
‘ช็อคกี้’ สุนัขตัวแรกของ “แซนด์วิช-สกาวกาญจน์ โชติกวณิชย์”
เรามีโอกาสได้สัมภาษณ์ดาวมหาวิทยาลัย ที่ตอนนี้เป็นพิธีกรรายการ “บิ๊กข่าว” ทางช่องจ๊ะทิงจา
โดย...ชนิดาภา ดัดใจงาม /ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
เรามีโอกาสได้สัมภาษณ์ดาวมหาวิทยาลัย ที่ตอนนี้เป็นพิธีกรรายการ “บิ๊กข่าว” ทางช่องจ๊ะทิงจา แต่บังเอิญดาวมหาวิทยาลัยคนสวยของเรา “แซนด์วิชสกาวกาญจน์ โชติกวณิชย์” พาสุนัขใส่กระเป๋ามาด้วย สุนัขพันธุ์ปอมตัวน้อยตัวนี้มีชื่อว่า “ช็อคกี้” ที่เธอเล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เธอได้ช็อคกี้มา ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน ไปเรียน ไปทำงาน ไปเที่ยว ก็จะพาช็อคกี้ไปด้วยตลอด
“ตอนแรกเลย เราไปเห็นสุนัขในเว็บไซต์ เรารู้สึกว่ามันน่ารักอยากเลี้ยงอยากมีเพื่อน เพราะว่าปกติแล้วเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อน แล้วทีนี่ก็มีเพื่อนที่เขารู้จักกับพวกฟาร์มสุนัข เราก็เลยเข้าไปดู อยู่ตรงไบเทค บางนา นี่เอง จริงๆ แล้วไม่ได้มองเจ้าตัวนี้ไว้ มองอีกตัวหนึ่ง แล้วเจ้าตัวเนี่ยมันดันวิ่งมาเกาะขาวิ่งมาเล่น เราก็เลยถูกชะตากับเขา ผ่านไปประมาณ 23 วัน ตอนแรกเจ้าของฟาร์มเขาบอกว่าอย่าเพิ่งมาเอา เพราะน้องเขายังไม่หย่านม เขายังไม่โต ซัก 3 เดือนค่อยมารับไปเลี้ยงดีกว่า เราก็บอกไปว่าไม่เอาๆๆๆ ไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวถ้าเกิดเขาหิวนม จะพากลับมาที่ฟาร์ม ก็เลยเอามาตั้งแต่ 2 เดือน ตอนนี้ก็เลี้ยงได้ 5 เดือนแล้ว”
ช็อคกี้คลอดที่โรงบาลพัฒนาการ ชื่อตอนแรกคือ “กรุ๊ฟฟี่” ซึ่งเธอเล่าว่า รู้สึกว่ามันเรียกยาก ลิ้นเรามันไม่ได้เหมือนสำเนียงฝรั่ง เธอเลยตั้งชื่อใหม่ ส่วนตัวเธอเป็นคนชอบกินช็อกโลแลต บวกกับโดยส่วนใหญ่สุนัขจะชอบได้ยินคำว่า ฟี่ๆ กี้ๆ ก็เลยตั้งชื่อว่า “ช็อคกี้” เธอเล่าว่า ตอนแรกที่เธอเอาเจ้าช็อคกี้กลับมาบ้าน ก็ยังเลี้ยงดูไม่เป็น จะโทรถามที่ฟาร์มที่เขาเป็นคนรู้เรื่องเกี่ยวกับสุนัขว่าต้องเลี้ยงยังไง เพราะว่าเป็นสุนัขตัวแรกที่เธอเลี้ยง
พอเธอเอาเจ้าช็อคกี้มาเลี้ยง เธอก็รู้สึกว่าการใช้ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป จากที่เป็นคนเงียบๆ ก็กลายเป็นคนมีสังคมมากขึ้น “เหมือนมีสังคมเยอะขึ้น เพิ่งรู้ว่าคนสมัยนี้ชอบเลี้ยงสุนัข เลี้ยงกันเยอะมาก พอไปไหนจะมีคนเข้ามาแล้วก็จะบอกว่า อุ้ยๆๆๆ ที่บ้านก็มีเหมือนกัน คือถ้าเราไม่ได้เขา เราก็คงจะไม่ได้สนทนากับคนคนนั้น เหมือนทำให้มีสังคมเยอะขึ้น ไปมหาวิทยาลัยจากเป็นคนที่นิ่งๆ ปกติเราอยู่มหาวิทยาลัยเหมือนคนดุ นิ่งๆ ไม่ค่อยพูด จะพูดเฉพาะกับคนที่สนิทจริงๆ จะคุยเฮฮาอะไรแบบนี้ แต่พอมีเจ้าตัวนี้แล้วเอาไปมหาวิทยาลัย เดี๋ยวคนนู่นก็มาเล่นด้วย เดี๋ยวคนนี้ก็มาเล่นด้วย ถามชื่ออะไร ก็ทำให้ได้รู้จักกัน พาไปออกกองจากที่ไปนั่งเฉยๆ อ่านแต่สคริป ไม่สนใจใคร ตอนนี้ก็เริ่มมีสังคม”
เรื่องราวน่ารักแสนรู้ของเจ้าช็อคกี้ก็มี เธอเล่าว่า เวลาไปไหนก็จะเอาช็อคกี้ไปด้วย แต่ถ้าไปเที่ยวที่เอาสุนัขไปไม่ได้ เธอก็จะไม่ไป แล้วเวลาที่เอาเจ้าช็อคกี้ไปทำงาน เธอก็เล่าว่า “เราก็จะให้เขานั่งบนเก้าอี้ เพราะเขาจะไม่กล้ากระโดดลงจากที่สูง เราก็บอกเขาว่านั่งรอตรงนี้นะ เขาก็จะหลับ”
สำหรับความประทับใจตั้งแต่ได้เจ้าช็อคกี้มา เธอเล่าว่า เธอรู้สึกว่าช็อคกี้มีอะไรคล้ายๆ กับเธอ “เขาเป็นหมาขี้อ้อน แล้วเรานิสัยคล้ายๆ กัน จะเป็นคนไม่ค่อยสุงสิงกับคนที่ไม่ค่อยรู้จัก ขี้เล่น อารมณ์ดี ดูเหมือนเป็สุนัขหยิ่งๆ คือตอนแรกเขาจะไม่ยุ่งกับใคร แต่ว่าพอได้เล่น เขาก็จะเฟรนด์ลี่กับทุกคน มันมีอะไรคล้ายๆ กับเรา คนอื่นอาจจะมองไม่เห็น แต่เรารู้ เราสัมผัสได้ เพราะเราเลี้ยงเอง”
“อยากฝากถึงคนที่เลี้ยงสุนัข ถ้าไม่รักจริงๆ อย่าเอามาเลี้ยงดีกว่า มันเหมือนกับเราเอาหนึ่งชีวิตมาอยู่กับเรา เราต้องเลี้ยงเขาให้ดีที่สุด อย่างเราเลี้ยงเจ้าช็อคกี้ เราก็ไม่นึกว่าเขาเป็นแค่หมา แต่เขาเป็นหนึ่งชีวิตที่เราเอามา” แซนด์วิช กล่าวทิ้งท้าย







