
ศึกสายเลือดต่างสี
ศึกเวิลด์คัพทุกครั้งมักมีเรื่องราวต่างๆให้พูดถึงมากมาย และจะมีการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นมาแทบทุกครั้ง ซึ่งฟุตบอลโลกหนนี้จะเป็นครั้งแรกที่มีนักเตะคู่พี่น้องเตรียมลงสนามรับใช้ทีมชาติคนละทีม
นั่นคือ 2 พี่น้องบัวเต็ง
เควิน ปรินซ์ บัวเต็ง มิดฟิลด์วัย 23 ปีของปอร์ตสมัท จะเล่นให้กับทีมชาติกานา ส่วน เจอโรม บัวเต็ง ปราการหลังวัย 21 ปี ของฮัมบูร์ก เตรียมสวมเสื้อทีมชาติเยอรมนี
ทั้งคู่เกิดและใช้ชีวิตวัยเด็กที่เบอร์ลิน โดยเป็นพี่น้องต่างมารดาซึ่งเป็นชาวเยอรมัน มีคุณพ่อคนเดียวกันเป็นชาวกานา ซึ่งในเวิลด์คัพ 2010 คู่พี่น้องบัวเต็งมีสิทธิเผชิญหน้ากัน เพราะเยอรมนีและกานาต่างอยู่ในกลุ่มดี พร้อมกับเซอร์เบียและออสเตรเลีย
“
ตั้งแต่รู้ว่าเยอรมนีกับกานาได้อยู่กลุ่มเดียวกัน เราก็ส่งข้อความหากันตลอด ถ้าเราได้จับมือกันก่อนเริ่มเกม คงเป็นช่วงเวลาที่วิเศษมาก แต่พอหลังจากนั้นเขาจะเป็นคู่ต่อสู้ของผม ซึ่งผมพร้อมไล่เตะเขาได้โดยไม่ต้องคิดมาก” เจอโรม กล่าว2 พี่น้องบัวเต็งต่างเริ่มเล่นฟุตบอลด้วยการเข้าสู่ทีมเยาวชนของแฮร์ธา เบอร์ลิน ซึ่งเควินดูจะไปได้สวยกับอาชีพค้าแข้ง เนื่องจากติดทีมชาติเยอรมนีไล่มาตั้งแต่ยู15 ยันยู21 ก่อนจะย้ายไปค้าแข้งกับสเปอร์สเมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งนั่นเป็นจุดหักเหสำคัญสำหรับเส้นทางในทีมชาติของเขา
บัวเต็งผู้พี่ไม่ประสบความสำเร็จในเมืองผู้ดี ทำให้เขาไม่เคยถูกเรียกตัวติดทีมอินทรีเหล็กชุดใหญ่เลย จนกระทั่งสมาคมฟุตบอลกานาทาบทามให้เขามาเป็นหนึ่งในขุนพลของทีมดาวดำลุยศึกเวิลด์คัพ มิดฟิลด์ของทีมปอมปีย์จึงตัดสินใจเปลี่ยนมารับใช้ชาติทางฝั่งพ่อ
ด้านบัวเต็งผู้น้อง ย้ายมาเสริมแนวรับของฮัมบูร์กเมื่อปี 2007 และพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอย่างโดดเด่นจนกลายเป็นดาวรุ่งของวงการลูกหนังเมืองเบียร์ทันที และได้ลงสนามรับใช้ทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้ว 3 นัด โดยนัดแรกคือเกมคัดบอลโลกที่บุกไปชนะรัสเซีย 10 เมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว
“
ผมไม่เคยคิดเล่นให้ทีมชาติกานา เพราะผมไม่รู้สึกว่าเป็นชาวกานาเท่าไรนัก ส่วนเยอรมนีเป็นบ้านของผม ขณะที่การเลือกเล่นทีมชาติของเควินก็เป็นสิทธิของเขา อย่างไรก็แล้วแต่ เขาเป็นพี่น้องของผม ซึ่งผมก็ยินดีกับเขาด้วย” เดเรก กล่าวขณะที่ ปรินซ์ บัวเต็ง พ่อบังเกิดเกล้าของ 2 นักเตะ กล่าวถึงลูกชายทั้งสองคนว่า มีอุปนิสัยและสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เควินเป็นนักเตะตัวรุกที่ครองบอลและจบสกอร์ได้ดี แต่มักมีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์ รวมทั้งพฤติกรรมนอกสนาม ส่วนเดเรกเป็นกองหลังที่สุขุมและมีระเบียบวินัยในการฝึกซ้อม อีกทั้งดูแลรักษาร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม
แต่เมื่อถามว่า แอบปันใจเชียร์ลูกชายคนไหนมากกว่ากัน คุณพ่อคนนี้ตอบว่า
“
ผมไม่เชียร์ฝั่งไหนเป็นพิเศษ ทีมที่ดีกว่าก็สมควรเป็นผู้ชนะ”






