posttoday
ความจริงที่หลอกลวง

ความจริงที่หลอกลวง

20 กันยายน 2557

ว่ากันว่านาทีนี้ กล้องบนโทรศัพท์มือถือเป็นอาวุธที่น่ากลัวที่สุด และสามารถสร้างพลังระดับมหากาฬขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

โดย...ณศักต์ อัจจิมาธร

ว่ากันว่านาทีนี้ กล้องบนโทรศัพท์มือถือเป็นอาวุธที่น่ากลัวที่สุด และสามารถสร้างพลังระดับมหากาฬขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

เพราะแค่ยกโทรศัพท์ขึ้นมา เล็งกล้องไปที่เป้าหมายที่กำลังมีพฤติกรรมอยู่ในวินาทีที่น่าจะขัดต่อความรู้สึกของสังคม และกดถ่ายภาพ ก่อนจะโพสต์ขึ้นสู่เครือข่ายสังคมออนไลน์

เพียงเท่านี้ “ชาวเน็ต” ก็จะเข้ามารุมแสดงความเห็นต่อภาพเหล่านั้นอย่างรุนแรง หรือบางภาพก็ถึงขั้นด่าทอ ประณามหยามเหยียดชนิดที่ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ ราวกับเป็นคู่แค้นกันมานาน

จริงๆ แล้วการถ่ายภาพพฤติกรรมบางอย่างในสังคมมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์นั้น ด้านหนึ่งก็เป็นเรื่องดีที่ช่วยให้เกิดการตระหนักและเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ทว่าการถ่ายภาพเหล่านั้นก็ควรที่จะอยู่บนหลักที่ไม่ไปละเมิดสิทธิของใครคนใดคนหนึ่ง

แต่อีกด้านการฟ้องด้วยภาพบนสังคมออนไลน์ก็กลายเป็นเรื่องที่น่ากลัว และมีลักษณะของศาลเตี้ย ที่ผู้คนจำนวนมากต่างพากันตัดสินผู้ที่อยู่ในภาพถ่ายหรือคลิปสั้นๆ เพียงไม่กี่นาทีว่าดีหรือเลว โดยไม่สนใจว่าเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร

ข่าวต่างประเทศชิ้นหนึ่งรายงานว่า ซิลลา แวน เดน บอร์น สาวนักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 25 ปีที่อาศัยอยู่ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ทดลองพิสูจน์ว่าการบิดเบือนความจริงบนสังคมออนไลน์เป็นเรื่องที่ง่ายดายและเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง

วิธีการทดลองของบอร์นคือการตัดต่อภาพของตัวเองซ้อนทับไปบนภาพวิวของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมระบุว่าเธอได้พักร้อนไปท่องเที่ยวในหลายประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งที่ความเป็นจริง เธอยังอยู่ในบ้านพักที่กรุงอัมสเตอร์ดัมตลอดเวลา

ผลที่ได้คือ บรรดาเพื่อนฝูงและครอบครัวต่างพากันเชื่ออย่างสนิทใจว่า เธอเดินทางไปท่องเที่ยวจริง เธอสรุปการทดลองนี้ว่า ผู้คนมักมองข้ามการบิดเบือนความจริงที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ เพราะโลกออนไลน์เหมือนโลกอุดมคติที่คนจำนวนไม่น้อยจงใจสร้างขึ้นมา นื่องจากโลกแห่งความเป็นจริงไม่สามารสร้างความพึงพอใจให้ได้อย่างเพียงพอ และสิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้คนเหล่านั้นจะเชื่อข้อมูลบนโลกออนไลน์แทบจะทันทีที่เห็น โดยไม่สนใจตรวจสอบค้นหาว่าข้อมูลเหล่านี้มีความจริงมากน้อยเพียงใด

ใช่หรือไม่ว่าเรดาห์ในการตรวจสอบหาความจริงของเราจะอ่อนกำลังลงไปเมื่อเริ่มเสพข้อมูลจากโลกออนไลน์ หลายคนกลายเป็นผู้รับ ผู้เชื่อ และผู้แชร์ โดยแทบจะไม่ตั้งคำถามกับที่มาที่ไปของข้อมูล ทั้งที่เทคโนโลยีในการค้นหาข้อมูลต่างๆ ในยุคนี้ง่ายดายเพียงแค่ไม่กี่คลิก

หลายครั้งที่พบว่า เมื่อนำคำบางคำของข้อมูลที่มีการเผยแพร่กันผ่านแอพพลิเคชั่นแชท ไปเสิร์ชดูในกูเกิล เราก็จะพบว่า เรื่องบางเรื่อง ข้อมูลบางข้อมูลเป็นเรื่องเก่าที่เคยเป็นฟอร์เวิร์ดเมลมานมนานหลายปี ตั้งแต่ยุคที่ยังไม่เกิดโซเชียลมีเดีย บางข้อมูลก็เป็นข่าวเก่าที่ถูกตัดวัน เดือน ปี ที่เกิดเรื่องออกไปก่อนจะมีการนำมาเผยแพร่ ราวกับว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่

ในยุคที่ความจริง ความลวง ของเก่า ของใหม่ ข้อมูลถูกทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ใหม่ว่อนโลกออนไลน์ที่มีผู้คนจำนวนมากเข้าถึง สิ่งที่เราควรดูแลให้เข้มแข็งและเข้มข้นอยู่เสมอก็คือ เรดาห์ในการหาความจริงและเครื่องกรองข้อมูลที่มีคุณภาพ

อาจจะไม่ถึงขั้นต้องไปลงมือตรวจสอบข้อมูลแบบเอาเป็นเอาตายแบบนักสืบออนไลน์ แต่เพียงแค่หาข้อมูลเพิ่มเติมสักนิดก่อนที่เลือกจะเชื่อหรือไม่เชื่อข้อมูลที่ถูกส่งต่อกันมา หรือหากพบว่าข้อมูลเหล่านั้นไม่เป็นจริง หรือไม่แน่ใจก็งดที่จะส่งต่อไป อย่างน้อยก็เพื่อหยุดยั้งความเข้าใจผิดไม่ให้ขยายไปมากขึ้นกว่าเดิม

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์