
ความเชื่อกับความจริง
โดย...ปู โลกเบี้ยว
โดย...ปู โลกเบี้ยว
บางทีการที่เรากลายเป็นคนไม่มั่นใจ เป็นเพราะเราชอบไปฟังความชาวบ้านเค้ามารึเปล่า? ยิ่งสมัยนี้ไม่รู้ว่าการที่ได้เสพข่าวต่างๆ ในโซเชียลเน็ตเวิร์กเนี้ยมันเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ล่ะ แต่เมื่อไหร่ที่เราได้รับรู้มันก็เหมือนถูกฝังให้อยู่ในความทรงจำของเราไปเสียแล้วน่ะซิ ปูเคยรู้สึกเสียใจกับเรื่องหนึ่ง เพราะความเชื่อที่ไม่เข้าเรื่องของปูเองก็จะไม่ให้เชื่อได้ยังไงล่ะ ก็มันอยู่ในตำราที่ไปศึกษามานี่หว่า จนเวลาผ่านไปประสบการณ์ก็ได้สอนเราว่า ทุกอย่างในโลกใบนี้มันมักจะมีเหตุและผลของมันเสมอ เมื่อมีเหตุมันจึงได้เกิดผลตามมา แล้วเหตุผลของแต่ละคนแต่ละบ้านก็ไม่เหมือนกันซะด้วยซิ..oo00( >z<):
ตอนได้ไปศึกษาฮวงจุ้ยใหม่ๆ ก็เลยมีไฟ จะทำอะไรก็บ้าฮวงจุ้ย ต้องทำตามที่เรียนมาแบบเป๊ะๆ ไม่อยากพลาดกลัวจะไม่เกิดผล แล้วมันก็ไม่เกิด แถมยังแย่เสียด้วยซ้ำไปดิ สุดท้ายถึงได้ตระหนักว่าทุกอย่างที่เราเรียนมานั้นมันไม่ผิดหรอก แต่มันไม่ได้ประสบความสำเร็จไปซะทุกคนหรอกนะ ก็เหมือนพวกที่ไปเสพศัลยกรรมอ่ะ บางคนหนังหน้ารับก็สวยเอาๆ ในขณะที่บางคนเสียเงินไม่ว่าแต่หนังหน้าไม่รับอ่ะดิ ยิ่งทำยิ่งแย่
แล้วพวกที่ชอบเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุลอีก ทำไมบางคนเปลี่ยนแล้วดี มีชีวิตที่ผาสุก ทำมาหาเงินได้จังเลย และในอีกหลายๆ คนเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก เปลี่ยนจนกลายเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเองไปแล้ว ถ้าไม่แย่ไปกว่าเดิมอย่างมากก็เท่าทุน คือ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร แค่ยุ่งยากวุ่นวายอีตอนที่ต้องไปเปลี่ยนชื่อใหม่ในสารพัดบัตรเท่านั้นเอง เคยฟังท่านปัญญาเทศน์เรื่องชื่อ “ชื่อคนเราเป็นเพียงการแบ่งแยกผู้คน” จะได้รู้ว่าใครคือใคร เป็นลูกเต้าเหล่าใคร แต่ไอ้เรื่องชีวิตจะชั่วจะดีนั้นขึ้นอยู่กับการกระทำของเรามากกว่า ท่านว่าเคยมีเด็กผู้ชายคนหนึ่ง มันเป็นคนใจร้อน ท้าตีท้าต่อยกับเค้าไปทั่ว อาจารย์เลยตั้งชื่อให้ว่า “เมตตา” เผื่อมันจะได้ใจเย็นขึ้น และแล้วมันก็เหมือนเดิม เพราะนิสัยสันดานเดิมคือ เป็นคนใจร้อน ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ เอะอะอะไรก็ลุยลูกเดียว อาจารย์ต้องคอยเรียกตลอดว่า “เมตตา เมตตา” และสอนให้เค้าเป็นคนที่หัดควบคุมอารมณ์ตัวเองด้วยธรรมะและการมีสมาธิ (///v///) เค้าก็ทำได้แต่ได้แค่ช่วงสั้นๆ ก็ยังดีกว่าทำไม่ได้เลยไง พอหัดบ่อยๆ ก็เกิดความเคยชิน และสามารถระงับอารมณ์ร้อนได้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่า เค้าจะเป็นคนใจเย็น เพราะนิสัยเค้ายังไงก็จะลุยแก้ไม่หายเพียงแต่เบาลงเท่านั้นเอง (#’c’ ) เห็นมั้ยว่ามันไม่เกี่ยวกับชื่อเล้ยยยยย (‘ )
ตอนเรียนฮวงจุ้ยมาใหม่ๆ อยากลองของจัดบ้านตามตำรา พอดีกับที่บ้านกำลังปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน เพราะปลวกกินพื้นไม้แล้วมันก็ผุอีกด้วย คุณลุงผู้รับเหมาก็น่ารักด้วยความหวังดีของแกอุตส่าห์เลือกไม้ที่ยังพอใช้ได้ มาต่อเป็นโต๊ะม้านั่งใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน เอาซะใหญ่นั่งได้รอบต้นไม้เลยล่ะ แกว่าเอาไว้ปาร์ตี้นอกบ้าน เพื่อนๆ มาจะได้มีที่นั่งเยอะๆ สบายๆ หน้าบ้านปิ้งย่างบาร์บีคิวงี้ แต่พอปูกลับมาบ้านก็อาละวาดแกใหญ่เลย ตอนนั้นแกก็งงๆ นะ ว่าตรูทำผิดอะไรฟระ ที่อาละวาดลุงแกก็เพราะไอ้ที่เรียนมาน่ะ เค้าว่าอย่าให้โต๊ะปาร์ตี้ใหญ่กว่าโต๊ะกินข้าวในบ้าน เพราะมันหมายถึงการผลาญเงินผลาญทองมากกว่าการทำมาหาเงินเข้าบ้าน น่านนนๆ ไง ด่าลุงซะกระเจิงเลย แล้วสุดท้ายก็ไอ้โต๊ะนี้ล่ะที่ได้รับแขก ทำกิจกรรมสารพัดของครอบครัว วางข้าวของได้มากมาย ถ้าลุงแกสร้างเล็กกว่านี้ก็คงไม่พอวางของ ไม่พอให้ผู้คนเข้ามานั่ง กว่าจะรู้ประโยชน์ที่ได้ กว่าจะสำนึกบุญคุณ ก็ไม่สามารถติดต่อคุณลุงคนนั้นได้อีกแล้ว ทำให้เสียใจจนถึงทุกวันนี้แหละ แทนที่จะมายึดเอาตามตำรา ทำไมเราไม่ยึดจากหลักความเป็นจริงล่ะ? (o_o:)
อีกเรื่องก็ตามตำราอีกแล้ว เค้าว่าปลาร่าเริงคนก็ร่ำรวย น้ำต้องใสไหลเย็นเห็นตัวปลา นั้นหมายความว่าเงินจะไหลเข้า ลูกหลานภายในบ้านไม่ดื้อ ให้คุณ แล้วมันก็สวยงามด้วยไง แต่ถ้าน้ำขุ่นเน่านั้นหมายถึงสัญญาณที่จะต้องเสียเงินเสียทอง ลูกหลานไม่ได้ดังใจ หรือลูกน้องบริวารหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ ปูก็เชื่อมาอย่างนั้นตลอด ปีหนึ่งๆ ไอ้บ่อปลาบ้านปูมันมักจะขุ่นๆ อยู่สองสามครั้ง แล้วมันก็มักจะพอดีกับอีตอนที่ต้องจ่ายเงินภาษีรายได้ก้อนใหญ่ซะด้วยดิ ปูเลยยิ่งเชื่อมั่นมากว่าถ้าบ่อขุ่นเมื่อไรจะต้องเสียเงินเมื่อนั้น พอบ่อขุ่นหน่อยก็ขัดถูพยายามไม่ให้มีขี้ตะไคร้ ถึงน้ำจะไม่ได้เน่าแต่ถ้าไม่ใสละก็ เอาแล้วเป็นต้องเปลี่ยนน้ำ และแล้วปูก็ตระหนักแล้วว่าตรูจะเปลี่ยนน้ำให้มันเปลืองทำไมฟระ ยังไงถ้ามันจะต้องเสียเงินมันก็ต้องเสียอยู่ดีแระ ไหนจะต้องเสียเงินอยู่แล้วยังจะต้องมาเสียค่าน้ำในบ่ออีก ไอ้พวกปลามันก็คงอยากจะบอกเราอ่ะนะว่า เฮ้ย! เคยถามพวกเราบ้างมั้ย? ว่าอยากอยู่อย่างมืดๆ บ้างอ่ะ เพราะถ้าน้ำใสแดดก็ส่องถึง พวกมันอาจจะร้อนก็ได้ไง หึหึ \(^o^)/ อีกอย่างพวกมันก็ยังคงกินอาหารตามปกติ น้ำก็ไม่ได้เน่าเสียจนปลาตายซะเมื่อไรกันล่ะ ชิมิ ทุกวันนี้ปูเลยปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติของมันนั้นแหละ ไม่เปลืองน้ำด้วย







