posttoday
สมพร ธิรินทร์ & ศุภสัณห์ แก้วบรรพต ครู-ลูกศิษย์ สุดแซ่บ

สมพร ธิรินทร์ & ศุภสัณห์ แก้วบรรพต ครู-ลูกศิษย์ สุดแซ่บ

04 ตุลาคม 2557

สำหรับเขา ไก่สมพร ธิรินทร์ แฮร์สไตลิสต์ชื่อดังของเมืองไทย คือ ไอดอลในสายวิชาชีพ

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

สำหรับเขา ไก่สมพร ธิรินทร์ แฮร์สไตลิสต์ชื่อดังของเมืองไทย คือ ไอดอลในสายวิชาชีพที่แอบปลื้มมานาน ได้ทำความรู้จักผ่านหน้าสื่อเท่านั้น

สำหรับเขา โอ๊ตศุภสัณห์ แก้วบรรพต แฮร์สไตลิสต์ผู้ชนะเลิศจากการประกวด เทรนด์ วิชั่น อวอร์ด ประเทศไทย คือ รุ่นน้องร่วมวิชาชีพที่มีรางวัลการันตีฝีมือความสามารถ

ไม่น่าเชื่อว่า วันหนึ่งทั้งสองจะได้โคจรมาพบกัน เมื่อไก่สมพร ธิรินทร์ แฮร์สไตลิสต์ชื่อดังของเมืองไทย ได้รับการทาบทามให้มาเป็นโค้ชให้กับการออกแบบเทรนด์ผมให้กับช่างผมแชมป์ประเทศไทย เพื่อไปแข่งในเวที “อินเตอร์เนชั่นแนล เทรนด์ วิชั่น อวอร์ด 2013” ณ งานแฮร์เวิลด์ เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

ไม่ต้องอธิบายว่าเคมีของทั้งคู่เข้ากันขนาดนี้ เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ เขาทั้งคู่ได้สร้างชื่อให้ประเทศไทยอีกครั้ง เมื่อชื่อของโอ๊ตศุภสัณห์ แก้วบรรพต ถูกประกาศว่าเป็นผู้คว้ารางวัลซิลเวอร์ คัลเลอร์ อวอร์ด วินเนอร์ มาครองได้สำเร็จ ซึ่งนับเป็นช่างผมไทยคนไทยที่ทำสำเร็จ

น้องโอ๊ต คือ ลูกศิษย์ที่ส่งถึงฝั่ง

ด้าน ไก่สมพร ธิรินทร์ ในฐานะที่มานั่งตำแหน่งเป็นโค้ชให้ช่างผมไทยไปแข่งในระดับเวทีโลกครั้งแรก บอกเล่าถึงความรู้สึกแรกเมื่อได้มาร่วมงานกับช่างผมรุ่นน้องว่า ประทับใจในตัวโอ๊ตหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องความสามารถ ซึ่งเขามีอยู่ระดับไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่ได้แชมป์ประเทศไทย แต่พอได้ร่วมงานด้วย ยิ่งเห็นความสามารถ ความพยายามของเขา เวลามาคุยงาน เราสั่งการบ้านอะไรไป น้องก็ตั้งใจทำอย่างเต็มที่

“ตลอดเวลาทำงานด้วยกัน น้องเขาเป็นคนใฝ่รู้ และตัดคำว่ากูรู้แล้วออกไป เวลาเราบอกแบบไหน ก็เชื่อ อาทิตย์หนึ่งเราจะเจอกัน 1 วัน เพื่อคุยคอนเซ็ปต์ เช็กงานที่ให้โจทย์ไป ระหว่างนั้น โอ๊ตจะไลน์ผลงานมาให้ดูตลอดว่า ทำถึงไหน มีปัญหาอะไรบ้าง”

ถามว่าก่อนไปคิดว่าจะประสบความสำเร็จขนาดนี้หรือไม่ ไก่ ตอบว่า ไม่เต็ม 100 เพราะปีนี้เป็นปีแรกที่มาทำ เราตั้งใจไปชิมลางดูงานก่อน แต่พอเห็นผลงานของอีก 80 กว่าประเทศที่เข้าแข่ง และ เราติด 1 ใน 20 ก็เริ่มมั่นใจคิดว่าปีนี้เราก็หนึ่งในตองอูเหมือนกัน

“หวังมากมั้ยคิดดู ตอนประกาศรางวัลที่ 3 เขาประกาศ ไอซ์แลนด์ หูเราได้ยินอะไร แลนด์ๆ คิด ว่า ไทยแลนด์ ก็กรี๊ดซะลั่น ปรากฏผิด แต่พอเขาประกาศที่ 2 เป็นไทยแลนด์ ของจริง เรายิ่งงงอยู่ เลยเงียบ กว่าจะได้สติว่า รางวัลนี้ของเรา (หัวเราะ) ก็โบกธงชาติไทยที่เตรียมไปใหญ่ ตอนนั้นบรรยายความรู้สึกไม่ถูกเลย รู้สึกตื้นตัน เข้าใจความรู้สึกของคนที่เป็นครู เวลาส่งลูกศิษย์มาถึงฝั่งเลยจริงๆ”

เวลานี้ เรามองน้องโอ๊ตเหมือนเป็นดอกบัวนะ บัวที่พ้นน้ำที่ประสบความสำเร็จแล้ว ไก่ บอกว่า การได้ร่วมงานกันจนประสบความสำเร็จในครั้งนี้ เหมือนเราได้เรียนรู้จากกันและกัน

“พี่เองไม่ได้เป็นแต่ฝ่ายให้ แต่บางอย่างพี่ก็ได้จากน้อง คนเราแต่ละคนมีมุมมองที่ต่างกัน บางทีพี่ก็ได้มุมมองใหม่ๆ จากน้องๆ แฮร์สไตลิสต์ บางอย่างเรารู้ไม่ทันเด็กเหมือนกัน แต่สุดท้ายเราจะฟังความคิดของเขา แล้วมาตบอีกทีให้เข้าที่เข้าทาง”

อย่างไรก็ตาม หลังจากเสร็จภารกิจ ด้วยภาระงานที่แน่นตัวทั้งคู่ ทำให้ได้เจอกันน้อยลง แต่เร็วๆ นี้ทั้งคู่อาจได้กลับมาร่วมงานกันอีกในเวทีแฟชั่นวีก ไก่ บอกว่า อยากให้น้องมาเห็นการทำงานหลังเวทีไม่เหมือนกับทำงานในร้าน ผลงานประเมินโดยความพอใจของลูกค้า แต่เบื้องหลังการทำงานแฟชั่นวีก สไตล์ผมที่ใช้ และปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องเจอมีมาก ก็อยากชวนน้องมาเปิดประสบการณ์

“อีกอย่างหนึ่งที่พี่ประทับใจในตัวโอ๊ตคือ เขาเป็นคนคว้าทุกโอกาสในชีวิตที่เขามา ไม่ปล่อยให้ผ่านไป”

พี่ไก่ คือ นางฟ้าของผม

โอ๊ตศุภสัณห์ แก้วบรรพต ซึ่งวันนี้ปรากฏตัวในลุคแซ่บเวอร์ ทั้งเสื้อผมและทรงผม ผิดกับภาพของช่างผมผู้มุ่งมั่นที่ขึ้นไปรับรางวัลบนเวทีระดับโลกอย่างสิ้นเชิง เป็นฝ่ายเล่าถึงวันแรกที่ได้เจอแฮร์สไตลิสต์ชื่อดังของเมืองไทยก่อนว่า ตอนที่ได้แชมป์ประเทศไทย และทางเวลล่า โปรเฟสชั่นแนล จะหาโค้ชให้ เราไม่รู้เลยว่าเป็นใคร ไปรู้อีกทีคือวันที่นัดประชุมคุยงาน

“พอวันนั้นเจอพี่ไก่ ก็ดีใจนะ เขาเป็นไอดอลของเราอยู่แล้ว ยิ่งได้ทำงานด้วยยิ่งประทับใจในตัวพี่เขา เพราะภาพที่เราวาดไว้ในใจเวลาที่เราเห็นเขาผ่านสื่อ อาจจะดูเป็นคนที่เข้าถึงยาก ดูเยอะนิดนึง (หัวเราะ) แต่จริงๆ เขาเป็นคนไม่ถือเนื้อถือตัวเลย เป็นกันเองมาก”

จนมาถึงวันแห่งความสำเร็จ ตลอดหลายเดือนที่ได้ร่วมงานกับพี่ไก่ ประทับใจพี่เขาหลายเรื่อง เพราะตอนไปเยอรมนี เราก็ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทั้ง กิน นอน เที่ยว ถ้าให้ยกเป็นคำพูดคงไม่มี แต่เราประทับใจในการกระทำของพี่เขามากกว่า

“ในการทำงาน พี่เขาให้อิสระปล่อยให้เราทำให้เต็มที่ ถ้าสุดท้ายออกมาไม่ใช่ พี่เขาก็จะบอกว่า ชอบหรือไม่ชอบ แล้วให้เราตัดสินใจเอาเอง สำหรับผม ตลอดเวลาที่ทำงานด้วยกัน ผมลดอีโก้ตัวเองลง เพราะเชื่อว่า ถ้าจะให้ประสบความสำเร็จ เราต้องเชื่อโค้ช โอ๊ตเชื่อว่า ถ้าเขาไม่เก่งจริงคงไม่ได้มาเป็นโค้ช ดังนั้นช่างที่อยากประสบความสำเร็จ ก็ต้องเชื่อฟังโค้ช”

ถามว่า พี่ไก่ ดุมั้ย โอ๊ตตอบแบบไม่ต้องคิดนานเลยว่า ไม่เลย ใครเจอพี่ไก่ดุแสดงว่าต้องแย่จริงๆ เวลาทำไม่ถูกหรือยังไม่ดี พี่ไก่จะอธิบายให้ฟังมากกว่า พี่ไก่เป็นคนพูดอะไรนิ่มๆ ใครร้อนๆ มาเจอพี่ไก่จะเย็นเลย

“ถ้าให้เปรียบเทียบพี่ไก่ เป็นอะไรในชีวิต โอ๊ตว่า พี่ไก่เป็นนางฟ้า ที่สามารถเสกอะไรก็ได้ เสกให้เรามาถึงจุดนี้ได้ มีรางวัลการันตีฝีมือ มีใบเบิกทางสำหรับอนาคต”

ทุกวันนี้ ถึงไม่ได้เจอกันบ่อย แต่ทั้งสองยังติดตามความเคลื่อนไหวของกันและกันผ่านหน้าเฟซบุ๊ก เข้ามากดไลค์ แสดงความเห็นผ่านโลกออนไลน์ให้หายคิดถึงบ้างเป็นประจำ ทำให้มิตรภาพที่เกิดขึ้นยังคงอยู่เสมอ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท