พิพิธภัณฑ์เหรียญ เงินตรามูลค่าของแผ่นดิน
ที่บ้านจะมีสมุดสะสมเหรียญอยู่เล่มหนึ่งเก็บไว้ใต้ตู้เก็บของที่ไม่เคยเปิดออกมาดูอีกเลยกว่า 13 ปี
โดย...โยธิน อยู่จงดี ภาพไม่มีเครดิต
ที่บ้านจะมีสมุดสะสมเหรียญอยู่เล่มหนึ่งเก็บไว้ใต้ตู้เก็บของที่ไม่เคยเปิดออกมาดูอีกเลยกว่า 13 ปี เหตุที่ต้องกลับมาเปิดสมุดสะสมเหรียญก็ไม่ใช่อื่นใด จะดูว่าแอบมีเก็บเหรียญ 10 ปี พ.ศ. 2533 ไว้บ้างหรือเปล่า ปรากฏว่าไม่มี แหม...กึ่งเสียดายกึ่งโล่งอก เพราะถ้าใครมีไว้ในครอบครอง กรมธนารักษ์เขามีอำนาจในการเรียกคืน แต่รู้ไหมครับว่าเงินตราที่เราใช้จับจ่ายซื้อของกันอยู่ทุกวันนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไรและมูลค่าของเงินใครเป็นคนกำหนด
พิพิธภัณฑ์เหรียญ ถนนจักรพงษ์ เป็นพิพิธภัณฑ์เปิดใหม่โดยกรมธนารักษ์ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดมาพร้อมๆ กับพิพิธบางลำพู อยู่ห่างกันใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 15 นาที จุดประสงค์ของการสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็คือเพื่อให้เราได้รู้จักเหรียญหรือเงินตราที่เราใช้ในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความทันสมัย ครบองค์ความรู้ที่สำคัญรอบด้านในเรื่องของการเงินๆ ทองๆ และที่เราอยากให้รีบไปชมก็เพราะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเปิดให้เข้าชมฟรีถึงสิ้นเดือน ก.ย.นี้เท่านั้น
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นอาคารปูนสีเหลืองตามแบบนิยมในสมัยก่อน และดูเข้ากับสถานที่สำคัญๆ หลายแห่งในเกาะรัตนโกสินทร์ โดยกรมธนารักษ์ออกแบบอาคารสำนักงานบริหารเงินตราเดิมใหม่เกือบทั้งหมด โดยใช้แนวคิดอารยสถาปัตย์ Universal Design เป็นอาคาร 3 ชั้น ขนาดพื้นที่ประมาณ 5 ตารางกิโลเมตร แต่แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมแล้ว และอีกส่วนจะเปิดได้ประมาณปี 2559
โซนแรกชั้น 1 จัดแสดงภายใต้แนวคิด “วิถีแห่งเงินตรา สินล้ำค่าของแผ่นดิน” เมื่อย่างเท้าเข้าไปความรู้ก็เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของต่างประเทศเพราะดูทันสมัยมาก ขนาดเดินดูคนเดียวไม่ต้องมีวิทยากรผู้เข้าชมก็สามารถเก็บเกี่ยวความรู้ภายในพิพิธภัณฑ์กลับออกมาได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย แถมดูใส่ใจกับผู้เข้าชมทุกกลุ่ม เพราะทางเดินก็มีทางลาดออกแบบให้คนชราและคนพิการสามารถเดินได้สะดวกสบายกว้างขวาง ที่จุดชมก็มีป้ายอักษรเบรลสำหรับคนตาบอด
คำถามก็คือแล้วคนตาบอดเขาจะเห็นอะไรในนี้ คนตาบอดก็สามารถเข้ามาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ได้ครับ เราอย่าคิดว่าคนตาบอดไหนๆ เขาก็มองอะไรไม่เห็นแล้ว ก็อยู่แต่บ้านทำอะไรก๊อกๆ แก๊กๆ ไปละกัน คนตาบอดเขาก็มีความรู้สึกนึกคิดไม่ต่างจากคนทั่วไป แม้ตาจะบอดแต่ประสาทสัมผัสส่วนอื่นยังปกติ หูยังได้ยิน มือยังรู้สัมผัส และรับรู้บรรยากาศโดยรอบที่เปลี่ยนไป
เราจึงไม่เห็นด้วยกับความคิดที่จะให้คนตาบอดอยู่กับที่หรือไปกลับแค่บ้านกับที่ทำงาน พวกเขาสามารถเดินทางเข้ามาชมพิพิธภัณฑ์ เอาความรู้ด้วยการฟัง อ่านอักษรเบรล และสัมผัสเหรียญโบราณด้วยมือ ซึ่งพิพิธภัณฑ์เหรียญใส่ใจในเรื่องเหล่านี้จนคนปกติเองยังแอบซึ้งใจไม่น้อย
ในโซนแรกจะเป็นโซนนิทรรศการถาวร ที่พาเราทุกคนย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของเงินตรา ในห้องที่จำลองเป็นถ้ำโบราณ ตั้งแต่ยุคที่ต้องเอาหมูแลกไก่ หรือหเอาของมาแลกเปลี่ยนกันนั่นเอง การเล่าเรื่องจะเล่าผ่าน แอนิเมชั่น 4D ฉายบนผนังถ้ำแบบ 360 องศา บอกเล่าจุดเริ่มต้นแห่งการแลกเปลี่ยนของสังคมมนุษย์ ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ก่อนที่มนุษย์จะรู้จักนำโลหะมาใช้เป็นค่าเงินแลกเปลี่ยน
อาทิ ทำไมชาวมองโกลถึงเลือกใช้หนังกระรอกในการแลกซื้อสินค้า ในขณะที่ชาวอินเดียนแดงในอเมริกาเหนือกลับใช้หนังตัวบีเวอร์ ก็เพราะความแตกต่างเหล่านี้เกิดจากปัจจัยด้านภูมิศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมความเชื่อของคนทั่วโลก และปิดท้ายด้วยเรื่องราวของประเทศไทยในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ปฏิรูปเหรียญกษาปณ์ ระบบการค้าและระบบเงินตราทำให้ประเทศไทยมีเหรียญกษาปณ์ ที่ได้มาตรฐานใช้เป็นสื่อกลางค่าเงินจนถึงปัจจุบัน
โซนต่อมาในชั้นที่ 2 เป็นโซนนิทรรศการหมุนเวียน เป็นการแสดงเนื้อหาของเหรียญในทุกๆ ด้านตั้งแต่ยุคโบราณสมัยฟูนัน ทวารวดี และศรีวิชัย เราสามารถชมเหรียญในสมัยเริ่มแรกที่ปรากฏในพื้นที่ประเทศไทย ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีก็คือเงินพดด้วง เงินพดด้วงก็คือเอาเอาแท่งเงินมาขดกันเป็นวงกลมแล้วตอกตราสัญลักษณ์เข้าไป อาจจะเป็นรูปช้าง กระต่าย วัว หอยสังข์มากกว่า 1 ด้านขึ้นไปเพื่อป้องกันการปลอมแปลงเงิน
ในบรรยากาศการขุดหลุมค้น พร้อมการนำเสนอผ่านการฉาย Projector รอบห้อง แสดงเส้นทางการค้าในสุวรรณภูมิ เพื่อย้อนวันเวลาของแดนสุวรรณภูมิให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จากนั้นเราจะวิวัฒนาการพดด้วงสมัย สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี มาจนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น รวมถึงเงินตราในอาณาจักรอื่นๆ อย่างล้านนา ล้านช้าง รวมทั้งเงินตราทางภาคใต้
เราก็จะได้เห็นในทุกขั้นตอนการผลิต อุปกรณ์การผลิตที่จำลองขึ้นมา นอกจากนี้ก็ยังมีเงินกำไล เงินวงแหวน และเงินชนิดอื่นๆ ที่สันนิษฐานว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนามาเป็นเงินพดด้วง จากนั้นทางเดินก็พาเราไปทำความรู้จักเหรียญจากประเทศต่างๆ ผ่านเรื่องราวที่พวกเขาบันทึกไว้บนเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน และเรียนรู้เทคนิคการผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกของแต่ละชาติที่ทำให้เรารู้สึกทึ่งไม่น้อย และทำให้เรารู้ว่า เหรียญไม่ใช่เพียงตัวแทนค่าเงิน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนวัฒนธรรมของแต่ละยุคสมัยด้วย
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้นำเสนอเรื่องราวของเหรียญในมุมมองแปลกใหม่ที่ไม่ใช่แค่เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน แต่เหรียญกลับมีบทบาททั้งในด้านศาสนา วัฒนธรรม ความเชื่อและประเพณีขอบคนไทย โดยจะเห็นได้จากพระราชพิธีเข้าอู่งานบวช งานแต่งงาน การโยนเหรียญเสี่ยงทาย การนำเหรียญใส่กระทง และแน่นอนว่าเราก็จะมีโอกาสได้ลองสัมผัสด้วยการเล่นจริงจากที่นี่
ปิดท้ายกันที่ชั้น 3 โซนนี้นักสะสมเหรียญจะชอบมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นห้องเหรียญตามวาระให้เราเดินผ่านนาฬิกาเรือนยักษ์ เสมือนอุโมงค์เวลา แสดงทุกเหรียญที่ผลิตขึ้นในรัชกาลปัจจุบัน ตั้งแต่เหรียญแรกที่เกิดขึ้นในรัชกาลจนถึงเหรียญล่าสุด ชมห้องสุดท้ายนี้แล้วแทบจะทุบกระปุกกลับมาสะสมเหรียญอีกครั้งเสียจริงๆ
มาเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แล้วเสียดายอย่างเดียวก็คือ ถ้าพาครอบครัวคุณปู่คุณย่ามาเที่ยวด้วยน่าจะสนุกกว่านี้ เพราะท่านคงจะบอกกับเราตลอดว่าเหรียญอันนั้นพ่อเคยมี และเดี๋ยวนี้พิพิธภัณฑ์สมัยใหม่นั้นน่าเที่ยวขนาดนี้แล้วหรือแน่ๆ
พิพิธภัณฑ์เหรียญ
เปิดวันอังคารอาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น. (ปิดให้บริการทุกวันจันทร์) เข้าชมเป็นรอบ ทุกๆ 20 นาที โดยเข้าชมรอบแรกเวลา 10.00 น. และเข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 17.00 น. ค่าเข้าชม : 100 บาท (เข้าชมฟรี ตั้งแต่ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2557 โทรศัพท์ 02-282-0818 เว็บไซต์ coinmuseum.treasury.go.th


