ เช่นแพทย์และวิศวะ
หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย ก็ได้รับทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.) ไปเรียนต่อระดับปริญญาโทและเอก ซึ่งนั่นทำให้มีโอกาสได้ไปทำงานวิจัยต่างประเทศ เป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆ เติมไฟให้อยากทำงานมากขึ้น และโชคดีที่กลับมาแล้วได้มาทำงานวิจัยกับ สวทช. โดยมาอยู่ในศูนย์นาโนเทคที่เป็นหน่วยงานน้องใหม่ในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และต้องการคนรุ่นใหม่เข้าไปทำงานพอดี จึงทำให้ได้เรียนรู้เทคโนโลยีนาโนมากขึ้น
“ตลอดระยะเวลาที่ทำงานอยู่นาโนเทคมา 7 ปีทำให้มีโอกาสพัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ ด้วยการทำงานวิจัยหลายชิ้น และที่นาโนเทคปลูกฝังให้ทำงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาและตอบโจทย์ประเทศ
ในหลายๆ ดา้นอยู่แล้วจึงทำให้เป็นที่มาในการคิดผลงานวิจัยเทคโนโลยีไส้กรองนาโนจากเซรามิกเคลือบเงินสำหรับเครื่องผลิตน้ำดื่มสะอาดแก่ชุมชนในช่วงที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554และได้รับรางวัลนี้มา”
สำหรับเหตุผลที่คิดว่าทำให้ผลงานวิจัยของตัวเองได้รับรางวัลนั้น ดร.ณัฐมองว่า น่าจะมาจากผลงานชิ้นนี้สามารถช่วยแก้ปัญหาด้านคุณภาพน้ำได้ดี และเรื่องคุณภาพน้ำก็เป็นปัญหาหลักของทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่ต้องเจอซึ่งสามารถนำผลงานวิจัยชิ้นนี้ไปต่อยอดเป็นเครื่องผลิตน้ำขนาดเล็ก เพื่อช่วยเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ห่างไกลได้
ทั้งนี้ ได้มีการทูลเกล้าฯ ถวายต้นแบบไส้กรองนาโนและเครื่องผลิตน้ำขนาดเล็กแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในงานของสภากาชาดไทย และมีบริษัทเอกชนที่สนใจเทคโนโลยีนี้ มาขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ คาดว่าปลายปีหน้าน่าจะได้เห็นออกสู่ตลาด
เมื่อถามว่าเคยรู้สึกท้อจนอยากล้มเลิกการเดินบนเส้นทางนี้หรือไม่นั้นดร.ณัฐ ตอบทันทีว่า เคยท้อแต่ไม่เคยถอยเพราะแน่นอนว่าการทำงานวิจัย มันต้องใช้เวลาในการคิดทดลอง ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ภายในครั้งเดียว ขอแค่เรามีเป้าหมายที่ชัดเจน พยายามคิดบวกและมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ว่า ถ้าไม่ได้ในวันนี้ พรุ่งนี้ก็ทำใหม่ได้ ไม่มีอะไรที่คนเราทำไม่ได้ ดูขนาดนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของโลก กว่าจะคิดค้นผลงานออกมาสำเร็จยังต้องใช้เวลาตั้งนาน แค่นี้ก็รู้สึกดีและมีกำลังใจสู้ใหม่แล้ว และพร้อมที่จะเดินหน้าทำงานวิจัยใหม่ๆ ออกมาให้มีความลึกและกว้างขึ้น รวมทั้งอาจขยับไปคิดงานวิจัยเพื่อแก้ปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้านอื่นๆ ด้วย
“อยากชวนน้องๆ ให้เข้ามาสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น เพราะเด็กไทยสนใจวิทยาศาสตร์ประยุกต์มากเกินไปจนวิทยาศาสตร์ถูกมองข้าม แต่รู้หรือไม่ว่า ต่อไปวิทยาศาสตร์จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ เหมือนกับที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ทำกันจนประสบความสำเร็จ” ดร.ณัฐ ขอให้มุมมองและข้อคิดกับเด็กๆ รุ่นใหม่เป็นการส่งท้าย







