
สกาวกาญจน์ โชติกวณิชย์ สาวหน้าหวานอยากทำงานเบื้องหลัง
สาวสวยหน้าหวาน หุ่นดี มีชื่อเล่นน่ากินว่า “แซนด์วิชสกาวกาญจน์ โชติกวณิชย์” นักศึกษาชั้นปีที่ 4
โดย...อณุสรา/ชนิดาภา ภาพ กฤษณ์ พรมสาขา ณ สกลนคร
สาวสวยหน้าหวาน หุ่นดี มีชื่อเล่นน่ากินว่า “แซนด์วิชสกาวกาญจน์ โชติกวณิชย์” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต วัย 22 ปี ใครที่เคยดูช่องจ๊ะทิงจาก็คงจะคุ้นหน้าคุ้นตาเธอบ้างแล้วสำหรับแฟนรายการ “บิ๊กข่าว” ซึ่งเธอเป็นพิธีกรอยู่ตอนนี้ ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วเธอยังเคยมีโอกาสเข้าประกวด Miss Thailand Universe 2013 จากการชวนของพี่แถวบ้านที่เป็นช่างแต่งหน้าให้กับดาราทางช่อง 3 แถมเข้ารอบ 80 คน จาก 200-300 คน อีกด้วย
เรียนดีกิจกรรมเด่น...
มาดูกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัยกันบ้าง ด้วยรูปร่างหน้าตาที่สะสวยและเรียบร้อยของเธอ ทำให้เธอได้รับคัดเลือกให้เป็นดาวมหาวิทยาลัยในปี 2554 เธอยังกระซิบบอกอีกว่า เธอร่วมกิจกรรมการประกวดทุกปีเลย นอกจากนั้นยังเข้าร่วมเกือบทุกกิจกรรมที่มีภายในคณะเป็นพิธีกร ทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง และระหว่างที่เรียนก็จะมีการทำเอ็มวี ทำหนัง ตามประสาเด็กนิเทศศาสตร์ เธอก็จะได้รับเลือกจากเพื่อนๆ ให้เข้าไปอยู่ในกล้องเสมอ เมื่อเรียนสูงขึ้นก็จะเจองานที่ยากขึ้น แน่นอนตอนนี้เธอกำลังทำโปรเจกต์ใหญ่เพื่อจบในปีนี้ ทั้งเรียนและกิจกรรมในมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังงานในวงการบันเทิงที่กำลังไปได้สวยพอมีงานบ้างประปราย เธอมีการแบ่งเวลาโดยที่ก่อนออกจากบ้านเธอก็จะวางแผนว่า วันนี้ต้องไปทำอะไร ที่ไหนบ้าง ตอนนี้เรียนปี 4 ตารางเรียนเริ่มน้อยลง ก็ให้เวลากับเรื่องงานมากขึ้น
งานเบื้องหน้าก็ได้เบื้องหลังก็ดี...
มาพูดกันถึงเรื่องความฝันกันบ้าง เธอเล่าให้ฟังว่า ตอนแรกที่เธอยังไม่ได้มารู้จักกับวงการนักแสดง เธอวาดความฝันไว้ว่าอยากเป็นโปรดิวเซอร์ ทำรายการ ทำหนัง อยากทำงานที่เป็นงานเกี่ยวกับจำพวกเบื้องหลัง แต่เมื่อเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยและบวกด้วยหน้าตาที่สวยใสของเธอ เธอจึงถูกเลือกให้มาทำงานเป็นเบื้องหน้า เป็นพิธีกรบ้าง แสดงหนังบ้าง นั้นก็ถือเป็นบันไดอีกขั้นหนึ่งที่นำให้เธอมารู้จักกับวงการบันเทิง ความฝันตอนนี้ของเธอเลยเปลี่ยนไป เธอมีความฝันที่อยากเป็นนักแสดง และตอนนี้เธอก็กำลังเรียนการแสดงเพื่อพัฒนาตัวเองให้เดินตามความฝันอีกด้วย เธอบอกว่านอกจากการเรียนการแสดงแล้ว เธอยังได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในวงการนี้ด้วย ดูจากหน้าตาและความสามารถบวกกับความพยายามของเธอแล้ว โอกาสที่เธอจะทำตามฝันนั้นไม่ยากเลย
วางแผนดีมีแผนสำรอง...
แต่ถ้าในอนาคตงานในวงบันเทิงการไม่ลงตัว เธอก็เล่าต่อไปอีกว่า เธอได้แปลนชีวิตไว้ว่าเธออยากจะเรียนต่อปริญญาโทด้านจิตวิทยา และอยากจะทำงานด้านความสวยความงาม นั่นก็คือ เธออยากเปิดธุรกิจสปาเป็นของตัวเองในอนาคต
พ่อแม่แยกทางกันไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กมีปัญหา...
คุยกันไปคุยกันมาก็ทำให้ได้เห็นแง่มุมดีๆ ในตัวของเธอคนนี้ โดยส่วนใหญ่ในสังคม ถ้าพ่อแม่แยกทางกันจะทำให้ต้องเด็กกลายเป็นเด็กมีปัญหา พ่อกับแม่ของแซนด์วิชแยกทางกันตอนเธออายุ 15 ปี เรียกได้ว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตวัยเด็กที่จะก้าวเข้าสู่วัยรุ่นเลยก็ว่าได้ และเธอในตอนนั้นก็เลือกที่จะอยู่กับพ่อด้วยการตัดสินใจด้วยตัวเอง โดยเธอมักจะโดนแรงกดดันจากรอบข้างที่ยังมีความเชื่อว่า เด็กที่พ่อแม่เลิกกันจะต้องเหลวแหลก เธอจึงมีความดิ้นรนโดยที่เธอทำให้ผู้ใหญ่เห็น ตลอดเวลาที่เธอเรียน ปวช.ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีสมุทรปราการ เธอได้เกียรตินิยมเรียนดีมาตลอด จากตอนวันนั้นจนถึงวันนี้เธออาศัยอยู่กับพ่อ
“พ่อหวงมาก แต่ก่อนไปไหนมาไหนพ่อก็จะไปด้วยตลอด เลี้ยงวันเกิดก็จะไปเลี้ยงกันที่บ้าน แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยพ่อก็เริ่มปล่อยบ้างแล้ว เพราะเราเริ่มโตแล้ว” เนื่องจากพ่อค่อนข้างวัยรุ่น เธอจึงสนิทกับพ่อมากสามารถพูดคุยปรึกษากันได้ทุกเรื่อง ในสังคมส่วนใหญ่ลูกผู้หญิงจะสนิทกับแม่มากกว่า แต่ถึงแม้เธอจะไม่ได้อยู่กับแม่ เธอก็ยังติดต่อกับแม่ตลอด แสดงให้เห็นว่า การที่พ่อแม่แยกทางกันนั้น ไม่ได้ทำให้ตัวเธอรู้สึกขาดเลยแม้แต่น้อย “เด็กที่คิดว่าพ่อแม่แยกทางกันแล้วเราต้องเป็นเด็กมีปัญหา มันเป็นการคิดทำร้ายตัวเองมากกว่า ตอนที่พ่อแม่เลิกกันหนูก็ไม่ได้งอแงโวยวายนะ หนูทำใจยอมรับได้ หนูคิดว่าการที่พ่อแม่แยกทางกัน นั้นคือสิ่งที่เขาเลือกแล้ว พ่อแม่แยกทางกันมันไม่ได้เป็นปมด้อย เราคอยพัฒนาตัวเอง หาอนาคตตัวเองดีกว่า”
นี่เป็นคำพูดที่แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและทัศนคติที่ดีของเธอ ด้วยความสามารถและความไม่ยอมแพ้ที่จะพัฒนาตัวเองของเธออยู่เสมอ เราก็อาจจะได้เห็นผลงานในวงการบันเทิงของเธอในอนาคต รอติดตามกันได้เลย







