posttoday
แข่งขันหนัก...

แข่งขันหนัก...

23 กันยายน 2557

สถานการณ์.. ลูกชายวัย 8 ขวบเรียนหนัก เพราะเพื่อนๆ ที่ห้องเรียนพิเศษกันเยอะ ก็เลยต้องให้ลูกไปเรียนเพราะเกรงจะไม่ทันเพื่อน

โดย...กันย์ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

สถานการณ์.. ลูกชายวัย 8 ขวบเรียนหนัก เพราะเพื่อนๆ ที่ห้องเรียนพิเศษกันเยอะ ก็เลยต้องให้ลูกไปเรียนเพราะเกรงจะไม่ทันเพื่อน ซึ่งแม่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องเรียนพิเศษเท่าไหร่ แต่ไปอยู่ในโรงเรียนที่มีค่านิยมแบบนี้ แม่ก็เครียดตามไปด้วย สงสารลูกไม่รู้จะต้านกระแสยังไงกลุ้มจริงๆ

ทางออก... ผู้ปกครองต้องพยายามเดินสายกลางเข้าไว้ อย่าไหลไปตามกระแสมากเกินพอดี ปัจจุบันสังคมไทยเน้นค่านิยมเรื่องการแข่งขัน คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่อยากให้ลูกมีการศึกษาที่ดี ได้เข้าเรียนโรงเรียนที่มีชื่อเสียง เด็กไทยใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่มีการแข่งขันสูง ที่เห็นกันมากคือ เด็กๆ ต้องไปเรียนกวดวิชาตั้งแต่ 45 ขวบ เพื่อจะได้เข้าโรงเรียนดีๆ การที่เด็กโดนบังคับส่งผลให้เด็กไม่มีความสุข เกิดความเครียด เอนดอร์ฟินไม่หลั่ง สมองก็จะไม่ได้รับการกระตุ้น ไม่ได้ถูกพัฒนา ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดต่อพัฒนาการเด็กอย่างที่ควรจะเป็น ส่งผลให้สติปัญญาของเด็กต่ำกว่ามาตรฐาน

เด็กในวัยนี้ควรได้เรียนรู้จากการเล่นตามธรรมชาติมากกว่าการถูกบังคับให้นั่งเรียนหนังสือ แต่ปัจจุบันการเลี้ยงดูเป็นไปอย่างสวนทาง ความจริงแล้วตั้งแต่อายุ 12 ขวบ เด็กเริ่มพูดได้แล้ว ดังนั้น ควรเริ่มจากการให้เด็กพูดคุย รู้จักการเรียงรูปแบบประธาน กริยา กรรมให้ได้ก่อน แล้วค่อยมาเริ่มเขียน แต่เด็กไทยกลับถูกสอนให้ท่องตัวอักษรให้ได้ก่อน ต้องเขียนได้ อ่านได้ ผสมคำเป็น แล้วค่อยสื่อสาร ซึ่งเป็นวิธีที่สวนทางและฝืนธรรมชาติเด็ก

การที่คุณพ่อคุณแม่รีบเร่งเด็กให้เก่งตั้งแต่อายุน้อยๆ เพื่อให้เด็กสามารถไปแข่งขันกับคนอื่นๆ ได้นั้น อาจส่งผลเสียต่อตัวเด็กในระยะยาว เนื่องจากเด็กไม่ได้รับการพัฒนาไปตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น การเรียนการสอนกลายเป็นแบบเร่งด่วนเพื่อให้เด็กจำได้ โดยเพิกเฉยต่อการปล่อยให้เด็กได้ทดลองปฏิบัติด้วยตัวเอง ความรู้ที่เด็กได้รับเป็นเพียงแค่ความรู้แบบนามธรรม คือการจำได้ แต่ไม่เข้าใจ ไม่เห็นภาพ ไม่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนกับสิ่งอื่นรอบตัวได้ การเรียนรู้ที่แท้จริงผ่านการลองผิดลองถูกด้วยตัวเองจะไม่เกิดขึ้น ในระยะยาวเด็กไม่สามารถคิดเองได้ และระดับสติปัญญาจะต่ำลงเรื่อยๆ ในที่สุด

คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญกับการเลี้ยงลูกด้วยวิธีการส่งเสริมความคิดเชิงสร้างสรรค์ ควบคู่กับการกระตุ้นพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน นั่นคือการปล่อยให้เด็กเติบโตและทดลองเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ใช้จินตนาการของตัวเองอย่างเต็มที่ ไม่มีการเร่งรัด หรือบังคับ ให้เด็กได้ปฏิบัติจริงและได้แก้ไขปัญหาผ่านการลองผิดลองถูกเอง เช่น ให้ลูกออกไปสำรวจธรรมชาติมากกว่าการนั่งท่องหนังสืออยู่ในบ้าน เพื่อให้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ออกไปเล่นกับเพื่อน การสื่อสาร และความฉลาดด้านอารมณ์ วิธีการนี้ทำให้สมองของเด็กผลิตเซลล์ประสาทได้มากขึ้น เส้นใยที่เชื่อมต่อในจุดต่างๆ จะเยอะขึ้น เรียนรู้ได้ดีขึ้น มีพัฒนาการรอบด้านที่สมวัย พร้อมศักยภาพที่จะแข่งขันได้อย่างแท้จริง

Ask the Expert....

ลูกสาววัย 10 ขวบไม่กินผัก แถมสุขภาพไม่ดี พยายามปรับเรื่องอาหารและชวนแกออกกำลังกาย แกก็จะหงุดหงิดอารมณ์เสียตลอดจะจัดการอย่างไรดีคะ?

A.พญ.จิราภรณ์ ครุพานิช สูตินรีแพทย์ เวชศาสตร์ครอบครัว (วัยทอง) เวชธานี แนะนำว่าเด็กวัย 10 ขวบ ไม่กินผักนั้น ขึ้นอยู่กับว่าความเคยชินในการรับประทานผักของเขานั้นเป็นมานานแล้วถึงเปลี่ยนไป หรือไม่กินผักมานานแล้วตั้งแต่เด็กๆ การที่จะเปลี่ยนนิสัยของเด็กนั้นคุณแม่ควรใช้ความอดทนมากขึ้นเพราะเด็กๆ ทุกคนไม่ชอบการถูกบังคับให้ทำสิ่งที่ไม่ชอบ คุณแม่ควรหาตัวอย่างเช่นคนในครอบครัวใกล้ชิดที่กินผักเป็นประจำและมีร่างกายแข็งแรงเป็นไอดอลค่ะ

He Said / She Said

กวางพนักงานบริษัท

“ผมไม่รู้ว่าแปลกหรือเปล่า จะชอบผู้หญิงที่อวบๆ มีเนื้อ มีหนัง ไม่ผอมแห้งดูไร้เรี่ยวแรง (หัวเราะ) ผมว่าผู้หญิงที่ดูอวบจะมีสุขภาพกายที่ดี และส่วนใหญ่สุขภาพใจก็จะดีตามไปด้วยนะครับ”

เมย์พนักงานบริษัท

“ชอบหนุ่มที่หล่อ ล่ำ รวย ค่ะ (หัวเราะ) ถ้าได้ก็ดีนะคะ แต่จริงๆ ชอบหนุ่มใจดี ดูอบอุ่นก็พอแล้วค่ะ”

Quote

“แม่มักจะมานั่งที่ปลายเตียงของฉัน แล้วแบ่งปันความฝันอันบรรเจิดของเธอบ่อยๆ ฉันก็ไม่ต่างจากแม่เท่าไหร่ มักจะพูดว่า ต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง ในที่สุดแม่ก็ไม่เคยทำได้จนกระทั่งได้ลาโลกไปแล้วจริงๆ ตัวฉันเอง ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำได้มั้ย”

ลิซ เมอร์เรย์ นักธุรกิจชาวอเมริกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท