posttoday
สัมผัสมุมมองช่างภาพระดับโลก จัสติน มอทท์

สัมผัสมุมมองช่างภาพระดับโลก จัสติน มอทท์

12 ตุลาคม 2557

คนไทยได้มีโอกาสชมฝีมือการถ่ายภาพของช่างภาพมืออาชีพคนดังอย่าง จัสติน มอทท์

โดย...วราภรณ์ ภาพ : จุลดิศ อ่อนละมุน

คนไทยได้มีโอกาสชมฝีมือการถ่ายภาพของช่างภาพมืออาชีพคนดังอย่าง จัสติน มอทท์ เพราะเขาคือหนึ่งในผู้ร่วมรายการเรียลิตี้โชว์เมืองไทย “โฟโต้ เฟซ ออฟ” ซึ่งร่วมมือกันระหว่างช่อง ฮิสทอรี่ เอเชีย ทรูวิชั่นส์ และแคนอน

ในวงการถ่ายภาพจะรู้จักเขาดี เพราะจัสตินเป็นเจ้าของรางวัล “เบสท์ ซิงเกิ้ล อิมเมจ ฟอร์ แทรเวล โฟโต้กราปเฟอร์ ออฟ เดอะ เยียร์” อีกทั้งปัจจุบันเขายังเป็นช่างภาพให้กับนิตยสารไทม์, นิวยอร์ก ไทมส์ และฟอร์บส์

ลองไปสัมผัสกับมุมมองของการเป็นนักถ่ายภาพมืออาชีพว่า ทำอย่างไรเขาจึงประสบความสำเร็จในอาชีพ “ช่างภาพ” ระดับโลก!

ช่างภาพต้องรับงานที่ท้าทายตนเองอยู่เสมอ

ด้วยบุคลิกขี้เล่น เป็นกันเอง และฝีมือดีในการถ่ายภาพทำให้จัสตินได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมรายการนี้ เมื่อเขารู้ว่าโปรไฟล์ที่เขาส่งไปแนะนำตัวกับทีมงานผ่านการคัดเลือกเขาดีใจและประหม่า เพราะในฐานะช่างภาพมืออาชีพ แต่ต้องไปแข่งขันกับช่างภาพมือสมัครเล่น สิ่งไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้น นี่คือ ความท้าทายที่น่าลิ้มลอง

“ความท้าทายคือ ถึงแม้ผมจะคุ้นชินกับทวีปเอเชียอยู่แล้ว แต่ผมไม่รู้เลยว่า เราจะได้โจทย์อะไรในแต่ละสัปดาห์ แต่ผมถนัดถ่ายคือ นอกจากภาพเชิงแนวสารคดีแล้ว ผมยังมีผลงานถ่ายภาพสื่อสิ่งพิมพ์ พรินต์เอดต่างๆ ของโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ร่วมถึงภาพบุคคล ผมเคยถ่ายภาพให้ฟอร์บส์อเมริกา ดังนั้นผมจึงค่อนข้างมีประสบการณ์ที่หลากหลายที่ไม่ใช่ภาพข่าวเพียงอย่างเดียว สิ่งที่ท้าทายอีกข้อคือ เวลารูปของผมลงตีพิมพ์ในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ผมเป็นคนเลือกรูปเอง แต่ในรายการคณะกรรมการเป็นคนเลือกรูปในมุมมองที่เขาคิดว่าสวยที่สุด แล้วมานั่งตัดสินกัน ซึ่งกรรมการบางคนบอกว่ารูปถ่ายของผมภาพหนึ่งสวยกว่าอีกภาพหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่ามันสวยทั้งสองภาพ จึงเป็นเรื่องยากสำหรับผม เพราะผมก็มีสไตล์เป็นของตัวเอง ดังนั้นผมจะเป็นผู้กำหนดอะไรไม่ได้เลย ความกดดันจึงมีมาก”

เขาคิดว่า สิ่งที่คนดูจากทั่วโลกจะได้เห็นจากการชมรายการ ก็คือ ไม่ใช่แค่การชมเรียลิตี้สำหรับการถ่ายภาพ แต่ผู้คนจะได้เห็นการถ่ายรูปที่เก็บภาพจังหวะนั้นๆ ที่จะถ่ายทอดเรื่องราว สถานที่ ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา การได้ไปถ่ายภาพเฉลิมฉลองวัฒนธรรมต่างๆ ของแต่ละประเทศ ทำให้ผู้ชมจะเห็นการเชื่อมโยงการแชร์มุมมองจากคนต่างวัฒนธรรมถ่ายทอดลงสู่ภาพถ่าย

“ทุกคนมีกล้อง ทุกคนจึงสามารถเรียนรู้การถ่ายภาพจากรายการนี้ได้ ผู้ชมจะได้เห็นมุมมองการนอนถ่ายภาพบนพื้นของผมแล้วจะได้เห็นมุมมองอะไรที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่มองเห็นแต่เทคนิคการถ่ายภาพอย่างเดียว แต่เป็นมุมมองต่อการถ่ายที่แตกต่างในชีวิตประจำวัน ซึ่งนำไปปรับใช้กับการถ่ายภาพของตนเองได้”

ช่างภาพที่ดีต้องรักและมีแรงปรารถนาในการถ่ายภาพ

หากจัสตินอยากมองหาทีมงานที่จะไปทำงานร่วมกัน สิ่งที่เขาอยากได้จากเพื่อนร่วมงาน ก็คือ อยากได้คนที่รักและมีแรงปรารถนาในการถ่ายภาพ บางคนมองว่าการจะเป็นช่างภาพที่ดีได้ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ที่พิเศษ แต่เขาคิดว่าไม่จำเป็น สิ่งที่ควรมีที่สุดคือความอดทนและขยัน เพราะความเก่งสามารถสอนและเรียนรู้กันได้

“ผมชอบคนที่สามารถปรับเปลี่ยนมุมมองตัวเองเข้ากับลูกค้าได้ ช่างภาพต้องเข้าใจ ต้องรู้สไตล์การเล่าเรื่องจากภาพ เช่น ภาพถ่ายงานแต่งงานในช่วงระยะเวลา 1 วัน ช่างภาพจะต้องเก็บภาพบรรยากาศในงานแต่งงานให้ได้อย่างครบถ้วนโดยไม่ไปเกะกะพิธีของเขา และต้องได้เห็นมุมมองพิเศษในบรรยากาศที่พิเศษ อีกทั้งต้องมีความเข้าใจในงานด้วย” ซึ่งมุมมองในการถ่ายภาพทุกชนิด การจะถ่ายทอดและบอกเล่าเรื่องราวได้ราวกับภาพนั้นมีชีวิต สิ่งที่จะสอนได้ดี คือประสบการณ์และความใจเย็นในการรอถ่ายในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะภาพถ่ายธรรมชาติ เพราะเราไม่สามารถปรุงแต่งภาพให้สวยขึ้นมาได้ ทุกอย่างที่สวยมาจากธรรมชาติล้วน

สัมผัสมุมมองช่างภาพระดับโลก จัสติน มอทท์

 

แหกกฎเสียบ้าง

หากช่างภาพสมัครเล่นอยากแนะนำช่างภาพสมัครเล่นรุ่นใหม่ๆ ว่าจะพัฒนาให้เก่งระดับมืออาชีพต้องฝึกฝนตนเองอยู่อย่างสม่ำเสมอ รู้จักการฉีกกฎ เพราะจะทำให้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล

“ช่างภาพทุกคนเรียนเรื่องการจัดองค์ประกอบภาพที่สวยงามเหมือนๆ กัน แต่หากจะยึดหลักนี้ในการถ่ายภาพก็จะทำให้ภาพถ่ายของเราเหมือนๆ กันไปหมด แต่การที่จะพิเศษเหนือคนอื่น ต้องลองไม่ทำตามกฎ ต้องมีสไตล์เป็นของตัวเอง และต้องหาสไตล์ของตนเองให้เจอ มีผลงานสม่ำเสมอเพื่อการเติบโต ควรมีวิสัยทัศน์เฉพาะบุคคลที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ก็จะทำให้เราแตกต่าง เพราะที่ลูกค้าจ้างเราก็เพราะเขามีวิชั่นที่แตกต่างด้วยเช่นกัน”

10 ปี ในวงการช่างภาพระดับโลก จัสติน มอทท์ ช่างภาพวัย 36 ปี เริ่มชีวิตช่างภาพในเอเชียหลังจากเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 วิชาการถ่ายภาพวารสารศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยประจำรัฐซานฟรานซิสโกของสหรัฐอเมริกา แล้วไม่กลับไปเรียนอีกเลย เพราะเขามองว่าสามารถเรียนรู้ได้จากชีวิตการทำงานที่ทำให้เขาได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ มากกว่าเรียนในห้องเรียน ปัจจุบันจัสตินมีออฟฟิศอยู่ที่ประเทศไทย แต่ออฟฟิศหลักของเขาอยู่ที่เวียดนาม เขาบินไปถ่ายภาพมาแล้วกว่า 80 ประเทศทั่วโลก

เส้นทางการเป็นช่างภาพระดับมืออาชีพของจัสตินไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในปีแรกๆ ของการเริ่มอาชีพถ่ายภาพ ด้วยไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากนัก ปีแรกๆ จึงไม่ค่อยมีงาน ต้องใช้เวลาหลายปีในการสะสมฝีมือและประสบการณ์

“การที่เราจะเริ่มทำอะไรแรกๆ จะเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ปัจจุบันงานผมเยอะมากๆ และต้องบินไปที่ต่างๆ เกือบทั่วโลก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมจดจำไว้เสมอคือ วันแรกที่ผมไม่ค่อยมีงาน ดังนั้นทุกวันนี้ผมพยายามไม่ปฏิเสธงานเลย” จัสตินเล่าว่า เขามีความสุขในการได้ถ่ายภาพตั้งแต่ภาพเหตุการณ์ที่เศร้าที่สุดคือ คนตายไปจนถึงงานที่เขามีความสุขที่สุดคืองานแต่งงาน แล้วเขาชอบความสมดุลนั้น ความสุขจากการถ่ายภาพของเขาอีกข้อคือ ภาพที่เขาถ่ายออกมาแล้วสวย เขาจึงมีความสุขที่ได้นั่งชมภาพถ่ายสวยๆ ด้วยฝีมือของเขาเอง

ล่าสุดจัสตินเข้าร่วมโครงการ “โฟโต้ เฟซ ออฟ” เป็นการประลองฝีมือการถ่ายภาพภายใต้ความกดดันรูปแบบต่างๆ ระหว่างช่างภาพมืออาชีพอย่าง จัสติน เจ้าของรางวัล Best Single Image for Travel Photographer Of The Year ช่างภาพนิตยสารไทม์, นิวยอร์ก ไทมส์ และฟอร์บส์ ประชันกับช่างภาพมือสมัครเล่น ตัวแทนจาก 5 ประเทศในเอเชีย ได้แก่ ประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ตลอดระยะเวลา 2 เดือน ที่จะต้องเดินทางไปในหลากหลายสถานที่เพื่อสร้างสรรค์ภาพถ่ายสวยๆ ซึ่งบรรยากาศการแข่งขันจะเต็มไปด้วยความกดดัน เพื่อชิงสุดยอดรางวัลที่ช่างภาพใฝ่ฝัน นั่นก็คือการเดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อร่วมโครงการ Canon Photoclinic เพื่อฝึกฝีมือ เตรียมไปร่วมงาน “เรด คาร์เปต” ถ่ายภาพดาราระดับแนวหน้าของโลกและดาราฮอลลีวู้ด ที่กรุงนิวยอร์ก “โฟโต้ เฟซ ออฟ” ออกอาการแล้วตั้งแต่ปลายเดือน ก.ย. เวลา 21.30น. ทาง Truevision ช่อง History Channel HD (556)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท