posttoday

ของกินระหว่างสงคราม

03 มิถุนายน 2553

นึกไม่ถึงครับว่าจะมีจลาจลสงครามกลางเมือง อดอยากหาร้านกินไม่ได้ยิ่งกว่าตอนสงกรานต์หลายเท่า แถมบรรยากาศเต็มไปด้วยอันตรายปั่นป่วน

นึกไม่ถึงครับว่าจะมีจลาจลสงครามกลางเมือง อดอยากหาร้านกินไม่ได้ยิ่งกว่าตอนสงกรานต์หลายเท่า แถมบรรยากาศเต็มไปด้วยอันตรายปั่นป่วน

โดย...สุธน สุขพิศิษฐ์

เมื่อตอนสงกรานต์เคยเขียนว่า เมื่อไม่มีร้านขายอาหารก็ไม่ต้องง้อ ทำกินเองก็ได้ ตอนนั้นผมนึกว่าแน่มาก ก็แค่หาซื้อของจากที่โน่นที่นี่มาทำกิน ตลาดสดไม่มีของก็ไปห้างมีของถมถืด จะเอาอะไรก็มี แถมยังบอกอีกว่าเป็นการดีเสียอีกที่จะได้พิสูจน์ฝีมือในการทำกิน

แต่นึกไม่ถึงครับว่าจะมีจลาจลสงครามกลางเมือง อดอยากหาร้านกินไม่ได้ยิ่งกว่าตอนสงกรานต์หลายเท่า แถมบรรยากาศเต็มไปด้วยอันตรายปั่นป่วน เดี๋ยวโป้ง เดี๋ยวป้าง เป็นการบังคับในตัวว่าต้องอยู่กับบ้าน ไม่ควรออกไปไหนทั้งสิ้น

เมื่อตอนที่มีข่าวออกไปยังต่างประเทศใหม่ๆ ลูกชายโทร.มาบอกว่าให้ไปซื้อของตุนไว้ ตอนนั้นยังนึกว่า โธ่...จิ๊บจ๊อย ตุนเตินทำไม จะเอาอะไรหลับตาไปซื้อที่ไหนก็ยังได้

ของกินระหว่างสงคราม

ปรากฏว่าเรียบโร้ยโรงเรียนพระราม 4 ผมอยู่คอนโดในซอยภูมิจิตรบนถนนพระราม 4 ถึงจะค่อนไปทางพระโขนงก็ตาม แต่ก็เจอผลกระทบเอาเรื่องเหมือนกัน

เมื่อวันแรกที่ประกาศเคอร์ฟิวนั้นคิดว่าดีเหมือนกัน ราชการคงควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะชาวบ้านต้องอยู่ในบ้านอย่างเดียว ที่จะออกมาเพ่นพ่านคงมีแต่ผู้ก่อการร้ายอย่างเดียว ปรากฏว่ายิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ไฟไหม้ทั่วเมือง

เมื่อคืนแรกตอนดึกๆ นั้นยืนดูที่หน้าต่างก็นึกไม่ถึงว่ากรุงเทพฯ จะเงียบได้ถึงขนาดนั้น ขนาดใบไม้หล่นใบเดียวได้ยินไปทั้งกรุงเทพฯ บนทางด่วนไม่มีรถวิ่ง ข้างคอนโดที่ผมอยู่เป็นหมู่บ้าน ซึ่งโดยปกติตี 3-4 ก็ยังเคยเห็นรถเปิดไฟวิ่งอยู่บ้าง นี่เงียบสนิทจริงๆ แม้กระทั่งหมายังไม่มีเดิน ไม่รู้ว่ามันรู้ได้อย่างไรว่าต้องอยู่ในบ้านอย่างเดียว

พอตอน 9 โมงเช้า ผมจำเป็นต้องออกไปที่บางกอกโพสต์ผ่านมาทางถนนพระราม 4 ที่มีร่องรอยสลักหักพังไฟไหม้ ตลอดทางไม่มีรถวิ่ง ร้านก็ปิดหมด แม้กระทั่งคนยังไม่ค่อยมีเดินเลย ยังนึกว่านักสร้างหนังสงครามทำไมไม่ฉวยโอกาสมาทำหนังเอาตอนนี้โดยไม่ต้องสร้างฉากให้ยุ่งยาก ใช้ของจริงนี่แหละ

เสร็จธุระแล้วก็รีบกลับ ตอนนี้เป็นเรื่องแล้ว Lotus กับ Carrefour ปิด สำหรับตลาดคลองเตยนั้นผ่านไปได้เลย เพราะตอนที่มีการเผายางที่บ่อนไก่ สะพานคู่ กับใต้ทางด่วนนั้น พ่อค้าแม่ค้าตลาดคลองเตยแตกกระเจิงไปหมดแล้ว แล้วอีกอย่างตลาดนี้ในช่วงปกติเขาจะมาลงของกันทั้งคืน แต่เมื่อมีเคอร์ฟิวห้ามคนเข้าออก ก็ไม่มีของแน่ๆ หรืออาจจะยังมีของเหลือจากวันก่อนๆ ผมคงซื้อไม่ทันพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องไปรีบซื้อเอาไปขายที่อื่น ฉะนั้นก็แปลว่าของสดของแห้งไม่ต้องหา ลืมตาไปหาที่ไหนก็ไม่มี ถ้าจะซื้อจริงๆ คงต้องไปถึงชลบุรี

ก็ยังดีว่าผมยังมีของตุนอยู่ในช่องแช่แข็ง ซี่โครงหมู กระเพาะหมู ปีกไก่ที่ตุ๋นเปื่อยแล้วแยกเป็นถุงๆ เก็บไว้ ปลาสดแช่แข็งกับไข่ไก่ก็มีพอประมาณ ขาดผักกับพริก

วันแรกก็ทำข้าวต้มซี่โครงหมู ขาดผักชีต้นหอมกับพริกชี้ฟ้าสำหรับเอามาทำพริกดอง ทำมากหน่อยเพราะจะได้

เผื่อมื้อกลางวันอีกมื้อ พอตอนเย็นอีกวันก็เอาปลาออกมาจัดการ ก็สรุปว่าพอกล้อมแกล้มรอดตัวมาได้

ก็เลยมาคิดถึงเรื่องตุนอาหาร จะประมาทหรือหวังอะไรข้างหน้าไม่ได้ ขนาดข้างคอนโดที่ผมอยู่ที่เป็นหมู่บ้านและมีประตูเล็กๆ ให้คนเดินเข้าออกกันได้ ซึ่งปกติจะมีรถปิกอัพเปิดเครื่องขยายเสียงเข้ามาขายของในหมู่บ้าน เช่น รถขายเป็ดย่าง รถขายปลาทูสด ปลาทูนึ่ง หอยแครง หอยแมลงภู่ ปลาหมึก รถขายขนมกุยช่ายตลาดพลู รถขายผลไม้ ผมอยู่คอนโดทั้งวันจนจำเวลาที่รถพวกนั้นมาขาย อย่างหนึ่งก็เพราะเขาเปิดเครื่องขยายเสียงเสียงดังมาก วันนั้นไม่มีรถอะไรมาเลย มีอยู่ 2 คัน เป็นรถรับซื้อของเก่า เช่น ทีวีเก่า ตู้เย็นเก่า แอร์เก่า สว่านไฟฟ้าเก่า กับรถขายกระถางและดินปลูกต้นไม้ อย่างนั้นอย่ามาดีกว่า เสียความรู้สึก

ก็เลยมานึกถึงเรื่องการเก็บตุนนั้น ซึ่งผมว่าเป็นบทเรียนที่ต้องรอบคอบเอาเรื่องเหมือนกัน ก็เลยเอาเรื่องนี้มาเขียนแนะนำ

ของกินระหว่างสงคราม

อย่างแรกที่น่าจะมีไว้เป็นเตาแก๊สเล็กๆ ที่ใช้แก๊สกระป๋องเล็กด้วย ซึ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะคนที่อยู่คอนโด เพราะปกติตามคอนโดทั่วไปจะห้ามไม่ให้คนอยู่ใช้เตาและแก๊สถัง ให้ใช้เตาไฟฟ้าอย่างเดียว

เพราะเมื่อมีเหตุการณ์สุดวิสัยเกิดไฟฟ้าดับขึ้นมา อะไรก็ใช้ไม่ได้ทั้งนั้น ไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว หรือต้มกาแฟ หรือจะต้มบะหมี่กินก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น แล้วถ้าอยู่ชั้น 7-8 จะขึ้นลงมาหาอะไรกินทีเดินขึ้นบันไดกันน่องอ่วมแน่ ฉะนั้นเตาแก๊สเล็กๆ จะแก้ขัดได้ ซื้อพร้อมกับแก๊สกระป๋องเล็กที่ขายเป็นชุด ชุดละ 3 กระป๋อง เมื่อเก็บหลายวันเข้าก็เอาออกมาใช้เสียทีหนึ่ง แก๊สหมดแล้วก็ไปซื้อมาเก็บใหม่

อาหารสดประเภทไก่ เนื้อ หมูนั้นทำสำเร็จแล้วแบ่งใส่ช่องแข็งไว้ก็ดี หยิบมาใช้ได้เลย ทุ่นเวลาทำด้วย

ผักเล็กๆ น้อยๆ นั้นอาจจะพอหาซื้อได้ แต่พริกน่าจะต้องมีติดไว้ครับ ทั้งพริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า สำหรับพริกนี้น่าจะมีทั้งอย่างเขียวและอย่างแดง และพยายามอย่าให้โดนน้ำ ใช้อย่างเขียวมากกว่าอย่างแดง เพราะอย่างแดงนั้นถ้าอยู่ในถุงพลาสติกมันจะค่อยๆ แห้ง จนเกือบเป็นพริกแห้ง แล้วก็เอาผึ่งลมจะกลายเป็นพริกแห้งต่อไปได้โดยไม่เสียของ

ที่ว่าพริกจำเป็นนั้น ลองกินอาหารจืดๆ หลายมื้อเข้าก็จะอยากกินอาหารที่มีรสเผ็ด ตัวอย่างวันแรกอาจจะทำไข่เจียวหมูสับ วันที่สองยังพอทน แต่วันที่สามไม่เอาแล้ว ก็เป็นไข่เจียวใส่พริกชี้ฟ้า หอมแดง ก็ยังพอได้ ถ้ายิ่งมีใบโหระพาด้วยแล้วก็ยิ่งแจ่ม

หรือถ้าตำน้ำพริกกะปิพอได้ ยิ่งจำเป็นครับสำหรับพริกขี้หนู ตำเยอะหน่อยก็ได้ วันแรกกินน้ำพริกกะปิ วันที่สองเอาข้าวผัดน้ำพริกกะปิ ถ้ายิ่งมีปลาทูเหลือก็ยิ่งดี ทอดไข่ดาวเกรียมๆ สัก 1-2 ลูก เท่านี้ก็เรี่ยมเร้เรไร

พวกกุ้งแห้ง ปลากรอบ น้ำพริกสำเร็จรูปใส่กระปุก จะเป็นน้ำพริกลงเรือ น้ำพริกนรก หรือน้ำพริกปลาแห้ง น้ำพริกเผา ไข่เค็ม เครื่องข้าวต้ม ก็น่าจะมีไว้ครับ ถ้าชักจะเก็บนานหน่อยก็จัดการกินเสีย กินแล้วก็ซื้อมาไว้ใหม่

ผมนึกไปถึงคนสมัยก่อน ขนาดไม่มีเหตุการณ์คับขันเขาก็อยู่ได้ แล้วไม่มีตู้เย็นด้วยซ้ำไป ตลาดก็อยู่ไกล 7 วันถึงจะติดตลาดครั้งหนึ่ง เขายังอยู่สบายๆ นี่เรามาติดความสะดวกสบายเสียจนเคยตัว เวลามีภาวะฉุกเฉินขึ้นมาเล่นเอามึนเหมือนกัน แต่ผมว่าก็ดีเหมือนกันที่บทเรียนมันช่วยให้มีการตั้งหลัก ตั้งอยู่บนความไม่ประมาทครับ

ข่าวล่าสุด

บางจาก นำร่อง "Fry to Fly" น้ำมันครัวใช้แล้ว 2 ลิตรแลกน้ำมันรถ 1 ลิตร