
อินชอนเจ๊งยับ-ตะกร้อรับเละ44ล.
เจ้าภาพปลุกกระแสคนดูน้อยเกิน จีนเจ้าเหรียญทอง 9 สมัยติดต่อกัน
เจ้าภาพปลุกกระแสคนดูน้อยเกิน จีนเจ้าเหรียญทอง 9 สมัยติดต่อกัน
อินชอนเกมส์ ขาดทุนยับ จีนยิ่งใหญ่ 9 สมัยติด ยอดอัดฉีดทัพไทย 86 ล้าน ตะกร้อฟาดไปเกินครึ่ง
ชีค อาห์หมัด อัลฟาฮัด อัลซาบาห์ ประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) และ ยูจองบ๊อก นายกเทศมนตรีเมืองอินชอน ได้ทำพิธีส่งมอบธงเอเชียนเกมส์ให้กับ บาสุกี ปูร์นามา ผู้ว่าราชการกรุงจาการ์ตา, อินโดนีเซีย และ ริตา ซูโบโว ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกอินโดนีเซีย (เจ้าภาพเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 ในปี 2018) ในพิธีปิดเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่อินชอน, เกาหลีใต้ วันที่ 4 ต.ค.
ประธานโอซีเอ ยืนยันให้คงรูปแบบการแข่งขันเอเชียนเกมส์เทียบเท่ากับโอลิมปิกเกมส์ แม้จะมีการปรับลดงบ ประมาณลงบ้างก็ตาม
“เอเชียนเกมส์ควรจะแข่งขันกันไม่น้อยกว่านี้ เราจะพยายามลดต้นทุนการดําเนินงาน แต่ไม่ใช่รูปแบบการแข่งขัน จากกว่างโจว 2010 มาถึงอินชอน ต้นทุนดําเนินงานลดลง และอาจจะลดลงอีกเล็กน้อยในจาการ์ตา 2018 แต่เราต้องรักษามาตรฐานของเอเชียนเกมส์ไว้” ประธานโอซีเอ กล่าว
อย่างไรก็ตาม อินชอน กลายเป็นเมืองที่มีหนี้สินสูงสุดในเกาหลีใต้ หลังต้องสร้างสนามกีฬาใหม่ 17 แห่ง รองรับการแข่งขัน 36 ชนิดกีฬา ซึ่งมากกว่าโอลิมปิกถึง 8 ชนิดกีฬา แต่มีรายได้กลับคืนมาไม่คุ้มค่า เนื่องจากกระแสผู้ชมไม่มากนัก
ด้านพิธีปิด ณ อินชอน เอเซียด เมน สเตเดี้ยม มี จุงฮองวอน นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้, คิมยองซู ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน, ชีค อาห์หมัด ประธานโอซีเอ, ยูจองบ๊อก นายกเทศมนตรีเมืองอินชอน มาร่วมงาน พร้อมด้วยทัพนักกีฬาไทยและชาติสมาชิกจาก 45 ประเทศทั่วเอเชีย
เจ้าภาพจัดการแสดงความยาวกว่า 2.30 ชั่วโมง โดยเน้นเรื่องของสปิริต ความรัก ความสามัคคี ของคนในทวีปเอเชีย พร้อมจัดชุดการแสดงที่สื่อถึงวัฒนธรรมอันดีของชาติเจ้าภาพ โดยมีศิลปินวงเคป๊อปชื่อดังมาร่วมงานคับคั่ง ก่อนปิดท้ายด้วยการนำคบไฟ 45 อัน สื่อถึงประเทศสมาชิก 45 ชาติ ที่ร่วมแข่งขันครั้งนี้ เคลื่อนมารวม ตัวกัน และพ่นน้ำออกมาอย่างสวยงาม
ทั้งนี้ เจ้าเหรียญทองยังคงเป็นของจีน ที่กวาดไปถึง 151 เหรียญทอง (ครองแชมป์ทองเป็นสมัยที่ 9 ติดต่อกัน) ตามด้วยอันดับ 2 “เจ้าภาพ” เกาหลีใต้” 79 ทอง ส่วนไทยมาอันดับ 6 ด้วย 12 ทอง ขณะที่อินโดนีเซีย เจ้าภาพครั้งต่อไป อันดับ 17 ทำได้ 4 ทอง
ขณะที่รางวัลนักกีฬาทรงคุณค่า (ซัมซุง เอ็มวีพี อวอร์ด) ที่มาจากการโหวตของนักข่าวกว่า 1,600 คน เป็นของ โคสึเกะ ฮาจิโนะ (ญี่ปุ่น) นักว่ายน้ำชาย ทำให้เป็นนักกีฬาจากแดนปลาดิบคนที่ 3 ที่ได้รับรางวัลนี้ ต่อจาก โคจิ อิโตะ (กรีฑา/1998) และ โคสึเกะ คิตาจิมะ (ว่ายน้ำ/2002)
“ผมไม่คิดมาก่อนว่าจะได้รางวัลนี้ ต้องขอบคุณครอบครัวที่ให้การสนับสนุนมาตลอด และเพื่อนร่วมทีมที่ร่วมซ้อมด้วยกันมาผมต้องการทำผลงานให้ดีที่สุดใน ริโอเกมส์ 2016 รวมถึง โอลิมปิก ที่โตเกียว อีก 6 ปีข้างหน้าด้วย” ฉลามหนุ่มวัย 20 ปี กล่าว
ด้านผลงานของทัพนักกีฬาไทย 12 ทอง 7 เงิน 28 ทองแดง ทำให้ได้เงินอัดฉีดรวม 86,670,000 บาท แบ่งเป็น เงินรางวัลนักกีฬา 62,500,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 9,620,000 บาท, สมาคมกีฬา 14,550,000 บาท โดยมาจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ เหรียญทองละ 1,000,000 บาท เงิน 500,000 บาท ทองแดง 200,000 บาทผู้ฝึกสอนได้รับ 20% (ในกรณีทีมมากกว่า 7 คน ได้รับ 10%) และสมาคมกีฬาได้รับ 30% (ไม่เกิน 6 ล้านบาท)
ทั้งนี้ ทีมตะกร้อที่กวาดมามากสุด 4 ทอง รับไปถึง 44 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของนักกีฬา 34 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นของโค้ชและสมาคม







