posttoday
ย่ำอยู่กับที่

ย่ำอยู่กับที่

29 กันยายน 2557

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับเพื่อนเก่าสมัยมัธยม ที่ปัจจุบันทำงานในรัฐวิสาหกิจชั้นนำ

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับเพื่อนเก่าสมัยมัธยม ที่ปัจจุบันทำงานในรัฐวิสาหกิจชั้นนำ เขาตั้งคำถามน่าสนใจขึ้นมาว่า เหตุที่บ้านเรายังย่ำอยู่กับที่นั้น เป็นเพราะไม่มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาประเทศระยะยาวใช่หรือไม่?

ครับ เป็นที่รู้กันว่า "แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ" คือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ในช่วง 50 ปีให้หลังมานี้ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์สำคัญในการเปลี่ยนทิศทางประเทศจากการเป็นประเทศเกษตรกรรม มาสู่ประเทศอุตสาหกรรม จนถูกเรียกว่าเป็นประเทศ "ทุนนิยม"

อย่างไรก็ตาม ในระยะหลัง "แผนพัฒน์ฯ" แต่ละฉบับ ถูกวิจารณ์ว่ากลายเป็นแค่ "ไกด์ไลน์" สำหรับ รัฐบาลในการแถลงนโยบายเท่านั้น ขณะเดียวกันก็มีคนตั้งข้อสังเกตว่า ระยะเวลา 4-5 ปี ต่อ 1 แผน ถือว่าสั้นเกินไป ไม่มีวิสัยทัศน์มองอนาคตระยะยาว

ย้อนกลับไปปี 1991 หรือกว่า 23 ปีมาแล้ว มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประกาศวิสัยทัศน์ 2020 สำหรับเป็นโรดแมปให้มาเลเซียเดินต่อไปในอีก 29 ปี ข้างหน้า และใส่รายละเอียดว่า มาเลเซียจะเดินต่อไปอย่างไรให้เป็นประเทศที่ "พัฒนาแล้ว" ในปี 2020

วิสัยทัศน์ 2020 มีทั้งเป้าหมายเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการรวมเชื้อชาติ เรื่องการสนับสนุนสังคมประชาธิปไตย เรื่องศีลธรรม การกระจายความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รวมถึงการสร้างฐานการคิดที่เป็น วิทยาศาสตร์ผ่านการศึกษา

สิ่งที่มหาเธร์ไม่ลืม ระหว่างทางจากปี 1991-2020 ก็คือการสร้าง "ความหวัง" ให้ทุกคนทุกวัยตั้งแต่ เด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงวัยทำงาน ได้รู้สึกร่วมว่า ทุกคนมีส่วนสำคัญที่จะพาประเทศให้เป็นประเทศพัฒนาแล้ว รวมถึงสร้างความหวัง "ระหว่างทาง" ผ่านการสร้าง "ตึกแฝดเปโตรนาส" ให้เป็นตึกสูงที่สุดในโลกเมื่อปี 1997 รวมถึงเนรมิต "ปุตราจายา" ขึ้นเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ และสร้าง "ไซเบอร์จายา" ขึ้นมา คู่กัน เพื่อเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมดิจิทัล ขณะเดียวกัน ก็ไม่ลืมกระจายระบบขนส่งมวลชนให้ทั่วถึง เพื่ออัพเกรดคุณภาพชีวิตประชาชนให้รู้สึกร่วมกับเป้าหมายมากขึ้น

เด็กที่เกิดในห้วงเวลานี้ได้เห็นประเทศเติบโตขึ้น พร้อมความหวังที่รัฐเป็นผู้สร้าง และรัฐก็ปลูกฝังว่า ในอนาคตพวกเขาจะเป็นส่วนสำคัญในการสานต่อ แม้ปัจจุบันมหาเธร์จะวางมือไปนานกว่า 11 ปี และสืบทอดทายาททางการเมืองต่อมาอีกหลายคน แต่วิสัยทัศน์ 2020 ของเขา ยังเป็นเป้าหมายที่ผู้นำรุ่นต่อๆ มายึดถือ และคนในชาติจำนวนมากยังรู้สึกอินด้วย

ย้อนกลับมาที่บ้านเรา ผมยังไม่เห็นว่าปี 2020 หรืออีก 6 ปีข้างหน้า เราจะมีอะไรบ้างที่แตกต่างจากในปัจจุบัน หรือเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว นอกจากรถไฟฟ้าใน กทม. ที่จะสร้างเสร็จเพิ่มขึ้นหลายสาย

ว่ากันตามจริง เรื่องของความหวังนั้นไม่เคยถูกสร้างขึ้นเลย และที่มากกว่าก็คือ ยุทธศาสตร์ใหญ่ ของประเทศก็ไม่เคยถูกตั้งขึ้นจริงจัง

ยกตัวอย่างง่ายๆ ความหวังเรื่อง "การศึกษา" บ้านเราคุยกันเรื่อง "ปฏิรูปการศึกษา" มานานกว่า 50 ปี แต่ผลพวงจากการปฏิรูปก็ทำให้ผลการเรียนของเด็กไทยดิ่งลงเหว แม้แต่ประเทศในอาเซียน เด็กไทยยังไม่สามารถแข่งขันได้

ที่ตลกก็คือ ภารกิจแรกของการสังคายนาระบบการศึกษาใหม่ในปี 2014 หรือ 1 ปีสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน คือการผลิตอาขยาน "ค่านิยมรักชาติ 12 ประการ" รวมถึงสังคายนาแบบเรียนประวัติศาสตร์ใหม่ ให้เด็กประถม มัธยม ได้เรียนรู้ ส่วนพื้นที่อุดมศึกษาถูกทำให้กลายเป็นพื้นที่ปิด ห้ามแสดงความเห็นใดๆ

เด็กที่เกิดก่อนหน้านี้ และเข้าสู่ระบบการศึกษาในเวลานี้จึงต้องเจอกับสภาพการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร รู้แต่ว่าในอดีต "เคยดีกว่านี้"

กลายเป็นว่ารัฐยังผลิตระบบการศึกษาให้ย่ำอยู่กับที่ จมปลักกับความยิ่งใหญ่ในอดีต และยังสร้างคน รุ่นใหม่ให้เดินตามธรรมเนียมเดิมๆ ส่วนความหวัง และอนาคต ยังผูกอยู่ที่รัฐบาลตามระเบียบ

กล่าวกันว่ารัฐใดที่ไร้ "ความหวัง" หรือยังผูกความหวัง ไว้ที่ใครคนหนึ่ง ก็คือรัฐที่ตายซากไปแล้วผมขอหวังว่า บ้านเราจะไม่เกิดเรื่องอย่างนั้นขึ้น...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท