
การเดินทางของผักอินทรีย์
เส้นทางที่ทอดยาวไกล ทว่ากลับมีจุดหมายชัดเจน ผู้เดินทางครั้งนี้อาจจะแปลกอยู่สักหน่อย เพราะไม่ใช่คนหรือสัตว์ ที่ง่ายต่อการเดินทาง
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
เส้นทางที่ทอดยาวไกล ทว่ากลับมีจุดหมายชัดเจน ผู้เดินทางครั้งนี้อาจจะแปลกอยู่สักหน่อย เพราะไม่ใช่คนหรือสัตว์ ที่ง่ายต่อการเดินทาง แต่มันคือผักอินทรีย์ ที่เรากินนี่ละ มันกำลังออกเดินทางจากไร่สู่เมือง จากคนผลิตถึงคนกิน
การเดินทางเริ่มขึ้นในเช้าตรู่ ไร่ที่เราไปสัมผัสอยู่ไม่ห่างกันนัก ที่แรกอยู่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ไร่ฟาร์เมอร์ เฟรช อีกแห่งคือไร่สลันดา ออร์แกนิก ฟาร์ม อ.เมือง จ.นครปฐม
พื้นที่ปลูกต่างกันมาก ไร่ฟาร์เมอร์ เฟรช มีแค่ 3 ไร่ ส่วนไร่สลันดา ออร์แกนิก ฟาร์ม มี 24 ไร่ แถมทั้งสองไร่ยังต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในเรื่องผักที่ปลูกอยู่ ผักเมืองหนาวและผลไม้เป็นผลผลิตของไร่แรก ขณะที่ไร่ที่ 2 เน้นผักพื้นบ้าน
ก่อนจะไปสำรวจไร่ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ผักอินทรีย์ หรือที่คนเรียกติดปาก “ผักออร์แกนิก” นั้นคือผักไร้สารเคมีร้อยเปอร์เซ็นต์ กระบวนการปลูกไม่ได้คำนึงว่าปลอดเคมีอย่างเดียว แต่ยังใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วย ต่างจากผักปลอดสาร ซึ่งปลอดเคมีแต่ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ถึงแม้จะแปะป้ายปลอดสารก็ตาม เพราะกระบวนการปลูกยังใช้เคมีอยู่บ้าง แน่นอน เมื่อใช้เคมีก็ย่อมจะกระทบต่อหลายสิ่ง คนปลูก ดิน รวมทั้งสภาพแวดล้อมใกล้เคียง
เข้าใจตรงกันอย่างนี้ ก็ได้เวลาไปสำรวจไร่ แดดอุ่นๆ กำลังดี เหมาะแก่การเดินในไร่ ร้อนกว่านี้ คงไม่สนุก ชาวไร่ตัวจริงแสดงตัวว่าจะเป็นคนนำทาง
“ธนัตศ์นันท์ ลีอำนวยโชค” ผู้เปลี่ยนผืนดินขนาดเล็กให้กลายเป็นไร่ฟาร์เมอร์ เฟรช เล่าว่า แรกเริ่มที่หันมาทำไร่ผักอินทรีย์ เพราะอยากหางานอดิเรกทำ ทำไปทำมาชักสนุก จึงทิ้งงานคอมพิวเตอร์กราฟฟิกมาปลูกผักเต็มตัว
“เริ่มจากปลูกไร้ดินกับปลูกด้วยน้ำก่อนครับ แรกๆ คนกินไม่รู้จักเลยว่าผักอินทรีย์คืออะไร แต่ผมก็พยายามสร้างความรู้และความเข้าใจกับคนกิน ตอนนี้ดีขึ้นมาก ตลาดยังเติบโต ยังไปได้สวย เพราะส่วนหนึ่งกระแสคนรักสุขภาพมีเยอะขึ้น คนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพ ซึ่งผมว่าอีกสัก 10 หรือ 100 ปี คนก็ยังต้องกินอาหาร แต่อาหารแบบไหนละที่คนจะกิน ก็ต้องอาหารที่ปลอดภัยเท่านั้น”
การปลูกผักจะว่ายากก็ยาก แต่พออะไรๆ คลิก ทุกอย่างก็ลงตัวและง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ ประสบการณ์ตรงของธนัตศ์นันท์ ทำให้เข้าเรียนรู้ที่จะอยู่ต่อในวงการผักอินทรีย์ จากคนปลูกและส่งอย่างเดียว ก็ขยับสู่ผู้ขายและเจ้าของแบรนด์ เพิ่มลูกเล่น ใส่ไอเดียสร้างสรรค์ เพื่อมัดลูกค้า ล่าสุดเขาก็เป็นคนนำมาผักอินทรีย์มาอยู่ในตู้หยอดเหรียญ (อาคารเสริมมิตร ย่านอโศก)
“กลุ่มคนที่กินผักอินทรีย์อาจไม่ใหญ่มาก แต่ผมรู้ว่าพวกเขากินแน่ๆ ผมก็ต้องตอบสนองคนกลุ่มนั้น ด้วยการทำเป็นผักหยอดเหรียญ เป็นการกระจายผลผลิตของผมทางหนึ่งด้วย เพราะผักมันมีอายุสั้นต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุด ก่อนที่มันจะหมดอายุ”
ผักหยอดเหรียญถือเป็นปลายทางที่ทันสมัยและเข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมือง แต่เมื่อย้อนกลับไล่เรียงดูต้นทาง ผักอินทรีย์จากไร่ฟาร์เมอร์ เฟรชเริ่มออกเดินทางจากไร่ จ.นครปฐม ก่อนจะถูกขนส่งมาที่เฮดออฟฟิศย่านตลิ่งชัน ซึ่งที่นี่ก็มีไร่ผักอินทรีย์อยู่ประมาณ 1 ไร่ ผักทุกชนิดพร้อมคัดแยกและตัดแต่ง ใส่บรรจุภัณฑ์ แต่ละชนิดเหมาะในการทำหน้าที่ของตัวเอง เป็นผักสด ผักเคียง ผักตกแต่ง กระทั่งสลัดพร้อมหม่ำคู่กับน้ำสลัดสูตรพิเศษ เมื่อทุกอย่างเสร็จสรรพ ผักอินทรีย์ก็จะเคลื่อนย้ายไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้จุดใหญ่ ได้แก่ ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ล้วนแต่เลือกผักอินทรีย์จากไร้แห่งนี้มาเสิร์ฟบนจานอาหาร ที่เหลือก็เป็นการใส่ตู้หยอดเหรียญสะดวกสำหรับคนเมือง
“เฉพาะที่ตู้หยอดเหรียญ ผมจะเติมของทุก 2 วัน เพราะอายุของมันจะอยู่ได้ประมาณ 48 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็ไม่สดละ ส่วนร้านอาหารส่งส่วนใหญ่จะเป็นร้านประจำที่เคยสั่ง เช่น ร้านอาหารยุโรป ร้านสเต๊ก ลูกค้าตามบ้านยังไม่มี อย่างตู้หยอดเหรียญนี่ก็ฟีดแบ็กค่อยข้างดี ปากต่อปาก กระแสก็เลยดี อนาคตคงมีที่อื่นเพิ่มแน่นอนครับ”
อีกไร่เจ้าของคือ “ขวัญไชย สันติภราภพ” ที่เลือกมาจับผักพื้นบ้านอินทรีย์ ภายใต้แบรนด์สลันดา ออร์แกนิก ฟาร์ม ก็เพราะไม่อยากแข่งกับใคร คนอื่นแห่ปลูกผักหน้าหนาว หรือผักฝรั่ง แต่เขากลับพุ่งเป้าไปที่ผักพื้นบ้าน ซึ่งผลลัพธ์ก็แฮปปี้ทั้งคนปลูกและสภาพแวดล้อม
“ผักที่ผมปลูกจะปลูกแบบธรรมชาติ แล้วก็เป็นผักที่มีในฤดูกาลอยู่ เพราะมันจะปลูกง่ายกว่า ปล่อยไปตามธรรมชาตินี่ละ ไม่ต้องไปฝืน หรือบังคับให้มันออกผลผลิตหรอก ตอนนี้ก้น่าจะมีประมาณ 30 ชนิด”
แปลงผักของที่นี่ไม่ต่างกับสวนผักหลังบ้านของคนที่มีพื้นที่กว้างๆ ผักแต่ละชนิดคุ้นหน้าคุ้นตากันดี แยกเป็นผักไทยกับผักจีน ขวัญไชยยอมรับว่าที่เน้นปลูกผักทั้งสองชนิดเพราะไม่ต้องดูแลมากและเป็นต้องการของตลาด ไม่ต้องเปลืองทุน ไม่ต้องเปลืองแรง
ขวัญไชยกำหนดเส้นทางผักอินทรีย์จากไร่ของเขาอย่างเป็นระบบ แต่กว่าจะลงตัวก็กินเวลาร่วม 4 ปี จากไร่ จ.นครปฐม มุ่งสู่ร้านสลันดา (แถว ม.เกษตรศาสตร์ ถ.งามวงศ์วาน) ศูนย์กลางการกระจายผลผลิตไปยังที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ร้านสุขภาพ ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ตหรู บางจุดบริการส่งถึงที่
“จุดที่บริการส่งถึงที่ก็มีเฉพาะพระราม 3 ครับ เพราะลูกค้ามีค่อนข้างเยอะ ย่านอื่นยังไม่มีบริการนี้ แต่ศูนย์กลางจะอยู่ที่ร้านสลันดา จุดนี้จะมีของครบผักสดใหม่ แล้วราคาก็ถูกด้วยครับ ผักอินทรีย์ผมขายแพ็กละ 20 บาทเองครับ”
ซื้อง่ายขายคล่อง ได้ทั้งความอร่อยความสด แถมได้สุขภาพและประหยัดเงินในกระเป๋า เรียกว่าเป็นผักอินทรีย์ที่เน้นเอาใจคนกินยุคใหม่ ถึงอย่างนั้น ขวัญไชยเล่าว่ามันก็ยังไม่ทะลุเป้าหมายที่วางไว้ ยิ่งเฉพาะทัศนคติที่คนกินมีต่อผักอินทรีย์ ไปคนละทิศคนละทางเลยทีเดียว
“คนกินทั่วไปชอบของสวยๆ ครับ อะไรไม่สวยก็จะไม่ซื้อ เช่นผักมีรู คนก็จะไม่ค่อยซื้อ เพราะมันไม่สวย คิดว่ามีตำหนิ ซึ่งความจริงผักอินทรีย์ที่ไม่ใช้เคมี ยังไงมันก็ต้องมีรู หรือไม่สวยเป๊ะ อันนี้ผมต้องบอกตามตรงว่า ถ้าเป็นผักอินทรีย์เกรดดับเบิลเอ คัดพิเศษ อาจจะไม่มีรูนะ แต่ถ้าเป็นเกรดเอ ผักมีรูเป็นเรื่องปกติ ฉะนั้น ทัศนคติของคนกินก็ไม่ถูกต้องเท่าไหร่
ผักอินทรีย์ดูยังไง จากประสบการณ์ส่วนตัวผม ยอมรับว่าดูยากนะ แต่ก็พอจะแยกได้ ผักอินทรีย์รสจะหวานแบบที่ธรรมชาติให้มา ไม่ขม หรือถ้าขมก็จะขมในแบบที่มันเป็น เคยมั๊ยครับเวลากินผักตลาดแล้วมันรู้สึกขม ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ผักที่มีรสขม ซึ่งรสขมก็อาจจะมาจากเคมี เรื่องสี ผักอินทรีย์สีไม่เข้ม แต่จะออกสีนวล ยกตัวอย่างแตงกวา ผิวจะออกสีเขียวนวลๆ ไม่ใช่เขียวเข้ม ผักใบก็อาจจะมีรูบ้าง ไม่ได้สวยเป๊ะทุกใบ”
ปีนี้เทศกาลกินเจมี 2 รอบ รอบแรกจบไปแล้ว อีกรอบจะเกิดขึ้นข่วงปลายเดือน ต.ค. เราอดไม่ได้ที่จะถามถึงความต้องการของคนกับปริมาณผักอินทรีย์ เจ้าของไร่ทั้งสองแห่งพูดตรงกัน ยอดขายไม่ได้กระฉุดเช่นที่ทุกคนคาด ผักอินทรีย์ยังคงครองใจกลุ่มคนที่รักสุขภาพ การเดินทางของมันยังช้าๆ แต่งดงาม
กินผักอินทรีย์หน้าไหน อร่อยและปลอดภัย
เข้าสู่ปลายฝนต้นหนาว เหมาะมากที่จะกินผักหน้าหนาว หรือผักฝรั่ง ผลผลิตเยอะ ราคาไม่แพง แมลงน้อย โรคพืชก็น้อย ความงามของผักจะสะพรั่งดั่งสาวน้อยแรกแย้ม กินอร่อยทั้งสด หรือเคียงข้างจานอาหาร
หน้าร้อนการระบาดแมลงจะมีสูง ผักบางชนิด เช่น ผักคะน้า แม้จะสู้รบกับแมลงได้ จนกลายเป็นฮีโร่ แต่ว่าอาจเสียรสชาติไปนิด แถมรูตามใบก็แยะจนหมดอารมณ์จะกิน ที่สำคัญ จำพวกผักสลัด ราคาจะแพงเวอร์
หน้าฝนเฉอะแฉะ ไม่ใช่แค่คน ผักอินทรีย์ก็ไม่ชอบเช่นกัน ฝนมาเชื้อราก็มา จะกินต้องระวังและล้างให้สะอาด เพราะผักบางชนิดอาจซ่อนเชื้อราไว้ ทางที่ดี ควรกินผักทอดยอด แตกดอกออกผล หวานจับใจ ตำลึง ชะอม ฯลฯ







