
ความรัก (ลูก) ของเราไม่เท่ากัน
โดย...กองทรัพย์ /ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
โดย...กองทรัพย์ /ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
“ทำไมแม่รักแต่น้อง” เชื่อว่าประโยคนี้จะเกิดขึ้นกับลูกคนโตแทบทุกบ้าน ปัญหาของลูกคนโตที่รู้สึกว่าพ่อกับแม่รักน้องมากกว่าตัวเอง พวกเขาอาจจะมีคำถามว่า ทำไมพ่อกับแม่ไม่ค่อยกอดเรา หอมเราเหมือนที่ทำกับน้อง เวลาน้องร้องไห้ก็โอ๋ทันที เด็กบางคนเมื่อเกิดข้อสงสัยก็ถามทันที แต่บางคนเก็บความรู้สึกเหล่านี้ไว้ในใจเงียบๆ จนวันหนึ่งระเบิดออกมาในทางที่ผิดก็มี ซึ่งบางทีพ่อแม่เองอาจจะไม่รู้ตัวว่ากำลังทำให้ลูกคนใดคนหนึ่งเข้าไปว่าได้คุณกำลังลำเอียง และนี่คือคำสารภาพของพ่อแม่ที่บอกว่า ตนเองกำลังรักลูกไม่เท่ากัน
สถานการณ์ : “ปิรดา” มีลูกสาวสองคน คนโตเกิดในช่วงที่เธอและสามีกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว ทำให้ต้องส่งลูกไปอยู่กับตากับยายจนกระทั่งเขาอายุ 5 ขวบ แต่ลูกคนเล็กเธอและสามีเลี้ยงเอง เมื่อฐานะทางการเงินมั่นคงแล้วทั้งคู่จึงไปรับลูกสาวคนโตกลับมาอยู่ด้วย แต่ปัญหาคือปริดาและสามีรู้สึกว่ารักลูกคนเล็กและเอาใจใส่ลูกคนเล็กมากกว่า พวกเขารู้สึกแย่กับตัวเอง จนเกรงว่านานวันเข้าจะแสดงอาการแล้วลูกรู้ และกลัวลูกสาวคนโตจะเสียใจ
ทางออก : ปัจจุบันคู่แต่งงานบางคู่อาจมีความจำเป็นด้านหน้าที่การงานจนไม่มีเวลาเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง จนต้องฝากลูกกับปู่ย่าตายาย ในหลายครอบครัวที่ญาติผู้ใหญ่ช่วยดูแลลูกหลานให้ แต่ไม่มีปัญหาเรื่องความความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และเด็ก เนื่องจากมีการติดต่อสื่อสารกันอย่างสม่ำเสมอและแสดงออกทางความรัก ทางภาษากาย และภาษาพูดเมื่อเจอลูก เช่น กอด หอม และการบอกรัก ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้ช่องว่างของความรักในครอบครัวไม่ห่างเหินมากนัก
สำหรับพ่อแม่ที่ยังรู้ตัวว่าตัวเองรักลูกไม่เท่ากันนั้น ความจริงแล้วข้อสันนิษฐานของเราอาจจะยังไม่ถูกต้องเสียทีเดียวนัก คงเป็นเพราะความสนิทสนมและใกล้ชิดที่แตกต่างกัน คุณคงสนิทกับลูกคนเล็กมากกว่าด้วยเหตุผลที่ว่าคุณเลี้ยงดูเขาด้วยตัวเอง เมื่อเทียบกับลูกอีกคนที่นานๆ ครั้งจะไปเยี่ยม ทำให้ 5 ปีที่ผ่านมามีช่องว่างระหว่างพ่อแม่และลูกคนโต
เมื่อรับลูกมาอยู่ด้วยกันแล้ว สิ่งที่คนเป็นพ่อและแม่ทำได้ต่อจากนี้ก็คือการลดช่องว่างและสร้างความสนิทสนมกับเขา บอกรักเขาให้บ่อยขึ้น กอดเขาส่งความรักจากพ่อและแม่ให้เขาได้รับรู้ เพราะถ้าหากคุณไม่ทำอะไรเลยแล้วปล่อยเวลาให้เนิ่นนานไป จะทำให้เด็กรู้สึกแปลกแยกจากพ่อแม่และน้อง และปัญหาที่พ่อแม่จะเจอเมื่อพวกเขาโตเป็นผู้ใหญ่ก็คือเขาจะเป็นเด็กไม่รับฟังเสียงของพ่อแม่ เพราะเขาจะมีกำแพงกับคนในครอบครัว คนที่เขาจะไว้ใจอาจจะกลายเป็นคนนอกบ้านแทนที่จะเป็นคนในครอบครัว
สำหรับพ่อแม่มือใหม่ที่ลูกๆ ยังเล็กอยู่ การแสดงออกว่ารักลูกเท่ากันจำเป็นอย่างมาก หากคุณเป็นห่วงคนใดคนหนึ่งมากกว่าจงอธิบายกับเขาว่าทำไม เมื่อเรามีพฤติกรรมการดูแลลูกๆ ต่างกัน ทำไมพี่กับน้องได้ของเล่นไม่เท่ากัน พ่อกับแม่ต้องอธิบายให้ดี อย่าตัดบทเพียงเพราะเห็นเขาเป็นเด็ก จริงๆ แล้วเด็กเล็กก็มีความคิดเพียงความสงสัย แต่เขาอาจไม่แสดงออก แต่พฤติกรรมเหล่านี้จะหล่อหลอมให้เขาแสดงออกเมื่อเขาโตขึ้น
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เป็นอยู่แม้จะสร้างความกังวลใจให้คนเป็นพ่อแม่อยู่ลึกๆ แต่อย่ารู้สึกผิดจนส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงดูลูก เมื่อเจอปัญหาพ่อกับแม่จะต้องช่วยกันดูแลพฤติกรรมและประคับประคองความรู้สึกของทั้งสองคนที่แสดงออกต่อลูกให้มีความเท่าเทียมกัน ไม่เอียงไปหาคนพี่หรือคนน้องมากกว่าโดยปราศจากความสมเหตุสมผล เช่น ถ้าจะซื้อเสื้อผ้าก็ต้องซื้อให้ทั้งสองคน แต่ถ้าหากจะซื้อให้คนน้องคนเดียว ก็ต้องมีเหตุผลมาอธิบายให้ได้ว่าทำไมถึงซื้อให้เฉพาะคนน้อง ซึ่งต้องเป็นเหตุผลที่สมควร เช่น เสื้อผ้าน้องคับแล้วเพราะน้องโตเร็วแล้วชวนเขาไปเลือกเสื้อผ้าให้น้อง เป็นต้น หรือหากคุณจะกอดคุณก็ต้องกอดทั้งคู่ สอนให้พี่น้องรักกัน สอนให้คนพี่ดูแลและให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นฮีโร่ของน้อง สร้างความภาคภูมิใจให้เขา ซึ่งจะทำให้ความคิดและคำถามที่ว่าพ่อกับแม่รักน้องมากกว่าน้อยลง
Ask the Expert....
Q . ลูกชายวัย 9 ขวบ มีอาการจะเบี่ยงเบนทางเพศ ผมไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไรดี เรื่องสนับสนุนนั้นไม่แน่นอนอยู่แล้ว พยายามจะดึงๆ แกไปในสิ่งที่เด็กผู้ชายควรทำ แต่ก็ไม่อยากจะบีบคั้นจิตใจลูกเกินไป ผมจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดีครับ?
A. ผ.ศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ฮอร์โมน และสุขภาพทางเพศ สูตินรีเวชวิทยา วัยทอง และเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “คุณก็ทำถูกต้องแล้วที่พยายามเบี่ยงเบนความสนใจของลูกให้เป็นไปในแนวทางที่เหมาะสมแก่เพศเขา การไม่กดดันนั้นเป็นเรื่องที่ดีที่สุดที่พ่อแม่จะสามารถทำได้ สิ่งที่คุณต้องพยายามให้มากขึ้นก็คือการให้ความใกล้ชิดสนิทสนมกับเขาเพื่อที่เขาจะได้เห็นตัวอย่างของการแสดงออกทางเพศที่ควรจะเป็น คุณคงต้องหาทางให้เขาได้เห็นและสัมผัสกับความเป็นเพศที่เขาควรจะเป็น สำคัญก็คือการมีความอดทนอดกลั้นและมุ่งมั่นที่จะกระทำ อย่าใช้อารมณ์กับลูกอย่างเด็ดขาด และอย่าเสียเวลาเถียงกับเขาว่าที่เขาอยากจะเป็นนั้นไม่ดี เพราะจะยิ่งทำให้เขาต่อต้าน แต่ให้แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่คุณอยากให้เขาเป็นนั้นดีอย่างไร คนเรานั้นเกิดมาย่อมอยากที่จะไปในทางที่ดีที่สุดอยู่แล้วตามสัญชาตญาณ ใช้กุศโลบายที่จะทำให้เขาออกจากบรรยากาศหรือคนรอบข้างที่จะทำให้เขาเบี่ยงเบน และพาเขาไปอยู่ในบรรยากาศและคนรอบข้างในรูปแบบที่คุณอยากให้เขาเป็น ไม่นานเกินรอเขาก็น่าจะปรับตัวได้ อย่างไรก็ตามก็ให้ทำใจไว้บ้างว่าถ้าเราได้พยายามถึงที่สุดแล้วอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เพราะมนุษย์บางครั้งก็ไม่สามารถที่จะได้ดังใจหวัง แต่ถึงไม่ได้ก็ยังคงได้ลูกที่นับถือคุณอยู่
He Said / She Said
วามพนักงานบริษัท
“ชอบสาวที่น่ารักมากกว่าสาวที่สวย ดูแล้วมีเสน่ห์ และถ้ามีความคิดความอ่านก็จะยิ่งน่ารัก ผมชอบผู้หญิงตัวเล็กๆ ครับดูน่ารักดี”
ก้อยพนักงานบริษัท
“ชอบหนุ่มเซอร์ มีความคิดเป็นของตัวเอง และมีมุมที่ไม่เหมือนใครและเก่งในมุมนั้น ดูมีเสน่ห์น่าค้นหาดีค่ะ”
Quote
“คนในครอบครัวมักจะเรียกฉันว่า เลย์เล่ย์ ส่วนพ่อมักจะเรียกว่า ไดนาไมต์ เทอร์ไมต์ เพราะตอนเด็กๆ ฉันตัวเล็กและเตี้ยมากๆ แถมยังไม่ค่อยอยู่สุข มักจะวิ่งไปนั่นไปนี่ตลอดเวลา”
เลซีย์ ชาเบิร์ต นักแสดงอเมริกัน







