posttoday
คีนจอมแฉ เล่ม 2

คีนจอมแฉ เล่ม 2

09 ตุลาคม 2557

โดย...นูโน่

โดย...นูโน่

บุคลิกมุทะลุ ดุดัน ไม่กลัวใคร ไม่เกรงหน้าไหนของ รอย คีน อดีตกัปตันแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้เขามีภาพความทรงจำด้านมืดไม่แพ้ฝีเท้าในสนามฟุตบอล

แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่มีแฟนๆ อาจไม่รู้หรือรู้ไม่ทั้งหมด ซึ่งมิดฟิลด์พันธุ์ดุพร้อมแฉ เอ้ย! เปิดใจแล้วผ่านหนังสืออัตชีวประวัติเล่มที่ 2 “เดอะ เซคเคินด์ ฮาล์ฟ” (The Second Half) ที่วางแผงวันนี้ (10 ต.ค.)

นี่คือไฮไลต์ส่วนหนึ่งของหนังสือเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ในเสื้อผีแดง

วางมวยกับชไมเคิล

คีน เปิดเผยว่า เขาทะเลาะกับ ปีเตอร์ ชไมเคิล ผู้รักษาประตูชาวเดนมาร์ก ในช่วงปรีซีซั่นในเอเชีย เมื่อปี 1998 หลังเพิ่งหายจากบาดเจ็บไม่นาน

“ผมคิดว่าน่าจะอยู่ในฮ่องกง และเรื่องของแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวด้วย หลังมีความตึงเครียดระหว่างเรามาตลอดปีในเรื่องของฟุตบอล ตอนนั้นเสียงดังมาก ปีเตอร์ก็ตัวใหญ่มาก ผมตื่นขึ้นในตอนเช้าอีกวัน จำได้ลางๆ ว่ามีต่อยกัน มือของผมเจ็บมากและนิ้วหนึ่งก็งอไปข้างหลัง”

นิกกี บัตต์ เป็นคนเล่าเหตุการณ์ในคืนนั้นให้ฟัง และก็เป็นกรรมการห้ามมวยด้วย ปีเตอร์คว้าตัวเขา และเขาก็เฮดบัตต์ใส่ชไมเคิล พวกเขาสู้อยู่พักใหญ่

“ในห้องแถลงข่าว ปีเตอร์ถอดแว่นออก เห็นตาช้ำดำ และโดนถามว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งเขาตอบไปว่าโดนศอกระหว่างซ้อม เขา (เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน) บอกว่าเราคือความอัปยศของสโมสร และปลุก บ็อบบี ชาร์ลตัน ตื่นขึ้นมาดู ปีเตอร์แสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องดี ผมชื่นชมเขา แต่เซอร์บ็อบบีน่าจะพยายามห้ามเราบ้างนะ”

ในอุโมงค์ปืนโตวันนั้น

หลายคนคงยังจำข่าวฉาวในอุโมงค์กับ ปาทริก วิเอรา อดีตกัปตันทีมอาร์เซนอล ที่เข้าไปขู่ แกรี เนวิลล์ และคีนในฐานะกัปตันทีมเห็นเข้า จนเป็นที่มาของประโยค “อยากมีเรื่องมามีกับข้านี่ อย่าไปเล่นเอาคนตัวเล็กกว่า” ได้ดี และเขาก็ไม่พลาดจะบอกเล่าความรู้สึก ณ ตอนนั้น

“ตอนผมเดินไปข้างหน้า ผมได้ยินบางอย่าง สิ่งที่ผมเห็นคือมีนิ้วชี้ไปยังแกรี เท่านั้นแหละผมหลุดเลย 5 นาทีก่อนหน้านั้น ผมยังใจเย็นอยู่และพร้อมจะลงสนาม ผมคิดว่าพวกเขาโห่เราเมื่อเดินลงสนาม แต่ไม่ใช่ในอุโมงค์ มัน...สิ้นดี พวกเขาพยายามจะขู่เรา พวกเขาเป็นทีมใหญ่ ในอุโมงค์พวกเขายิ่งใหญ่กว่า ผมเลยบอกกับตัวเองว่า “เอาล่ะ ลุยเลย แต่ต้องสู้กันจริง ปาทริกคงฆ่าผมแน่”

วิจารณ์เพื่อนในเอ็มยูทีวี

“ผมต้องทำ ผมผิดหวังกับเพื่อนร่วมทีม แต่มันเป็นเอ็มยูทีวีซึ่งเป็นของสโมสร ผมถึงให้สัมภาษณ์ ความคิดตอนนั้นไม่ได้เอะอะหรือเพ้อเจ้อ แต่แม้ตอนนี้ก็ยังมีคนบอกว่าวิดีโอนั้นควรถูกทำลาย เหมือนมันเป็นอาวุธนิวเคลียร์ หรืออะไรทำนองนั้น”

คีโน่ บอกว่า เขาไม่ได้กังวลว่าจะมีปัญหาในห้องแต่งตัวเลย เพราะทุกคนรู้ถึงฟอร์มของเขาดี เขาบอกทุกคนในห้องแต่งตัวว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระมาก และไม่มีใครมีปัญหา ไม่มีเลย

จุดแตกหักกับเฟอร์กี

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นำมาสู่การมีปัญหากับเฟอร์กูสัน และทำให้เขาโดนดร็อปไม่มีชื่อแม้ในทีมสำรอง

“ผมรู้ 23 วันแล้วว่าพวกเขาพยายามจะกำจัดผมออกไป ผมเลยเข้าไปคุยกับเฟอร์กูสันว่า ผมจะไปเล่นให้คนอื่นได้มั้ย? และเขาก็ตอบว่า ได้ซิ เพราะว่าเรากำลังจะยกเลิกสัญญาของคุณ ผมรู้ว่าจะมีสโมสรสนใจเมื่อข่าวออกไป ผมเลยพูดไปว่า ใช่ ผมคิดว่าเรามาถึงทางตันแล้วล่ะ จากนั้นผมก็สบถ (คำหยาบ) ออกมา และลุกขึ้นเดินออกมา”

หลังจากนั้นเขาได้มีโอกาสขอโทษเฟอร์กี และคาร์ลอส เกยรอส ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่ปะทะวาจาเช่นกัน เพราะต้องการทำในสิ่งที่ถูกต้อง และขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้ขอโทษสำหรับพฤติกรรมหรือทัศนคติของเขา

จงใจสกัดฮาแลนด์

นอกจากนี้ คีโน่ยังปฏิเสธจงใจเอาคืน อาล์ฟ อินเก ฮาแลนด์ อดีตแข้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึกดาร์บีแมตช์เมื่อปี 2001 ที่อดีตมิดฟิลด์ผีแดงตั้งใจทำฟาวล์สุดโหดก่อนจะหันมาด่าซ้ำ หลังเคยโดนฮาแลนด์มาตะคอกด่าในจังหวะบาดเจ็บสมัยอยู่กับลีดส์เมื่อปี 1997

“ผมต้องการให้เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมอยากทำให้เขาเจ็บและยืนตะคอกใส่เขา ผมไม่เสียใจเลย แต่ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้เขาบาดเจ็บ

“มันเป็นแอ็กชั่น มันคือฟุตบอล คือความโหด ผมเตะคู่แข่งมามาก และรู้ถึงความแตกต่างระหว่างการทำให้คนเจ็บและบาดเจ็บ ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้ฮาแลนด์บาดเจ็บ เมื่อคุณเล่นกีฬาจะรู้วิธีทำให้ใครสักคนบาดเจ็บ ไม่มีการไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า”

อย่างไรก็ตาม เขาผิดหวังกับนักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คนอื่นๆ มากกว่า ที่ไม่เข้ามาช่วงปกป้องเพื่อนร่วมทีมเลย

แต่ถ้าใครอยากรู้เบื้องลึกเบื้องหลังแบบเต็มๆ ต้อง The Second Half เล่มนี้รับประกันความเผ็ดร้อน!!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท