posttoday
ตัวอักษรที่ล้อมโลกด้วยความรัก

ตัวอักษรที่ล้อมโลกด้วยความรัก

22 กันยายน 2557

นักอ่านหลายยุคสมัยคงคุ้นเคยกับเจ้าของนามปากกา “ปะการัง” หรือในชื่อสกุลจริง ณรงค์ฤทธิ์

โดย...พงศ์ พริบไหว / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

นักอ่านหลายยุคสมัยคงคุ้นเคยกับเจ้าของนามปากกา “ปะการัง” หรือในชื่อสกุลจริง ณรงค์ฤทธิ์ ยงจินดารัตน์ มานานหลายสิบปี ในฐานะนักเขียนกวีผู้มีสำนวนแสนอบอุ่น และมักสร้างพลังด้านบวกด้วยตัวหนังสืออยู่เสมอๆ ทั้งยังเป็นอดีตกองบรรณาธิการนิตยสารแพรวตั้งแต่ยุคเริ่มต้น “แพรวสุดสัปดาห์”

หลังทำงานประจำอยู่หลายปี ณรงค์ฤทธิ์ ตัดสินใจออกมาปูทางสำนักพิมพ์ของตัวเองในชื่อ “วตา สำนักพิมพ์” และเป็นนักแต่งเพลงไปในที เขียนเพลงดีๆ ให้กับศิลปินอย่าง สุชาติ ชวางกูร นันทิดา แก้วบัวสาย ฐิติมา สุตสุนทร และฟอร์เอฟเวอร์ ทั้งยังทำอะไรอีกหลายอย่างในโลกแห่งงานเขียน โดยเฉพาะงานกวีในรูปกลอนเปล่า จากนั้นชื่อของเขาก็เลือนหายไปจากถนนหนังสือ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ตัวเขาได้นำพาชีวิตไปพบเจอวัตถุดิบชั้นดี ซึ่งผลักดันให้อยากกลับมาเขียนหนังสืออีกครั้ง

“ผมทำสิ่งที่อยากทำมาครบแล้ว จากนั้นจึงตัดสินใจหยุดทุกอย่าง เพื่อไปเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกา ตอนไปแรกๆ ก็ยังพอมีผลงานออกมาอยู่บ้างในยุคนั้น แต่หลังจากนั้นผมก็หยุดเลย เพราะเรียนจบแล้วได้งานทำที่นั่น งานเขียนก็หยุดลงกว่า 10 ปี คือหยุดไปดื้อๆ เลย จนก่อนจะกลับมาเมืองไทยก็ได้มีโอกาสเขียนบล็อกโต้ตอบเล่าเรื่องของผมกับ โดม วุฒิชัย ว่าเราทั้งคู่ที่หายกันไปต่างคนไปทำอะไรมาบ้าง จนได้เป็นจดหมาย 39 ฉบับ ประมาณเรื่องเล่าคนที่อยู่คนละฟากฟ้า ก่อนนำมาตีพิมพ์กับแพรวสำนักพิมพ์เป็นหนังสือเรื่องนกทุกตัวมีฟ้าให้บิน”

หลังจากหนังสือเล่มนั้นเขาก็กลับมาเขียนหนังสืออย่างจริงจังอีกครั้ง พร้อมถ้อยภาษาที่ชัดเจน บนเนื้อหาที่น่าสนใจและชวนอ่านในแบบ “ปะการัง” ห้วงนั้นเขาเริ่มเขียนให้นิตยสารขวัญเรือนในคอลัมน์ที่ชื่อว่า “ล้อมโลกด้วยรัก” ซึ่งยังคงเขียนอยู่เรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน ก่อนจะจัดพิมพ์รวมเล่มกับแพรวสำนักพิมพ์ในชื่อ “ความสุขผลิใบในทุกเช้า” “เราทุกคนมีวันฝนตก” “เมื่อกางปีกแล้วก็ต้องบิน” และเล่มล่าสุด “นับหนึ่งใหม่ไม่เป็นไร” ซึ่งทุกเล่มล้วนเป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยกำลังใจชวนมีพลัง อย่างเช่นที่เขากล่าวไว้

“คือเวลาที่ผมเขียนหนังสือ ผมจะเอาประสบการณ์ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอเมริกามาเขียน แต่ว่าแทรกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย วิธีการใช้ชีวิตและการมองโลกในแง่ดี การใช้ชีวิตที่อเมริกาทำให้เรามองโลกเปลี่ยนไป เพราะเมื่อเราไปอยู่ในที่ซึ่งเราไม่คุ้นเคย ไปอยู่ในที่ซึ่งไม่ใช่ที่ของเรา เราต้องเริ่มต้นใหม่ในหลายๆ เรื่อง ซึ่งมันต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งและต้องมีกำลังใจอย่างมาก แล้วเราผ่านมาได้อย่างไร ก็นำตรงนั้นมาเขียน นำข้อคิดประสบการณ์ที่ได้พบเจอมาบอกเล่า คือเราอยู่ที่นั่นมาเกือบ 16 ปี มันมีเรื่องราวให้เล่าต่ออีกเยอะ”

หลังจากกลับมาเขียนหนังสือเต็มตัว งานของ “ปะการัง” หลายเล่มถูกตีพิมพ์เกินกว่า 1 ครั้ง ด้วยวรรณศิลป์ที่ดูหนุ่มเสมอบวกกับรสภาษาที่เป็นเชิงกวีผสมการเดินเรื่องสไตล์เรื่องสั้นที่แสดงให้เห็นแง่คิดใหม่ๆ ซึ่งเลือกเล่าแบบง่ายงาม ทำให้นามปากกา “ปะการัง” เข้าไปอยู่ในใจนักอ่านหลากวัยได้อีกครั้งหนึ่ง

“สิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดในการกลับมาเขียนหนังสือครั้งนี้คือ เมื่ออ่านจบคนอ่านจะต้องมีกำลังใจสู้ชีวิตต่อไป คือมันเหมือนการส่งต่อความรัก ความหวัง กำลังใจให้กับคนอ่าน อย่างเล่มล่าสุดที่ชื่อว่า ‘นับหนึ่งใหม่ไม่เป็นไร’ ผมก็ต้องการให้คนที่ท้อแท้ล้มเหลวหรือเกิดความผิดพลาดในชีวิต ให้เขารู้สึกมีกำลังใจที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้ต่อไป เพราะการนับหนึ่งใหม่มันไม่ได้เป็นปัญหาเลย หลายคนอาจรู้สึกว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จคือผู้ที่ไม่เคยล้มเหลว แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ คนที่ประสบความสำเร็จจริงๆ คือคนที่เมื่อวานล้มเหลวแล้วอยากตื่นมาทำใหม่ หนังสือของผมก็อยากให้คนอ่านรู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน เมื่อเราแพ้เราล้มเหลวมันไม่ได้เป็นจุดจบ คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่ไม่กลัวที่จะล้ม เขาต้องลุกขึ้นมาแล้วก็นับหนึ่งใหม่ นับใหม่อีกกี่ร้อยครั้งก็ไม่เป็นไร”

ดังเช่น “ปะการัง” ที่กลับมางดงามอีกครั้งในโลกตัวอักษร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท